กระบี่ไร้ลักษณ์กับนางเซียนผู้ปิดกั้นหัวใจ•ตอนที่ 3

การปรากฏตัวของนางเซียน

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
คมศรโลหิตนับร้อยดอกกรีดแหวกมอากาศจนเกิดเสียงหวีดหิวแหลมสูงเสียดประสาท บรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยuจากแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว ในวินาทีความเป็นความตายนั้น ฉินอวี่หาได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นทอประกายเยือกเย็นราวน้ำแข็งพันปี มือหนึ่งโอบกระชับเอวบางของมู่หรงเหม่ยเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณ ขณะที่ปลายนิ้วมืออีกข้างสะบัดวาดกลางอากาศอย่างไร้ซุ้มเสียง "ยันต์เก้าดารา... สลายโลหิต!" เสียงทุ้มต่ำหลุดจากริมฝีปาก พลันปรากฏม่านอักขระสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นราวกับกลุ่มดาวบนฟากฟ้ายามค่ำคืน ลูกศรอาบยาพิษที่พุ่งเข้ามาปะทะเข้ากับม่านอักขระดั่งพุ่งชนกำแพงเหล็กไร้ช่องโหว่ เสียงโลหิตเดือดพล่านและควันพิษพวยพุ่งส่งกลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้ง แต่ม่านอักขระกลับมิได้สั่นคลอนแม้แต่น้อย มู่หรงเหม่ยที่ถูกดึงเข้ามาแนบชิดโดยกะทันหัน ร่างกายพล Stiff แข็งเกร็งไปชั่วขณะ นางเป็นถึงธิดาแห่งสำนักเซียนหิมะฟ้า ผู้ฝึกฝนวิชาตัดขาดกิเลสและเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี ไอร้อนจากกายหนุ่มที่แผ่ซ่านเข้ามาสัมผัสทำให้หัวใจที่สงบนิ่งดั่งบึงโบราณกลับกระตุกวูบอย่างประหลาด ทว่าเพียงชั่วพริบตานางก็ดึงสติกลับมาได้ สายตาคู่คมกวาดมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะอธิบาย "เจ้า... ปล่อยมือข้าได้แล้วกระมัง" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา ทว่ากลับสั่นน้อยๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ฉินอวี่มิได้ตอบคำทันที เขายังคงเพ่งสมาธิไปที่ความมืดมิดเบื้องหน้า ปล่อยให้พลังปราณรอบตัวหมุนวนดั่งกระแสน้ำวน ก่อนจะคลายอ้อมแขนออกอย่างสุภาพ แล้วก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างอย่างให้เกียรติ "แม่นางมู่หรงอภัยด้วย สถานการณ์คับขัน ข้าเพียงกระทำไปตามสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด หวังว่าท่านจะไม่ถือสา" ท่าทีที่สงบและให้เกียรติของเขา ยิ่งทำให้นางเซียนสาวรู้สึกประหลาดใจยิ่งขึ้น ในยุทธภพนี้ มีบุรุษผู้ใดบ้างเมื่อได้ใกล้ชิดนางแล้วจะไม่แสดงอาการโลภโมโทสันหรือล่วงเกิน? ทว่าฉินอวี่ผู้นี้กลับแสดงออกราวกับนางเป็นเพียงก้อนหินข้างทาง ทั้งที่แววตาคู่นั้นกลับซ่อนความคมกริบดั่งกระบี่ที่ยังไม่ชักออกจากฝัก "ผู้ใดลอบกัดพวกเรากัน?" มู่หรงเหม่ยเปลี่ยนเรื่อง ปรับสีหน้าให้กลับมาเยือกเย็นดังเดิม นางกวาดสายตามองไปรอบกาย ไอเย็นสีขาวเริ่มแผ่ออกจากปลายนิ้ว "ผู้ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ย่อมไม่กล้าสู้แสงตะวัน" ฉินอวี่แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตาคมกริบมองกวาดไปที่พุ่มไม้หนาทึบเบื้องขวา "หากพวกท่านยังไม่ออกมา เกรงว่าค่ายกลวงแหวนอัสนีบาตที่ข้าเพิ่งวางไว้ จะต้อนรับพวกท่านด้วยสายฟ้าเก้าชั้นฟ้าแทนคำทักทาย" สิ้นคำพูดของฉินอวี่ พื้นดินเบื้องล่างก็เปล่งแสงสีฟ้าครามสว่างวาบเป็นลวดลายอักขระซับซ้อน อาณาเขตกว่าร้อยเมตรถูกครอบงำด้วยพลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวทันที เสียงคำรามต่ำจากใต้พื้นดินดังสะท้อนราวกับเสียงก,ร้าวของอสูรบรรพกาล *เปรี้ยง!* สายฟ้าสีครามสายหนึ่งผ่าลงมาจากความว่างเปล่า เฉียดร่างของเงาดำร่างหนึ่งที่ซ่อนอยู่บนยอดไม้จนต้องกระโดดหลบออกมาอย่างทุลักทุเล เงาดำเหล่านั้นสวมชุดรัดกุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากยักษ์น่าเกลียดน่ากลัว รัศมีพลังปราณแผ่ออกมาอยู่ในขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสูง "อัจฉริยะแห่งค่ายกล... สมคำร่ำลือจริงๆ" หัวหน้ากลุ่มเงาดำแค่นเสียงลอดไรฟัน แววตาภายใต้หน้ากากเต็มไปด้วยความระแวง "พวกเจ้าบังอาจย่างกรายเข้ามาในเขตหวงห้ามของ 'นิกายโลหิตทมิฬ' จงทิ้งของวิเศษและชีวิตไว้ ณ ที่นี้เสียเถอะ!" มู่หรงเหม่ยขมวดคิ้วมุ่น "นิกายโลหิตทมิฬ? เดรัจฉานมารที่ถูกฝ่ายธรรมะกวาดล้างไปเมื่อร้อยปีก่อน ยังกล้าโผล่หัวออกมาอีกหรือ" "โลกใบนี้ ผู้มีพลังคือผู้กำหนดกฎเกณฑ์ ฝ่ายธรรมะหรือฝ่ายมาร ล้วนใช้เลือดเนื้อเหยียบย่างขึ้นสู่จุดสูงสุดทั้งสิ้น!" หัวหน้ากลุ่มมารสะบัดมือทีเดียว ปรากฏกระบี่โลหิตเล่มมหึมาลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ไอโลหิตพวยพุ่งส่งกลิ่นคาวคลุ้งไปทั่วบริเวณ "ฆ่าพวกมันให้สิ้นซาก!" เหล่าเงาดำนับสิบพุ่งทะยานเข้ามาประหนึ่งพายุหมุน หมายจะฉีกกระชากทั้งสองเป็นชิ้นๆ แต่มู่หรงเหม่ยหาได้หวาดกลัวไม่ ร่างระหงก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว กระบี่เซียนหิมะฟ้าในมือถูกชักออกจากฝักประกายแสงสีเงินยวงสว่างเจิดจ้า อุณหภูมิโดยรอบลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา "รนหาที่ตาย!" วิชากระบี่เซียนเหมันต์... บุปผาน้ำแข็งโปรยปราย! ภาพที่ปรากฏช่างงดงามตระการตาและเหี้ยมเกรียมในคราเดียวกัน คมกระบี่สีขาวบริสุทธิ์วาดผ่านอากาศ ก่อเกิดเป็นกลีบดอกไม้คริสตัลนับพันกลีบ พุ่งเข้าปะทะกับเหล่าเงาดำมารอย่างแม่นยำ ทุกหนแห่งที่กลีบดอกไม้ผ่านไป โลหิตในกายของพวกมันพล ices แข็งตัวกลายเป็นน้ำแข็งในชั่วพริบตา เสียงกรีดร้องโหยหวนยังไม่ทันหลุดจากลำคอ ร่างของพวกมันก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ฉินอวี่ที่ยืนกอดอกมองอยู่ด้านหลังอดไม่ได้ที่จะชื่นชมในใจ ร่างบางของนางเซียนผู้นี้ แม้จะเย็นชาไร้ความรู้สึก แต่ยามเมื่อร่ายรำกระบี่ กลับงดงามดั่งเทพธิดาจุติจากสรวงสวรรค์ พลังปราณเหมันต์บริสุทธิ์นี้ ต่อให้เป็นจอมยุทธ์ในระดับเดียวกันก็ยังยากจะรับมือได้เกินสามกระบวนท่า ทว่า... สายตาของฉินอวี่กลับกวาดไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่หัวหน้ากลุ่มมารกำลังกระทำ แม้ลูกน้องจะล้มตายเป็นใบไม้ร่วง