กลิ่นอายของกาแฟดำที่เย็นชืดจนขึ้นคราบจางๆ บนก้นแก้ว ไม่ได้น่าหดหู่เท่ากับความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องรับแขกสไตล์โมเดิร์นลอฟท์แห่งนี้ ปาริศานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีชาตัวโปรด สายตาของเธอนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อมจากสายลม แต่ทว่าภายในกลับซ่อนกระแสคลื่นแห่งการพิพากษาที่พร้อมจะซัดสาดทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ธวินทรุดตัวลงคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเธอ เข่าทั้งสองข้างแนบลงกับพื้นพรมราคาแพงโดยไร้ซึ่งศักดิ์ศรีของนักบริหารผู้เคยค้ำจุนอาณาจักรธุรกิจมูลค่าหลายพันล้าน ผู้ชายที่เคยใช้นัยน์ตากร้าวรานมองเธอราวกับเธอเป็นเพียงฝุ่นผงใต้รองเท้าในอดีต บัดนี้กลับมีเพียงหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดที่คลหน่วยและรอยยับยู่ยี่บนสูทราคาแพงซึ่งบ่งบอกถึงค่ำคืนอันยาวนานที่เขาเฝ้าเวทนาตัวเอง
"ปาริศา... ผมขอร้องล่ะครับ" เสียงของธวินแหบพร่าและสั่นเครือ มันไม่ใช่เสียงของผู้มีอำนาจอีกต่อไป แต่มันคือเสียงของสุนัขจนตรอกที่กำลังร้องขอเศษเสี้ยวความเมตตาจากเจ้าของที่มันเคยทุบตี "ทำไมคุณถึงต้องทำถึงขนาดนี้... ทุกอย่างที่ผมสร้าง ทุกโครงการที่ผมทุ่มเท... คุณกำลังพingมันทิ้งด้วยมือของคุณเองอย่างเลือดเย็น"
ปาริศาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะของเธอนั้นแห้งแล้งและเย็นชาจนธวินต้องสะท้าน เธอยกเรียวนิ้วขึ้นทัดผมปอยที่หลุดล่วงลงมาข้างแก้มอย่างใจเย็น ก่อนจะโน้มตัวลงไปหาเขา ช้าๆ ทว่าทรงพลังจนอดีตสามีต้องผะยองถอยหลังตามสัญชาตญาณ
"เลือดเย็นงั้นหรือคะ ธวิน?" ปาริศาเอ่ยทวนคำ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลราวกับเสียงกระซิบของปีศาจในยามวิกาล "คุณลืมไปแล้วหรือคะว่าคำว่า 'เลือดเย็น' ของจริงเนี่ย... หน้าตาเป็นอย่างไร วันที่คุณเซ็นใบหยดหยาดสุดท้ายโดยไม่แม้แต่จะชายตามองจดหมายลาออกของฉัน วันที่คุณปล่อยให้ฉันเดินออกจากบ้านหลังนั้นในคืนที่ฝนตกหนักโดยไม่มีแม้แต่เงินติดตัวสักบาท... ตอนนั้น หัวใจของคุณมันทำด้วยอะไรคะ?"
