กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษเอกสารเก่าผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ลอยวนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของปาริศา มันไม่ใช่กลิ่นที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย หากแต่เป็นกลิ่นที่อัดแน่นไปด้วยความกดดัน ประหนึ่งอากาศในห้องกำลังถูกสูบออกไปทีละน้อยจนแทบหายใจไม่ออก
นิ้วเรียวภายใต้เล็บที่ถูกตัดแต่งอย่างไร้ที่ติกำลังพลิกหน้ากระดาษรายงานสืบประวัติชุดล่าสุด ทว่าสายตาของเธอกลับไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวอักษรเหล่านั้น มันถูกดึงดูดด้วยเงาสะท้อนจากกระจกเงาบานใหญ่ด้านหลังโต๊ะทำงาน เงาสะท้อนที่ควรจะมีแค่ร่างของเธอเองตามลำพัง... แต่ทว่าในมุมมืดของมุมห้อง ไกลออกไปหลังชั้นหนังสือสูงตระหง่าน กลับมีเงาร่างหนึ่งไหววับ
ปาริศาชะงักมือที่กำลังถือปากกา ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความเย็นชา เธอนิ่งเงียบ ไม่แม้แต่จะหันขวับไปมองทันที เพราะในโลกที่เธอสร้างขึ้นเพื่อเอาคืนผู้ชายอย่างธวิน ความระแวงคือเกราะคุ้มภัยที่ดีที่สุด และเธอก็เรียนรู้ที่จะไม่ตื่นตระหนกกับภูตผีปีศาจตนใดอีกแล้ว... เพราะผีร้ายที่น่ากลัวที่สุด ได้ถูกฝังกลบไว้ในอดีตหมดสิ้นแล้ว
"คุณนั่งตรงนั้นมานานเท่าไหร่แล้วคะ... คุณรวิชญ์"
เสียงหวานนุ่มทว่าเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้นลอยๆ ในความเงียบงัน ปาริศาวางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดัง *กริ๊ก* เพื่อสร้างจังหวะให้ก้องกังวานในห้องที่เงียบสงัด
ร่างสูงของชายหนุ่มในชุดสูทเข้ารูปก้าวออกมาจากเงามืด รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของรวิชญ์—นักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่เข้ามามีบทบาทในเกมกระดานนี้อย่างไร้รอยต่อ เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ฝ่าเท้ากระทบพื้นพรมไร้เสียง แต่ทว่ากดดันหัวใจคนฟังให้เต้นรัวอย่างประหลาด
"คุณนี่ประสาทสัมผัสไวเสียจริง ปาริศา" รวิชญ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้ภายใต้ความสุภาพ "ผมไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาท แค่บังเอิญเห็นคุณกำลังหมกมุ่นอยู่กับการทำลายล้างอดีสามีของคุณอย่างเอาเป็นเอาตาย... เลยไม่อยากขัดจังหวะความสุขล้ำเลิศนั้น"
ปาริศาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอว่างเปล่าไร้ความหวั่นไหว เธอย่อมรู้ดีว่ารวิชญ์ไม่ใช่คนใจบุญที่จู่ๆ ก็ก้าวเข้ามาในชีวิตเธอโดยไม่มีจุดประสงค์ ทุกก้าวที่เขาเดินเข้าหา มีผลประโยชน์และเกมการเมืองสีเทาซ่อนอยู่เบื้องหลังเสมอ แต่ในเมื่อเกมนี้เธอกำลังต้องการพันธมิตรที่พร้อมจะเหยียบธวินให้จมดิน การมีบุคคลที่สามเข้ามาเอี่ยว จึงไม่ใช่เรื่องแย่เสียทีเดียว... หากเธอยังคงเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่า
"ความสุขเหรอคะ?" ปาริศายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะรวิชญ์ สำหรับฉัน... การแก้แค้นไม่ใช่ความสุข แต่มันคือลมหายใจ เพื่อชดเชยกับสิ่งที่ฉันเคยสูญเสียไปต่างหาก แล้วคุณล่ะคะ... มีเหตุผลอะไรที่ต้องเอาตัวเข้ามารlกในโคลนตมกองนี้กับฉัน?"
รวิชญ์โน้มตัวลงใช้มือสองข้างเท้าขอบโต๊ะทำงานของเธอ ใบหน้าคมคายโน้มเข้าไปใกล้จนเกือบชิด ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้แก้ว
"เพราะผมเกลียดความพ่ายแพ้... และเกลียดผู้ชายอย่างธวินยิ่งกว่าอะไร" รวิชญ์กระซิบเสียงต่ำแววตาพราวระยับด้วยความสะใจ "คุณคิดว่าธวินกำลังดิ้นรนอย่างน่าเวทนาแล้วใช่ไหมปาริศา? คุณคิดว่าการที่เขาตามสืบเรื่องลูก หรือการที่เขาพยายามส่งจดหมายขอร้องให้คุณอภัย คือจุดจบของการไถ่บาปแล้วอย่างนั้นหรือ?"
หัวใจของปาริศากระตุกวูบไปชั่วขณะ แม้ใบหน้าจะยังคงนิ่งสนิทไร้รอยร้าว แต่ชื่อคำว่า 'ลูก' ที่หลุดออกมาจากปากของรวิชญ์ ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบเฉียบพลัน ใครเป็นคนบอกเรื่องนี้แก่เขา? ความลับที่เธอเก็บซ่อนไว้ภายใต้กำแพงหนา ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่คนนอกจะล่วงรู้ได้ง่ายๆ
"คุณรู้อะไรมา?" ปาริศากดเสียงต่ำลง สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย ราวกับจะควักเอาความจริงที่ซ่อนอยู่ออกมา
รวิชญ์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ชวนให้ขนลุกเกรียว เขาผายมือออกเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของปาริศาเย็นเฉียบลงไปถึงขั้วหัวใจ
"ผมรู้มากกว่าที่คุณคิด... และตอนนี้ มีอีกคนหนึ่งที่กำลังถือไพ่ตายใบสำคัญ เดินทางมาเคาะประตูห้องรับแขกของคุณแล้วล่ะครับ"
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ปาริศานิ่งค้างไป เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากอนุญาต ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักให้เปิดออกช้าๆ จากด้านนอก เผยให้เห็นร่างของธวินที่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมมและแววตาที่เต็มไปด้วยความแตกสลาย แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของปาริศาสะดุดกักคอ ไม่ใช่ตัวของอดีตสามีผู้สำนึกผิดผู้นั้น...
หากแต่เป็นเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบ ที่แอบอยู่ด้านหลังชายเสื้อของธวิน เด็กคนที่มีดวงตากลมโตและริมฝีปากถอดแบบมาจากเธอราวกับแกะ... เด็กชายที่ธวินจูงมือเข้ามา พร้อมกับเอמהเสียงสั่นเครือที่ทำลายความเงียบทั้งหมดลง
"คุณ... ปาริศา... ผมพา 'ลูก' ของเรามาหาคุณแล้วครับ"
ขอขอบพระคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดและเกมแก้แค้นนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว•ตอนที่ 19
ใครกันที่จ้องมอง
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!