แต่หัวหน้ากลุ่มมารกลับมิได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มุมปากภายใต้หน้ากากกลับยกยิ้มเหี้ยมเกรียม มันกำลังท่องคาถาบางอย่าง มือทั้งสองข้างกดลงบนพื้นดิน ส่งพลังปราณโลหิตทะลักลงไปเบื้องล่าง "ไม่ดีแล้ว!" ฉินอวี่นัยน์ตาหดแคบลงทันที "แม่นางมู่หรง ถอยเร็ว! มันไม่ได้คิดจะสู้กับเรา แต่มันใช้เลือดของพวกเดียวกันเอง... เพื่อปลุกชีพ 'อสูรโลหิตโบราณ' ที่ถูกผนึกอยู่ใต้หุบเขาแห่งนี้!" สิ้นเสียงเตือนของฉินอวี่ พื้นดินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินไหว รอยแยกขนาดใหญ่ปริแตกออกพร้อมกับไอร้อนสีแดงฉานที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวระดับครึ่งก้าวสู่ขอบเขตราชันย์ปราณแผ่ขยายออกมาราวกับคลื่นยักษ์ หัวหน้ากลุ่มมารหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง "ฮ่าๆๆ สายเกินไปแล้ว! พวกเจ้าทุกคนต้องสังเวยชีวิตให้แก่อภินิหารของอสูรโลหิต!" ร่างมหมหึมาที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่มีกล้ามเนื้อน่ากลัวและดวงตาสีแดงฉานค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นดิน มันอ้าปากคำรามก้องฟ้า ส่งคลื่นเสียงทำลายล้างพัดกระหน่ำใส่ฉินอวี่และมู่หรงเหม่ยจนร่างต้องถอยหลังไปหลายก้าว มู่หรงเหม่ยใบหน้าซีดเผือดเล็กน้อย แม้นางจะเก่งกาจเพียงใด แต่อสูรโลหิตโบราณตนนี้มีพลังปราณเหนือกว่านางถึงหนึ่งขอบเขตใหญ่ การจะเอาชนะมันได้ด้วยกำลังกายย่อมเป็นไปไม่ได้ ทว่า ในยามวิกฤตเช่นนี้ ฉินอวี่กลับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอประกายความมั่นใจออกมาอย่างเต็มเปี่ยม เขาเอื้อมมือไปแตะด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ข้างเอวเป็นครั้งแรก ตั้งแต่เริ่มการต่อสู้จนถึงตอนนี้... กระบี่ยังไม่เคยหลุดจากฝักเลยแม้แต่ครั้งเดียว "เจ้าดูแลทางนี้ชั่วครู่..." ฉินอวี่เอמהเสียงกระซิบข้างหูกลิ่นอายบุรุษอบอุ่นเจือจางผ่านสายลม "ที่เหลือ... ให้เป็นหน้าที่ของสมองข้า" เขาไม่ได้พุ่งเข้าไปประจันหน้ากับมันตรงๆ ทว่ากลับก้าวเท้าเดินเป็นวงกลมรอบอสูรโลหิตโบราณอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วมือสิบข้างสะบัดโปรยแผ่นยันต์สีทองนับร้อยแผ่นออกไปอย่างไร้ความลังเล ทุกแผ่นยันต์ตกกระทบลงตามจุดชีพจรฟ้าดินทั้งเก้าแห่งอย่างแม่นยำราวกับจับวาง อสูรโลหิตคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว มันเงื้อมือมหึมาหมายจะตบฉินอวี่ให้แหลกคั้นคามือ แต่มู่หรงเหม่ยกลับเห็นภาพที่ทำให้หัวใจของนางเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก เมื่อฉินอวี่มิได้หลบหนี ทว่าเขากลับชักกระบี่ออกจากฝักช้าๆ... ท่ามกลางเงาของม่านอักขระที่กำลังประสานเข้าหากันเป็นตาข่ายฟ้าดิน! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมึกทองคำข้ามภพ" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับนางเซียนผู้ปิดกั้นหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%