เสียงสะอื้นไห้ที่กลืนกลายไปกับความเงียบงันของห้องรับแขกสไตล์มินิมอลแห่งนี้ ช่างเป็นดนตรีประกอบที่ปาริศาพบว่ามันไพเราะและน่าสมเพชเสียเหลือเกินในค่ำคืนนี้
ธวิน—อดีตประธานบริหารหนุ่มผู้เคยถือครองความมั่นใจไว้เต็มเปี่ยม จนกระทั่งโลกทั้งใบของเขาพังทลายลงด้วยน้ำมือของความเย่อหยิ่งของตนเอง—กำลังคุกเข่าลงบนพรมเปอร์เซียราคาแพง มือหนาที่เคยสะบัดใส่เธออย่างไม่ใยดีเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้กำลังสั่นเทาขณะเอื้อมมาหมายจะแตะชายกระโปรงของเธอ ปาริศากลับขยับถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับว่าสัมผัสจากเขาคือสิ่งสกปรกที่เธอไม่อาจปล่อยให้แปเปื้อนตัวเธอได้อีกต่อไป
"ปาริศา... ผมขอร้องคุณล่ะ" เสียงทุ้มต่ำที่เคยดุดันและทรงอำนาจ บัดนี้แหบแห้งและพร่าเลือนจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองเธอด้วยความเย็นชาและเหยียดหยาม เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลรินอย่างไร้ศักดิ์ศรี "ทำลายผมให้แหลkสลายไปเลยก็ได้ จะให้ผมคุกเข่าต่อหน้าสื่อมวลชน จะให้ผมประกาศสละหุ้นทุกเปอร์เซ็นต์ หรือให้ผมกราบเท้าคุณตรงนี้... ผมก็ยอมทั้งนั้น ขอแค่... ขอแค่คุณยอมให้โอกาสผมได้แก้ตัว ได้ชดใช้ให้คุณกับลูกบ้าง"
ปาริศายกมุมปากขึ้นข้างหนึ่ง เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีชาด ท่าทีสง่างามและเย่อหยิ่งในแบบที่ธวินไม่เคยสังเกตเห็นเลยในวันที่เธอยังเป็นภรรยาผู้แสนอ่อนหวานและเจียมเนื้อเจียมตัว
"ชดใช้หรือคะ?" ปาริศาทวนคำ เสียงหวานใสแต่นุ่มเย็นเยียบจนบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง "คุณกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่หรือคะ คุณธวิน ในเมื่อสิ่งที่คุณทำลายมันพังพินาศจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก ดอกไม้ที่ถูกเหยียบย่ำจนจมดินไปแล้ว ต่อให้คุณจะเอาปุ๋ยชั้นดีมารดน้ำพรวนดินมากแค่ไหน มันก็ไม่มีทางฟื้นคืนชีพขึ้นมาเป็นดอกไม้ดอกเดิมได้อีกหรอกค่ะ"
"แต่ผมสำนึกผิดแล้ว... ปาริศา" ธวินละล่ำละลักละลาน ความเจ็บปวดบีบคั้นหน้าอกเขาจนหายใจไม่ออก ภาพวันเก่าๆ ที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งเธอให้ออกจากบ้านโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ขณะที่เธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ และร้องขอความเห็นใจ ย้อนกลับมาตบหน้าเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในยามนี้ "วันที่คุณแท้งลูก... วันที่คุณเดินออกจากบ้านหลังนั้นโดยไม่มีแม้แต่เงินติดตัว ผมมัน... ผมมันไอ้สารเลว! ผมสมควรตาย! แต่ตอนนี้... ได้โปรดเถอะ ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ ให้ผมได้ดูแลคุณ... ให้ผมได้กอดลูกของเรา..."
