รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว•ตอนที่ 21

คืนที่ยาวนาน

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
ความมืดสนิทที่โรยตัวลงมาอย่างไร้ความปรานี ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่หยุดลงตรงหน้าประตูห้องรับแขก เสียงหอบหายใจเจือความเหนื่อยล้าของธวินลอดผ่านความเงียบงันเข้ามา ราวกับสัตว์ป่าที่จนตรอกและกำลังเดินเข้าสู่กรงขังที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นเองด้วยมือ "คุณล็อกประตูทำไม ปาริศา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นในความมืด น้ำเสียงนั้นเจือความหงุดหงิดที่พยายามซ่อนความสั่นเครือไว้อย่างน่าสมเพช ปาริศานั่งนิ่งอยู่บนโซฟาตัวยาวโดยไม่ขยับเขยื้อน เธอมองผ่านความมืดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวลอดผ่านผ้าม่านโปร่ง เธอไม่ได้จุดเทียน และเธอก็ไม่คิดจะเปิดไฟยามที่บ้านทั้งหลังถูกตัดกระแสไฟฟ้ากะทันหันเช่นนี้ สำหรับเธอ ความมืดไม่ได้น่ากลัว เพราะเธออยู่กับมันมานานจนคุ้นชิน ต่างจากเขา... ผู้ชายที่เคยใช้ชีวิตอยู่ใต้แสงไฟสว่างจ้าและอำนาจเงินตรา บัดนี้กลับยืนตัวสั่นเทาอยู่ท่ามกลางความเวิ้งว้าง "ฉันไม่ได้ล็อก ธวิน... บ้านหลังนี้ต่างหากที่กำลังปฏิเสธคุณ" ปาริศาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชา และบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนผิวเนื้อที่ไร้ยาชา คลิیک! เสียงแช็กของไฟแช็กสว่างวาบขึ้นชั่วขณะ เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าและหยาดเหงื่อซึมตามไรผมของธวิน แสงสีส้มสั่นไหวจากเปลวไฟสะท้อนลงบนดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความรu้า1ร้าว เขากวาดสายตามองหาเธอ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้าม ระยะห่างระหว่างพวกเขามีน้อยนิด แต่มันกลับกว้างใหญ่ไพศาลราวกับอยู่คนละฟากฝั่งของมหาสมุทร "เราต้องคุยกันเรื่องนั้นให้รู้เรื่อง ปาริศา สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่... มันไม่ใช่การแก้แค้น แต่มันคือการฆาตกรรมความรู้สึกทีละน้อย" ธวินกัดฟันกรอด พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น ขณะที่เปลวไฟในมือเริ่มเผาไหม้ปลายนิ้วจนเขาต้องสะบัดมันให้ดับลง ความมืดมิดจึงกลับมากลืนกินพวกเขาทั้งคู่อีกครั้ง ปาริศายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ธวินไม่มีวันมองเห็นในความมืด แต่เขารับรู้ได้ถึงความเยียบเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอ รอยยิ้มของอดีตภรรยาผู้เคยร้องขอความรัก รอยยิ้มของหญิงสาวที่เขาเคยเดินผ่านไปอย่างไร้เยื่อใยในวันที่เธอนอนซมอยู่บนเตียงโรงพยาบาล "ฆาตกรรมความรู้สึกอย่างนั้นหรือคะ?" ปาริศาทวนคำ น้ำเสียงของเธอเจือแววเยาะหยันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณเอาคำนี้มาจากไหนกันคะ ธวิน? คนที่ฆ่าความรู้สึกของใครสักคนจนตายทั้งกลมเมื่อสามปีก่อน คือฉัน หรือคุณกันแน่?" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบสะท้อนก้องในห้องกว้าง ธวินรู้สึกเหมือนถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรงด้วยความจริงที่เขาไม่มีวันปฏิเสธ ภาพในอดีตย้อนกลับมาหลอนเขาอีกครั้ง วันที่เขาเลือกเซ็นเอกสารโอนหุ้นและเดินออกจากบ้านหลังนี้ไปเพื่ออนาคตทางสังคม วันที่เขาปล่อยให้ภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ เผชิญความโดดเดี่ยวและความสูญเสียโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง "ผมขอโทษ..." เสียงของเขาแหบพร่าและหลุดรอดออกมาจากลำคออย่างยากลำบาก มันเป็นคำขอโทษที่ไร้ค่าที่สุดในสายตาของปาริศา แต่เป็นสิ่งเดียวที่ผู้ชายหยิ่งผยองอย่างเขาหลงเหลืออยู่ "เก็บคำขอโทษของคุณไว้เถอะค่ะ มันไม่มีราคาค่างวดอะไรสำหรับฉันแล้ว ตั้งแต่วันที่คุณเลือกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันลงกับพื้น เพื่อก้าวขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดที่คุณโหยหา ฉันก็ตายไปจากโลกใบนั้นแล้วค่ะ ธวิน คนที่คุณกำลังคุยด้วยอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่ปาริศาคนเดิมที่คุณเคยละทิ้ง... แต่เป็นเงาที่จะคอยตามหลอนคุณไปจนวันตายต่างหาก" ธวินลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ความอดทนที่ใกล้พังทลายทำให้เขาพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงตรงหน้าโซฟา มือใหญ่เอื้อมไปหมายจะคว้ามือเรียวบางมาจับ แต่ปาริศากลับชักมือหลบอย่างรวดเร็วดุจงูพิษสัมผัส ความว่างเปล่าที่ปลายนิ้วทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปล๊บราวกับถูกบีบอัดด้วยคีมเหล็ก "ปาริศา... ได้โปรด ให้โอกาสผมได้ชดใช้ ได้ไหม? ทุกอย่างที่คุณต้องการ ผมหามาให้คุณได้หมดแล้ว บริษัท ตำแหน่ง ทรัพย์สิน หรือแม้แต่ชีวิตของผม... ถ้ามันจะทำให้คุณหายโกรธ จะให้ผมกราบเท้าคุณตรงนี้ ผมก็ยอม" ความสิ้นหวังในน้ำเสียงของอดีตสามีผู้ทรงอิทธิพล ช่างน่าสมเพชและสมน้ำหน้าในเวลาเดียวกัน ปาริศาก้มมองร่างสูงที่ยอมลดตัวลงต่ำจนติดพื้น ความมืดไม่สามารถปิดบังความสะใจที่เอ่อล้นอยู่ในดวงตาคู่สวยของเธอได้ หยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดในอดีตได้แห้งเหือดหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่าและเพลิงแค้นที่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยความพินาศของเขา "คุณคิดจริงๆ หรือคะว่าทุกอย่างบนโลกใบนี้จะซื้อกลับมาได้ด้วยเงินทองและอำนาจ? คุณคิดว่าการกราบกรานของผู้ชายที่ไร้ค่าอย่างคุณ จะลบเลือนความเจ็บปวดในคืนวันที่ฉันต้องร้องไห้จนเลือดตาแทบกระเด็นได้งั้นหรือ?" ปาริศาก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเขา น้ำเสียงของเธอเย็นยะเยือกจนธวินรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงไขกระดูก "สิ่งที่ฉันต้องการ... ไม่ใช่การชดใช้ค่ะ ธวิน สิ่งที่ฉันต้องการคือการได้เห็นคุณสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนกับที่ฉันเคยสูญเสีย... และตอนนี้ คุณก็กำลังเดินมาถึงจุดนั้นด้วยตัวเองแล้ว" ธวินนิ่งงิ่งไป เขาเงยหน้าขึ้นมองร่างบางที่นั่งอยู่เหนือกว่า ร่างกายของเขาสั่นเทาไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บจากอากาศภายนอก แต่เป็นเพราะความจริงอันโหดร้ายที่ว่า เขากำลังสูญเสียทุกอย่างจริง ๆ ตามที่เธอต้องการ ไม่ใช่แค่ทรัพย์สินหรืออำนาจ แต่กำลังสูญเสียแม้กระทั่งสิทธิ์ในการเป็นมนุษย์ผู้มีความรู้สึก ทันใดนั้นเอง... ท่ามกลางความเงียบงันและบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ จากระเบียงด้านนอกก็ดังขึ้น "ก๊อก... ก๊อก..." ทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว ปาริศาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เพราะห้องของเธออยู่ชั้นสูง และระเบียงถูกล็อกสนิทตลอดเวลา ไม่มีทางที่ใครจะขึ้นมาได้ เว้นแต่... เปรี้ยง! เสียงฟ้าผ่าคำรามก้องฉีกกระชากความมืดให้สว่างวาบขึ้นชั่วพริบตา แสงสีขาวโพลนจากสายฟ้าสะท้อนผ่านกระจกใส เผยให้เห็นเงาร่างเล็กๆ ของเด็กชายคนหนึ่งยืนแนบหน้าอยู่กับกระจกหน้าต่าง ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองเข้ามาด้านใน ใบหน้าเล็กจิ๋วถอดแบบพิมพ์เดียวกับธวินราวกับแกะ ไม่มีผิดเพี้ยน! ธวินหันขวับไปมองตามแสงวาบนั้น หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นใบหน้าของเด็กน้อยที่กำลังส่งยิ้มแปลกประหลาดให้เขาท่ามกลางสายฝนที่เริ่มกระหน่ำเทลงมาอย่างบ้าคลั่ง... แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%