รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว•ตอนที่ 20

ความล้มเหลวที่แท้จริง

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
เสียงแจ้งเตือนของสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำงานกระจกใสไม่ได้ดังขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่มันกรีดร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับฝูงแมลงวันที่กำลังรุมทึ้งซากเน่าเฟะ ธวินขยับเนคไทเนื้อดีที่บัดนี้ยับยู่ยี่ด้วยแรงอารมณ์ ปลอกคอเสื้อเชيرสีขาวรู้สึกคับแคบบีบรัดจนหายใจไม่ออก เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผม ทั้งที่ห้องทำงานส่วนตัวเปิดแอร์เย็นฉ่ำจนหนาวเยือกถึงกระดูก หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นพร้อมพาดหัวข่าวจากสำนักข่าวออนไลน์ชื่อดังหลายสำนักพร้อมเพรียงกัน—*“ขุดคุ้ยเบื้องลึก อดีตผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ทอดทิ้งภรรยาในยามวิกฤตเพื่อไต่เต้าสู่บัลลังก์อำนาจ: หลักฐานมัดตัวปฏิเสธไม่ได้”* พร้อมกับภาพถ่ายเก่าๆ ที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาตีแผ่ ภาพของปาริศาในชุดคนไข้โรงพยาบาล ผอมโซ ไร้เรี่ยวแรง และดวงตาที่ลึกโหลไร้ประกายความหวัง... ภาพนั้นคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตอกย้ำความโหดร้ายของเขาในอดีต ภาพที่เขาเคยคิดว่าถูกกวาดล้างทำลายจนหมดสิ้นไปจากโลกใบนี้แล้ว แต่วันนี้ มันกลับถูกประจานต่อหน้าสายตาคนนับล้านในโลกโซเชียล ธวินกัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดนูน นัยน์ตาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดหวั่น มือหนาสั่นเทาจนเกือบทำโทรศัพท์ร่วงหล่นลงพื้น ใครบางคน... ใครบางคนที่จงใจส่งระเบิดเวลานี้เข้ามาทำลายชีวิตที่เหลืออยู่ของเขาให้พังพินาศเป็นจุล ในขณะเดียวกัน ที่ห้องพักเพนต์เฮ้าส์หรูหราใจกลางเมือง ปาริศากำลังจิบชาอุ่นๆ จากถ้วยเซรามิกเนื้อดี สายตานิ่งสงบมองภาพความโกลาหลที่สะท้อนอยู่บนหน้าจอแท็บเล็ต มุมปากหยدอิ่มระบายรอยยิ้มบางเบา เย็นชา และไร้ซึ่งความปรานีใดๆ "คุณกำลังช็อกใช่ไหมคะ ธวิน..." เธอบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังชมการแสดงละครสัตว์ที่ตนเองเป็นผู้กำกับบท "นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของความล้มเหลวที่แท้จริง... สิ่งที่คุณเคยทำกับฉัน มันยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่ทุรนทุรายอยู่ในตอนนี้" ภาพในอดีตย้อนกลับเข้ามาในห้วงคำนึง วันที่เธออ้อนวอนขอความเห็นใจ วันที่เธอแบกรับความเจ็บปวดไว้เพียงลำพังขณะที่เขาก้าวเดินไปสู่อนาคตที่ไม่มีเธอ ความเย็นชาที่เขาเคยใช้เป็นอาวุธทิ่มแทงหัวใจเธอนั้น บัดนี้มันได้ย้อนกลับมากลายเป็นคมมีดนับพันเล่มที่กำลังกรีดแทะวิญญาณของเขาเองอย่างช้าๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ ก่อนที่เลขานุการส่วนตัวของธวินจะพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด ลมหายใจหอบกระชั้น "ท่านประธานครับ... แย่แล้วครับ! หุ้นของบริษัทร่วงลงอย่างต่อเนื่องติดต่อกันสามสิบนาทีหลังจากข่าวนี้แพร่ออกไป คณะกรรมการบริหารเรียกประชุมฉุกเฉินด่วนที่สุดครับ และ... และทางผู้ถือหุ้นรายใหญ่กำลังกดดันให้คุณลาออกจากตำแหน่งเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของบริษัทครับ!" ธวินเงยหน้าขึ้น ช1ายหนุ่มผู้เคยถือไพ่เหนือกว่าทุกอย่างในมือ บัดนี้กลับเหลือเพียงความว่างเปล่าและความพ่ายแพ้ที่กำลังโถมเข้าใส่ดั่งคลื่นสึนามิ "ใครเป็นคนปล่อยข่าวนี้..." เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ แทบจะไม่เหลือเค้าโครงของนักบริหารผู้ทรงอิทธิพลเลยแม้แต่น้อย "ไปสืบมาให้ได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้!" "เรา... เราพยายามตรวจสอบต้นตอแล้วครับท่าน" เลขานุการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "แต่ร่องรอยทั้งหมดถูกปิดบังไว้อย่างแนบเนียน เส้นทางการเงินและหลักฐานที่หลุดออกไป... ถูกส่งตรงมาจากอีเมล์ที่จดทะเบียนภายใต้ชื่อของ... ของคุณปาริศาครับ!" ธวินชะงักงัน ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางกระบาล ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ปาริศา... ภรรยาที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาอันไร้ค่าคนนั้น คือผู้ที่ขุดหลุมฝังเขาทั้งเป็นอย่างเลือดเย็นที่สุด เขารีบคว้ากุญแจรถบนโต๊ะด้วยความลนลาน ความคิดเดียวในหัวคือต้องไปพบเธอ ต้องไปเค้นความจริงและขอร้องให้เธอหยุดการกระทำอันบ้าคลั่งนี้ แม้จะรู้ดีว่ามันสายเกินไปแล้วก็ตาม ธวินก้าวพรวดพราดออกจากห้องทำงาน ท่ามกลางสายตาสอดรู้สอดเห็นของพนักงานนับสิบคนที่มองมาด้วยความรังเกียจและสมเพช เขาวิ่ฃฝ่าฝ่าความวุ่นวายลงมาที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน บรรยากาศรอบตัวอึมครึมและกดดัน ราวกับความมืดมิดในจิตใจของเขาที่กำลังแผ่ขยายออกมารab แต่ทว่า... เมื่อเขากำลังจะเปิดประตูรถเพื่อขับออกไป สายตาคมกริบก็เหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นตาของใครบางคนยืนพิงเสาปูนอยู่ไม่ไกลจากรถของตนเอง เงาร่างนั้นสวมเสื้อโค้ทสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ้อนไว้ภายใต้ปีกหมวกปานามา แต่รอยยิ้มมุมปากที่แย้มออกมาเล็กน้อยท่ามกลางความสลัวของลานจอดรถ ทำให้ธวินต้องหยุดชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงด้วยความหวาดกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ไม่ใช่ปาริศา... แต่เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งในชุดกระโปรงสีขาวสะอาดตา ที่กำลังยืนจ้องมองเขาด้วยดวงตากลมโตสีดำสนิท คู่นั้น... ดวงตาคู่ที่ถอดแบบมาจากใครบางคนที่เขาพยายามลืมเลือนมาตลอดชีวิต เด็กน้อยเอียงคอเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นโบกให้เขาช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มไร้เดียงสาที่ชวนให้ขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง และคำพูดประโยคเดียวที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางเบานั้น ก็ทำให้โลกทั้งใบของธวินพังทลายลงในพริบตา "คุณพ่อคะ... แม่บอกให้มาตาม กลับบ้านกันได้แล้วค่ะ" ขอขอบพระคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดและเกมแก้แค้นนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%