กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าผสมผสานกับกลิ่นจางๆ ของน้ำยาเคลือบไม้ราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัวของธวิน ไม่เคยให้ความรู้สึกปลอดภัยแก่ใครเลย สักนิด ตั้งแต่เกิดเรื่อง... ห้องนี้ก็กลายเป็นกรงขังที่เต็มไปด้วยเงาอดีตอันบิดเบี้ยว
ปาริศายืนนิ่งอยู่หน้าตู้เซฟฝังผนัง นิ้วมือเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำสนิทกำลังกดรหัสผ่านหหลักสิกข์อย่างแม่นยำ ราวกับเธอกดมันซ้ำๆ เป็นร้อยครั้งในความฝัน เสียงกลไกโลหะด้านในดีดตัวออกด้วยความดังที่บาดหูดัง 'คลิก' สะท้อนก้องในความเงียบงันยามวิกาล
ความเย็นเยียบของอากาศรอบตัวไม่น่ากลัวเท่ากับความว่างเปล่าที่อยู่เบื้องหน้า
ช่องลับที่ควรจะอัดแน่นไปด้วยเอกสารกรรมสิทธิ์และฟิล์มกระจกเนกาทีฟภาพถ่ายชุดนั้น... ตอนนี้กลับว่างเปล่า มีเพียงเศษผงกระดาษสีขาวชิ้นเล็กๆ ที่ถูกฉีกทึ้งจนละเอียดราวกับเศษหิมะโปรยปรายอยู่ก้นตู้
รอยนิ้วมือบนฝุ่นหนาเตอะในตู้นั้น... ไม่มีอีกแล้ว มันถูกเช็ดถูทำความสะอาดอย่างประณีตโดยฝีมือของใครบางคน คนที่รู้รหัสผ่านนี้ดีพอกับเธอ
"มองหาอะไรอยู่หรือคะ... คุณอดีตสามี?"
เสียงหวานใสที่เอ่ยขึ้นจากมุมมืดของห้องทำให้ธวินที่เพิ่งก้าวพ้นธรณีประตูสะดุ้งสุดตัว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทที่ยับยู่ยี่เพราะผ่านการทำงานข้ามคืนชะงักกึก ดวงตาคมกวาดมองภรรยาเก่าที่เขากลัวที่สุดในชีวิตด้วยความระทึก
ธวินหายใจหอบถี่ เหงื่อกาฬซึมตามไรผม "ปาริศา... คุณเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง"
"ห้องนี้เคยเป็นของดิฉันนะคะ... ลืมไปแล้วหรือคะว่ารหัสเซฟนี้ วันเกิดใคร?" ปาริศาหันกลับมาเผชิญหน้า รอยยิ้มมุมปากของเธองดงามราวกับดอกไม้พิษที่เบ่งบานในความมืด ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววเย้ยหยันอย่างไร้ความปรานี "น่าเสียดายจิงๆ นะคะ หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะมัดตัวคุณให้ดิ้นไม่หลุด... ถูกทำลายไปเสียก่อน ดิฉันเกือบจะได้เห็นคุณล้มละลายและสิ้นเนื้อประดาตัวอย่างสมบูรณ์แบบแล้วเชียว"
ธวินก้าวเข้าไปใกล้ ลมหายใจของเขาติดขัด หัวใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกผิดและหวาดกลัวที่ผสมปนเป เขายื่นมือสั่นเทาออกไปหมายจะแตะแขนเธอ แต่ปาริศากลับถอยหลังหลบราวกับรังเกียจเดียดฉันท์สัมผัสจากเขา
"ผมไม่ได้ทำ..." เสียงของธวินแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยรอยร้าวของคนที่สูญเสียทุกอย่าง "ผมไม่ได้เป็นคนทำลายมัน ปาริศา... เชื่อผมสักครั้งเถอะ ผมพยายามจะไถ่บาป ผมพยายามจะคืนทุกอย่างให้คุณแล้ว!"
"คำว่า 'ไถ่บาป' จากปากคนที่เคยผลักไสลูกในท้องดิฉันให้ตกลงไปในกองเพลิงแห่งความโลภ... มันช่างน่าสะบักสะอ้วเสียจริงนะคะคุณธวิน" ปาริศาแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณคิดว่าทำลายหลักฐานชิ้นนั้นแล้ว คุณจะล้างมลทินได้งั้นหรือคะ? ความจริงไม่ได้ถูกลบเลือนไปตามกระดาษที่ถูกฉีกหรอกนะคะ... แต่มันฝังอยู่ใต้รอยเลือดและหยาดน้ำตาที่คุณเคยเหยียบย่ำต่างหาก!"
บรรยากาศภายในห้องตึงเครียดจนแทบขาดใจ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของธวินที่ยืนทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอ ความทะเยอทะยานและอำนาจทั้งหมดที่เขากอบโกยมาตลอดชีวิต พังทลายลงเหลือเพียงเศษธุลีต่อหน้าอดีตภรรยาที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอ
แต่ก่อนที่ปาริศาจะได้เอաբคำพูดเชือดเฉือนใดๆ ออกมาอีก เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงด้านนอกก็ดังขึ้น... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองพร้อมกัน ในยามวิกาลเช่นนี้ ชั้นสิบห้าของคอนโดมิเนียมหรูหราใจกลางเมือง ไม่มีทางที่มนุษย์ปกติคนใดจะมายืนเคาะกระจกจากด้านนอกได้
และเมื่อปาริศาหันกลับไปมองผ่านม่านโปร่งสีขาวที่ปลิวไสวตามแรงลม หัวใจที่เคยแข็งกระด้างและเย็นชาของเธอกลับกระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น
เงาร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยราวห้าขวบคนหนึ่งกำลังยืนแปะมือข้างหนึ่งลงบนกระจกใส หยาดน้ำฝนเปียกปอนทั่วร่าง แต่ดวงตากลมโตคู่นั้น... มองตรงมาที่พวกเขาด้วยแววตาที่คุ้นเคยเสียยิ่งกว่าอะไรดี
มันคือดวงตาคู่เดียวกับที่ปาริศาเคยเห็นในฝันร้าย และเป็นดวงตาคู่เดียวกับที่กำลังมองสั่นเทาอยู่บนใบหน้าของธวินในขณะนี้
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว•ตอนที่ 8
รอยนิ้วมือที่หายไป
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!