ปลายกระบี่น้ำแข็งที่จ่ออยู่เบื้องหน้าเปล่งประกายไอร้อนระอุที่เกิดจากความเย็นจัดจนบิดเบือนอากาศรอบข้างให้กลายเป็นคลื่นริ้วไหว ฉินอวี่ไม่ได้ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว นัยน์ตาดำขลับของเขาสะท้อนภาพคมกระบี่ที่พร้อมจะปลิดชีพได้ทุกเมื่อ ทว่าลมหายใจของเขากลับสม่ำเสมอราวกับสายน้ำที่ไหลผ่านหินผา ความสงบเยือกเย็นนี้สร้างความประหลาดใจให้แก่ประกายตาคู่คมกริบดั่งกระבורีของมู่หรงเหม่ยชั่วขณะ
"เจ้ากล้าดียังไงถึงก้าวล้ำเข้ามาในเขตหวงห้ามของสำนักเซียนหิมะฟ้า" น้ำเสียงของนางเยียบเย็นราวน้ำค้างแข็งพันปี ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสลมปราณกดดันที่รarยล้อมรอบกายจนกิ่งไม้รอบบริเวณเริ่มจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง
"หวงห้าม?" ฉินอวี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากหยักได้รูปแย้มรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา "ใต้หล้ากว้างใหญ่ พื้นปฐพีและผืนป่าล้วนเป็นของธรรมชาติ เหตุใดจึงกลายเป็นเขตหวงห้ามของพวกท่านไปได้? อีกอย่าง... หากข้าคิดร้ายจริง ป่านนี้กระบี่ไร้ลักษณ์ของข้าคงไม่ได้นอนสงบอยู่ในฝักเช่นนี้หรอกนะแม่นางมู่หรง"
สิ้นคำพูดของเขา บรรยากาศรอบตัวพลันตึงเครียดขึ้นจนแทบหยุดหายใจ มู่หรงเหม่ยขมวดคิ้วมุ่น ความทะนงตนของชายหนุ่มผู้นี้ช่างท้าทายขีดจำกัดความอดทนของนางยิ่งนัก นางสะบัดข้อมือเล็กน้อยเตรียมจะเดินลมปราณสั่งสอนจอมยุทธ์ผู้สามห่าวผู้นี้ให้รู้สำนึก แต่ทว่า... สัญชาตญาณการบำเพ็ญเซียนขั้นสูงกลับร้องเตือนให้นางชะงัก
ใต้ฝ่าเท้าของทั้งคู่... ลวดลายอักขระโบราณที่เคยจมอยู่ใต้ดินลึกนับร้อยปี บัดนี้กลับเรืองแสงสีครามจางๆ ขึ้นมาทีละเส้น ราวกับมังกรหลับใหลที่กำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยชีพจรบางอย่าง
ฉินอวี่ก้มลงมองพงหญ้ารกเรื้อเบื้องล่าง แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับเปล่งประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด ความสนใจทั้งหมดของเขาถูกดึงดูดไปโดยโครงสร้างของอักขระโบราณเหล่านั้นทันที ลืมเลือนแม้กระทั่งคมกระบี่ที่ยังคงจ่ออยู่ที่ลำคอ
"น่าสนใจยิ่งนัก..." ฉินอวี่พึมพำกับตัวเองโดยไม่รู้ตัว มือเรียวยาวเอื้อมออกไปอย่างไร้ความเกรงกลัว ปลายนี้วแตะลงบนพื้นดินที่มีอักขระสลักอยู่
"อย่าแตะต้อง!" มู่หรงเหม่ยร้องเตือนด้วยความตกใจ นางไม่คาดคิดว่าเขาจะบ้าบิ่นถึงเพียงนี้
*ตูม!*
ทันทีที่ปลายนิ้วของฉินอวี่สัมผัสลงไป คลื่นพลังปราณโบราณก็ระเบิดออกเป็นวงกว้าง แรงกดดันระดับมหาศาลซัดสาดใส่ร่างของทั้งสองจนต้องถอยหลังไปคนละก้าว มู่หรงเหม่ยรวบรวมลมปราณสร้างม่านน้ำแข็งป้องกันตัวอย่างรวดเร็ว แต่นางกลับพบว่าอักขระเหล่านั้นไม่ได้มีเจตนาทำร้าย กลับกัน มันกำลังหมุนวนประสานเข้ากับพลังปราณในกายของฉินอวี่ราวกับกุญแจที่ไขเข้ากับแม่กุญแจที่รอคอยมานับหมื่นปี