"ลูกของเรา?" ปาริศาหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข แต่เต็มไปด้วยความขื่นขมและเย้ยหยัน "คำนี้มันช่างน่าขันเสียจริงนะคะ คุณธวิน ตอนที่เด็กคนนั้นหัวใจหยุดเต้นในท้องของฉัน ตอนที่ฉันนอนจมกองเลือดอยู่บนเตียงโรงพยาบาลอย่างไร้คนเหลียวแล คุณกำลังเซ็นสัญญาธุรกิจมูลค่าพันล้านกับคู่ค้าอยู่ไม่ใช่หรือคะ? ตอนที่คุณปฏิเสธแม้กระทั่งจะฟังคำอธิบายจากฉัน คุณเคยจำได้ไหมว่าคำว่า 'ลูกของเรา' มันมีความหมายอะไรกับคุณบ้าง"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบสะท้านและความเจ็บปวดร้าวรานที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของธวิน ร่างสูงใหญ่ที่เคยสง่างามทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น มือทั้งสองข้างกุมใบหน้าตัวเองไว้ขณะที่เสียงสะอื้นไห้หลุดลอดออกมาจากไรฟัน เขาไม่เคยคิดเลยว่ากรรมตามสนองจะรวดเร็วและโหดร้ายถึงเพียงนี้ ผู้หญิงคนที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้กลับยืนตระหง่านอยู่เบื้องสูง และเขาก็เป็นเพียงเศษฝุ่นที่ต้องก้มกราบขอความเมตตาจากเธอ
ปาริศามองภาพนั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งความสงสาร ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความสะใจอันหอมหวานที่กำลังกัดกินหัวใจเธอทีละน้อย มันช่างสาสม... มันช่างยุติธรรมเหลือเกินกับสิ่งที่เธอต้องทนทุกข์ทรมานมาตลอดหลายปี
"ลุกขึ้นเถอะค่ะ" เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้เยื่อใย "การมาคุกเข่าร้องไห้คร่ำครวญอยู่แทบเท้าฉันตอนนี้ มันไม่ได้ช่วยให้เวลาสี่ปีที่ฉันต้องจมอยู่กับความมืดมิดย้อนกลับมาได้ และมันก็ไม่ได้ทำให้ลูกของฉันฟื้นคืนชีพขึ้นมาหรอกค่ะ"
"ปาริศา..."
"เชิญกลับไปเถอะค่ะ" ปาริศาผายมือไปทางประตูบ้านอย่างไม่แยแส "แล้วจำใส่สมองของคุณไว้ให้ดีด้วยว่า ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตของฉันไม่มีที่ว่างให้กับคนบาปอย่างคุณอีกแล้ว หากคุณยังกล้ามาเหยียบที่นี่หรือมารบกวนชีวิตฉันอีกแม้แต่ครั้งเดียว ครั้งหน้าสิ่งที่คุณจะได้รับจากฉัน จะไม่ใช่แค่คำปฏิเสธที่เย็นชาแบบนี้อย่างแน่นอนค่ะ"
ธวินเงยหน้าขึ้นมองอดีตภรรยาด้วยแววตาที่แตกสลายย่อยยับ เขารู้ดีว่าไม่มีคำแก้ตัวใดๆ จะลบล้างความผิดมหันต์นี้ได้อีกแล้ว ชายหนุ่มค่อยๆ พยุงร่างอันไร้เรี่ยวแรงของตนเองลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก ก้าวถอยหลังทีละก้าวอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปพร้อมกับรอยแผลเป็นในใจที่จะไม่มีวันจางหาย
เสียงประตูบ้านปิดลงพร้อมกับความเงียบสงบที่กลับคืนมา ปาริศาสูดลมหายใจเข้าลึก and ผ่อนออกมาช้าๆ เธอยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนภาพหญิงสาวผู้สง่างาม ทว่าภายในแววตานั้นยังคงมีเปลวไฟแห่งความแค้นโชติช่วงอยู่ไม่เคยดับ
ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะหันหลังเดินกลับขึ้นชั้นบน สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนจากกระจกบานเล็กที่ตั้งอยู่มุมห้องรับแขก—เงาร่างของเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่ง สวมเสื้อยืดสีขาวสะอาดตา กำลังยืนแอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่หลังเสาต้นใหญ่ ดวงตากลมโตคู่นั้นช่างคุ้นตาเสียจนหัวใจของปาริศากระตุกวูบ และใบหน้านั้น... ช่างถอดแบบมาจากธวินในวัยเด็กราวกับแกะ!
รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว•ตอนที่ 9
บททดสอบความเย็นชา
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!