รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว•ตอนที่ 16

หมากเกมที่เดินผิดพลาด

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
“คุณกำลังเล่นเกมที่ไม่มีวันชนะหรอกนะ ปาริศา” เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเย็นชาจนเฉือนหัวใจของธวิน บัดนี้กลับสั่นพร่า เจือไปด้วยละอองความหวาดระแวงที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้สูทแบรนด์ดังราคาแพง เขากำลังยืนอยู่กลางห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูหราที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนราวกับมหานครแห่งนี้เป็นเพียงภาพวาดราคาถูก แต่ทว่า... ความยิ่งใหญ่ทั้งหมดในมือ กลับไร้ความหมาย เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเธอเป็นเพียงเงาไร้ตัวตนในบ้านหลังนี้ ปาริศาไม่ได้ขยับเขยื้อน เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีเลือดหมู แสงไฟนีออนสลัวจากตึกระฟ้าด้านนอกสะท้อนลงบนดวงตาสีดำสนิทที่ว่างเปล่าและเย็นชา ราวกับผิวน้ำนิ่งสนิทที่ซ่อนกระแสน้ำวนอันเชี่ยวกรากพัดพาความตายไว้เบื้องล่าง ในมือเรียวบางถือแก้วไวน์สีแดงเข้ม หมุนวนช้าๆ อย่างใจเย็น กลิ่นหอมกรุ่นของไวน์ชั้นดีลอยวนอยู่ในอากาศ ประสานกับความตึงเครียดที่แทบจะกรีดผิวหนังให้ชาหนึบ “เกมเหรอคะ?” ปาริศายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย “ดิฉันไม่ได้เล่นเกมกับคุณหรอกค่ะคุณธวิน... ดิฉันแค่กำลังเก็บกวาดเศษซากความพินาศที่คุณเป็นคนจุดไฟเผามันขึ้นมาเองต่างหาก” ธวินก้าวเท้าเข้าไปหาเธออย่างลืมตัว สัญชาตญาณของนักบริหารผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อใครกระตุ้นให้เขาต้องควบคุมสถานการณ์ให้ได้ เขายื่นมือออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็กนั่น ทว่าเพียงแค่สายตาคมกริบที่ตวัดมองมา ร่างสูงใหญ่ชะงักกึกราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น ความทรงจำในคืนวันที่เขาเคยผลักไสเธออย่างไร้เยื่อใย ไสไล่ส่งเธอให้ออกไปจากชีวิตโดยไม่สนใจแม้แต่คราบน้ำตาและรอยฟกช้ำ... มันย้อนกลับมาทุบตีอกเขาอย่างบ้าคลั่งในวินาทีนี้ “หยุดทำตัวเป็นคนแปลกหน้ากับผมเสียที ปาริศา!” ธวินเค้นเสียงลอดไรฟัน กรามแกร่งขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน เม็ดเหงื่อผุดพรายซึมตามขมับทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องทำงานเย็นเฉียบ “คุณต้องการอะไรกันแน่ หุ้นในบริษัท? เงินชดเชยทั้งหมด? หรืออยากให้ผมก้มกราบแทบเท้าคุณเหมือนที่คุณเคยต้องทำในอดีต บอกผมมาสิ! แต่อย่าใช้วิธีสกปรกเล่นงานคนรอบตัวผมแบบนี้!” “คนรอบตัวคุณ?” ปาริศาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบและบาดลึกเสียจนธวินต้องหายใจติดขัด เธอวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง ‘กริ๊ก’ ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้เธอจะตัวเล็กกว่าเขา แต่รัศมีแผ่ซ่านความกดดันที่เธอเปล่งออกมากลับทำให้ผู้ชายร่างโตอย่างเขาต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว “คนที่คุณเรียกว่าคนรอบตัว... คือชู้รักที่คุณพาเข้าบ้านในวันที่ฉันตั้งครรภ์ลูกของคุณใช่ไหมคะ?” ปาริศาก้าวเข้าไปประชิดทีละน้อย ทุกย่างก้าวของเธอมั่นคง ราวกับราชสีห์ที่ต้อนเหยื่อจนมุม “คือบรรดาคนที่ช่วยกันเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของฉันให้จมดินใช่ไหมคะคุณธวิน? คุณกลัวเหรอคะ... กลัวว่าอำนาจจอมปลอมที่คุณไขว่คว้ามาด้วยการเหยียบหัวคนอื่น มันกำลังจะพังทลายลงมาทับร่างคุณเองสินะ” “ผมสำนึกผิดแล้ว!” ธวินตวาดลั่นห้อง ความอดทนที่สั่งสมมาพังทลายลงจนหมดสิ้น เขารAะเบิดอารมณ์ออกมาด้วยความคับแค้นใจผสมความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินวิญญาณทุกค่ำคืน “คุณอยากให้ผมทำยังไง! จะให้ผมกราบ หรือจะให้ผมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อไถ่โทษในสิ่งที่ทำลงไป ผมก็ยอมทั้งนั้น! แต่หยุดทำตัวเหมือนคนไร้หัวใจแบบนี้เสียที!” “คุณเพิ่งมารู้จักคำว่า ‘หัวใจ’ เอาป่านนี้เหรอคะ?” ปาริศายื่นหน้าเข้าไปใกล้ จนธวินได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคยในอดีต—กลิ่นที่เขาเคยรังเกียจและปัดป้อง แต่วันนี้... มันกลับกลายเป็นกลิ่นอายแห่งความตายที่คอยหลอนประสาทเขาไม่เว้นแต่ละวัน ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ราวกับจะควักเอาวิญญาณข้างในออกมาฉีกเล่น “วันที่ฉันร้องขอชีวิตลูก วันที่ฉันกราบกรานขอความเห็นใจจากคุณ คุณเคยฟังฉันไหมคะธวิน? คุณบอกว่าฉันมันก็แค่ตัวภาระ... ตัวถ่วงความเจริญ” น้ำเสียงของเธอเรียաբเฉย ไร้ซึ่งรอยน้ำตา ไร้ซึ่งความสะอื้นไห้ เพราะหยาดน้ำตาเหล่านั้นมันเหือดแห้งหายไปหมดตั้งแต่คืนวันมืดมนเมื่อสามปีก่อนแล้ว เหลือไว้เพียงความแค้นที่ถูกหล่อหลอมจนแข็งแกร่งดั่งเพชร ธวินหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก ภาพวันเก่าๆ ย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัว ภาพที่เขาเคยผลักเธอล้มลงบนพื้นห้องนอนอย่างไร้ความปรานี ภาพที่เธอสูญเสียเลือดเนื้อเชื้อไขไปต่อหน้าต่อตาโดยที่เขาเลือกจะเดินหันหลังให้อย่างไม่ใยดี ความสำนึกผิดที่สายเกินแก้โถมเข้าทับทรวงอกจนเขาแทบกระอักเลือดออกมาเป็นลิ่มเลือด “ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเลยเถิดมาถึงจุดนี้...” ธวินเสียงสั่น พยายามเอื้อมมือจะแตะไหล่บาง แต่ปาริศากลับปัดออกอย่างไม่ใยดี ราวกับรังเกียจเดียดฉันท์สัมผัสจากเขาเสียเต็มประดา “แต่คุณเลือกมันเองค่ะ” ปาริศาถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนเรียวปากสวย “และตอนนี้ เกมที่คุณพยายามจะควบคุม... มันกำลังหลุดมือคุณไปไกลลิบแล้วล่ะค่ะคุณธวิน” ธวินขบกรามแน่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธและอัดอั้น เขาพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายกลับคืนมา ขู่เสียงลอดไรฟันด้วยความจนตรอก “คิดเหรอว่าคุณจะชนะผมได้ง่ายๆ ปาริศา หลักฐานทั้งหมดที่คุณถืออยู่ มันยังไม่พอที่จะโค่นผมลงหรอก! ผมยังมีไพ่ตายที่—!” “ไพ่ตายเหรอคะ?” ปาริศาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ราวกับรอคอยคำนี้มานานแสนนาน “คุณหมายถึงเอกสารบัญชีลับของบริษัทเครือข่ายที่คุณโยกย้ายเงินออกไปต่างประเทศใช่ไหมคะ? หรือว่า... หมายถึงคลิปเสียงการประชุมลับที่คุณสั่งเก็บพยานปากเอกคนนั้นกันแน่?” ธวินเบิกตากว้างจนแทบถลน ความเย็นวาบแล่นพล่านจากไขสันหลังขึ้นสู่สมอง หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ข้อมูลพวกนั้น... เป็นความลับสูงสุดที่แม้แต่เลขาคนสนิทก็ไม่มีทางล่วงรู้ แล้วผู้หญิงคนนี้... ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาไร้พิษสงคนนี้ รู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร?! “คุณ... คุณรู้ได้ยังไง! ใครเป็นคนรายงานคุณ!” ธวินตะคอกเสียงดังลั่น แววตาตื่นตระหนกไร้ซึ่งความเยือกเย็นของนักบริหารมือทองอีกต่อไป เขาก้าวเข้าไปหมายจะกระชากแขนเธอเพื่อเค้นหาความจริง ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะทันได้แตะโดนตัวปาริศา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—จังหวะนิ่งสนิท ทว่าทรงพลังจนหยุดทุกการเคลื่อนไหวในห้องนั้น ทั้งคู่ชะงัก ธวินหันขวับไปมองบานประตูไม้สักทองด้วยความหวระแวง ขณะที่ปาริศากลับคลี่ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่แท้จริงที่สุดตั้งแต่บทสนทนาเริ่มต้นขึ้น... รอยยิ้มแห่งความสะใจที่กำลังจะส,รุปฉากสุดท้ายของละครฉากนี้ “เชิญค่ะ” ปาริศาเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงกังวานใส กลอนประตูกค่อยๆ ถูกบิดเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มเดินก้าวเข้ามาในห้องทำงาน พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือ ใบหน้าเรียบเฉยและแววตาคมกริบของเขาทำให้ธวินถึงกับผงะถอยหลังด้วยความตกใจสุดขีด เพราะผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่คือ ‘ทนายความมือหนึ่ง’ ผู้กุมความลับทั้งหมดของตระกูลเขา และเป็นคนที่เขาเพิ่งเซ็นสัญญาจ้างด้วยเม็ดเงินมหาศาลเพื่อซื้อความภักดีเมื่อวานนี้เอง! ทนายความคนนั้นโค้งคำนับให้ปาริศาอย่างนอบน้อม ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้าอดีตสามีผู้กำลังยืนตัวสั่นเทา แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทที่เชือดเฉือนหัวใจธวินจนแหลละเอียด “เรียนคุณธวิน... เอกสารการโอนสิทธิ์ทรัพย์สินทั้งหมดของคุณ ถูกโอนเข้าบัญชีของคุณปาริศาเรียบร้อยแล้วครับ และนี่คือหมายศาล... ในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินที่คุณปฏิเสธไม่ได้ครับ” ธวินเข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในทันที โลกทั้งใบหมุนคว่ำเคว้งคว้างอย่างน่าเวทนา ขณะที่ปาริศาก้มมองเขาด้วยสายตาดั่งนางพญาผู้สูงส่ง เหยียดยิ้มเย็นชาแล้วเอ่ยกระซิบเบาๆ ราวกับเสียงกระซิบจากยมบาล “ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของคุณนะคะ... สามีเก่าที่รัก” ขอขอบพระคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดและเกมแก้แค้นนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%