ท่ามกลางแสงสว่างวาบของค่ายกลโบราณ ผืนป่ารอบด้านพลันเงียบสงัดลงอย่างฉับพลัน พงหญ้าที่รกเรื้อถูกพลังปราณสะบัดจนราบคาบ เผยให้เห็นแผ่นศิลาโบราณขนาดใหญ่ที่ฝังจมอยู่ใต้ดิน ลวดลายบนแผ่นศิลานั้นสลักไว้ด้วยเคล็ดวิชาค่ายกลดาราเคลื่อนฟ้า ซึ่งเป็นตำนานที่สูญหายไปจากยุทธภพ
ฉินอวี่หรี่ตาลง กวาดสายตาอ่านอักขระนับพันตัวบนแผ่นศิลาด้วยความรวดเร็ว สมองของเขาประมวลผลราวกับคัมภีร์วิเศษ ในพริบตาเดียว เขาก็เข้าใจถึงแก่นแท้ของค่ายกลนี้ การจัดวาง ตำแหน่งธาตุทั้งห้า และจุดตายของค่ายกล ปรากฏชัดเจนในห้วงความคิดของเขาอย่างไร้ที่ติ
มู่หรงเหม่ยมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึงจนริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น นางเป็นถึงอัจฉริยะแห่งสำนักเซียนหิมะฟ้า ใช้เวลาศึกษาค่ายกลพิทักษ์สำนักมานานหลายปี แต่กลับไม่เคยล่วงรู้เลยว่า... ใต้ผืนป่าแห่งนี้จะมีสุดยอดตำราค่ายกลโบราณซ่อนอยู่ และชายหนุ่มผู้นี้... กลับใช้เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจในการอ่านและทำความเข้าใจมันจนทะลุปรุโปร่ง
"เจ้า... เป็นใครกันแน่?" มู่หรงเหม่ยเอמהถามเสียงแผ่วเบา ความเย็นชาบนใบหน้างามเริ่มสั่นคลอนด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งประหลาดใจ ระแวงสงสัย และ... ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อนในวิถีเซียน
ฉินอวี่ค่อยๆ ยืดตัวขึ้น หันกลับมาสบตากับนาง รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงมีความทะนงตนตามแบบฉบับของจอมยุทธ์ผู้ไม่ก้มหัวให้ฟ้าดิน ทว่าในแววตาดำขลับคู่นั้นกลับมีความอบอุ่นและลึกล้ำซ่อนอยู่
"ข้าก็เป็นเพียงคนเดินทางผู้หนึ่งที่บังเอิญผ่านมา... และบังเอิญได้พบสิ่งที่คู่ควรกับเจ้านายของมัน" ฉินอวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม กลิ่นอายความเป็นสุภาพบุรุษที่แผ่ออกมาจากตัวเขาลบเลือนความตึงเครียดก่อนหน้านี้จนหมดสิ้น
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะเปลี่ยนเป็นความเงียบงันอันลึกซึ้ง เสียงแหวกอากาศอันแหลมคมก็ดังขึ้นจากยอดไม้เบื้องบน!
*ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!*
ลูกศรอาบยาพิษนับร้อยดอกพุ่งแหวกความมืดลงมาประหนึ่งหามطرฝน มุ่งตรงไปยังจุดที่ฉินอวี่และมู่หรงเหม่ยยืนอยู่โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า! นัยน์ตาของฉินอวี่หดแคบลงในทันที มือข้างหนึ่งคว้าแขนเรียวของมู่หรงเหม่ยเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณ ขณะที่มืออีกข้างสะบัดออกเบื้องหน้า สร้างม่านอักขระป้องกันขึ้นมารับคมศรเหล่านั้นในเสี้ยววินาทีเป็นตาย!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน และพบกันใหม่ในตอนต่อไปนะครับ - หมึกทองคำข้ามภพ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับนางเซียนผู้ปิดกั้นหัวใจ•ตอนที่ 2
อักขระในพงหญ้า
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับนางเซียนผู้ปิดกั้นหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