ธวินสะอื้นไห้โดยไร้เสียง มือหนาที่เคยใช้ตบโต๊ะสั่งการลูกน้องนับร้อยสั่นเทาจนต้องกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนเลือดซึม เขาพยายามจะเอื้อมมือไปแตะชายกระโปรงของเธอ แต่ปาริศากลับขยับเท้าหนีอย่างรังเกียจราวกับเขามีเชื้อโรคที่น่าขยะแขยง
"ผมชดใช้ให้คุณได้ทุกอย่าง... เอาทรัพย์สินทั้งหมดของผมไปสิ เอาบริษัท เอาอิสรภาพของผมไปเลยก็ได้! แต่ได้โปรด... อย่าทำลายความทรงจำเกี่ยวกับลูกของเรา... อย่าทำร้ายแก..." ธวินปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน เมื่อภาพของลูกน้อยที่เขาเพิ่งล่วงรู้ว่ามีตัวตนอยู่ ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด ความจริงที่ว่าเขาเคยเกือบเป็นคนฆ่าเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองทางอ้อมผ่านความเพิกเฉยในอดีต กำลังกัดกินวิญญาณของเขาให้แหลกสลายเป็นผุยผง
ปาริศาหรี่ตามองเขาด้วยความสมเพชเวทนาที่เจือปนด้วยความสะใจอย่างถึงที่สุด รอยยิ้มมุมปากของเธอไม่ได้ทำให้เธอดูงดงามขึ้นเลย แต่มันกลับทำให้เธอดูลึกลับและน่ากลัวราวกับภาพวาดในกระจกเงาที่กำลังสะท้อนด้านมืดที่สุดของมนุษย์ออกมา
"ลูกของเราหรือคะ?" ปาริศาทวนคำด้วยน้ำเสียงที่เยียบเย็นขึ้นอีกระดับ "คุณเพิ่งจะจำได้สินะว่าคุณมีลูก... น่าขันเสียจริง ธวิน คนอย่างคุณไม่สมควรแม้แต่จะได้รับสิทธิ์ในการออกเสียงเรียกเด็กคนนั้นว่า 'ลูก' ด้วยซ้ำ ทุกหยาดหยดของความเจ็บปวดที่คุณเคยสาดใส่ฉัน ฉันจะตวงมันกลับคืนให้คุณทีละหยด... จนกว่าคุณจะรู้ซึ้งว่า การรอคอยความตายในขณะที่ยังมีลมหายใจมันทรมานแค่ไหน"
เธอหยิบแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมา เปิดหน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายให้เขาเห็นด้วยสายตาที่คมกริบ ธวินก้มมองตัวอักษรบนกระดาษแผ่นนั้น ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ลมหายใจของเขาติดขัดทันทีเมื่อตระหนักว่าเกมการแก้แค้นของปาริศาไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องทรัพย์สินหรือชื่อเสียง แต่มันคือการตัดรากถอนโคนอนาคตทั้งหมดของเขาอย่างไร้ความปรานี
ปาริศาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กวาดสายตามองอดีตสามีที่กำลังหมอบราบคาบแก้วอยู่แทบเท้าด้วยความรู้สึกเป็นต่ออย่างสมบูรณ์แบบ เธอไม่ได้พูดอะไรต่ออีก เพียงแต่หมุนตัวเดินช้าๆ ไปยังบานกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง กระจกบานนั้นสะท้อนภาพหญิงสาวผู้สง่างาม เย็นชา และไร้หัวใจ... ภาพของเธอผู้ซึ่งเกิดใหม่จากกองเพลิงแห่งความเจ็บปวด
ทว่า ในขณะที่ปาริศากำลังจะก้าวเท้าเดินผ่านกระจกบานนั้น สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนที่ผิดปกติบางอย่างปรากฏขึ้นบริเวณโถงทางเดินด้านนอกสะท้อนผ่านกระจกเงา
ไม่ใช่เงาของธวิน... และไม่ใช่เงาของเธอเอง
เป็นเงาร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยประมาณหขวบคนหนึ่งกำลังยืนกอดตุ๊กตาหมีตัวโปรด โผล่พ้นขอบประตูเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ดวงตากลมโตคู่นั้นใสซื่อและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาเอ่อคลอ ขณะที่ใบหน้าจิ้มลิ้มถอดแบบพิมพ์เดียวกันกับธวินราวกับแกะสลักออกมาจากบล็อกเดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน
และเด็กน้อยคนนั้น... กำลังมองตรงมาที่ธวิน พร้อมกับเอ่ยเรียกคำสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงใสซื่อที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของคนทั้งสอง
"คุณพ่อ... ทำไมคุณพ่อถึงร้องไห้ล่ะครับ?"
ธวินช็อกค้าง ปาริศาชะביกเท้าหยุดนิ่งทันที ราวกับกาลเวลาทั้งห้องถูกแช่แข็งลงในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
ขอขอบพระคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดและเกมแก้แค้นนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว•ตอนที่ 17
กระจกที่แตกร้าว
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!