รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว•ตอนที่ 11

จุดเริ่มของความพินาศ

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายของกาแฟคั่วเข้มผสมผสานกับความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในห้องประชุมวีไอพี ชั้นบนสุดของอาคารสำนักงานใจกลางเมือง ทำให้บรรยากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ ปาริศานั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะกระจกเงาบานใหญ่ แววตาของเธอนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในคืนไร้เดือน เธอมองชายหนุ่มผู้เคยถือสิทธิ์เหนือชีวิตเธอทุกอย่างด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า—ความว่างเปล่าที่ทรงพลังยิ่งกว่าเกลียดชังเสียอีก ธวินยืนอยู่เบื้องหน้า มือทั้งสองข้างที่มักจะเคยใช้เซ็นเอกสารมูลค่าหลายร้อยล้านด้วยความมั่นใจ บัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอดีตภรรยาที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งให้ออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย "คุณตั้งใจจะทำลายทุกอย่างจริงๆ หรือปาริศา... หุ้นทั้งหมดในมือคุณ โครงการที่กำลังจะประมูล และชื่อเสียงของบริษัท มันไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่จะพัง แต่มันคือหยาดเหงื่อของคนนับร้อย" เสียงของธวินแหบพร่า ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งจองหองเช่นในอดีต มีเพียงความร้าวรานและความสิ้นหวังที่ฉาบอยู่บนใบหน้าครึ่งซีกซึ่งต้องแสงไฟนีออนสลัว ปาริศาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่สั้น ห้วน และเย็นชาจนธวินต้องสะท้านเฮือก เธอยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงกระทบจานรองเกิดเสียงกังวานใสที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "หยาดเหงื่อของคนนับร้อยอย่างนั้นหรือคะคุณธวิน?" ปาริศาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเก่า "แล้วตอนที่คุณเหยียบย่ำหยาดน้ำตาและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของดิฉัน เพื่อเอาเวลาไปปรนเปรอความทะเยอทะยานของคุณ... คุณเคยคิดถึงหยดน้ำตาของดิฉันบ้างไหมคะ?" ธวินก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะอีกนิด ราวกับอยากจะคว้ามือเธอไว้ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น—ดวงตาที่ไม่มีเงาของความรักเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงกระจกเงาสะท้อนความน่าสมเพชของเขาเอง "ผมยอมรับความผิดพลาดนั้น..." ธวินกัดกรามแน่น เสียงของเขาเริ่มสั่นเครือ "ผมชดใช้ด้วยทุกอย่างที่ผมมีแล้ว ปาริศา... ผมสูญเสียคุณ สูญเสียครอบครัว และตอนนี้... ผมกำลังจะสูญเสียแม้กระทั่งศักดิ์ศรีครั้งสุดท้ายในฐานะผู้บริหาร คุณต้องการให้ผมกราบลงตรงนี้ไหม เพื่อแลกกับการที่คุณจะหยุดเกมบ้าๆ นี่?" ภาพของชายหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่ง ทรนงตน และมองข้ามคุณค่าของเธอ บัดนี้กำลังยืนก้มหน้าอย่างหมดสภาพ มันควรจะเป็นภาพที่ทำให้เธอสะใจจนวันตาย แต่น่าแปลก... หัวใจของปาริศากลับรู้สึกด้านชาและว่างเปล่าเสียยิ่งกว่าเดิม "การกราบของคุณมันไร้ค่าค่ะคุณธวิน" ปาริศาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดสูทสีดำเข้ารูปยิ่งขับเน้นให้เธอดูลึกลับและน่าเกรงขาม ราวกับพญามารที่จำแลงกายมาทวงหนี้แค้น "เกียรติยศที่คุณหวงแหนนักหนา ดิฉันไม่ได้เป็นคนทำลายมันหรอค่ะ... แต่เป็นตัวคุณเองต่างหาก ที่ใช้ความโลภและความเห็นแก่ตัว เป็นคนขุดหลุมฝังมันลงไปตั้งแต่แรก" เธอก้าวเดินเข้าไปใกล้เขา ช้าๆ ทว่ามั่นคง กลิ่นน้ำหอมเย็นยะเยือกประจำตัวโชว์หรี่เข้ามาแตะจมูกธวิน ราวกับกลิ่นไอของความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ "จำคืนวันที่พายุโหมกระหน่ำเมื่อสามปีก่อนได้ไหมคะ?" ปาริศาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิิบบิดเบือนข้างใบหูของเขา น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากภูตผี "วันที่ดิฉันอุ้มท้องร่างอันไร้เรี่ยวแรงไปขอความช่วยเหลือจากคุณที่หน้าบ้าน... แต่สิ่งที่ฉันได้รับ คือสายตาที่รังเกียจเดียดฉันท์ และคำไล่ส่งให้ออกไปให้พ้นทางอนาคตของคุณ" ธวินเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ความทรงจำอันดำมืดที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ตลอดกาล ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าในวินาทีนี้ "ปะ... ปาริศา..." เขาครางชื่อนั้นออกมาได้เพียงแผ่วเบา "ใช่ค่ะ ดิฉันรอดตายมาได้... พร้อมกับรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย และหัวใจที่ด้านชาจนไม่เหลือความรู้สึกใดๆ ให้คุณอีก" ปาริศาผละตัวออกถอยห่างด้วยสายตาเหยียดหยัน "และการเผชิญหน้ากันในวันนี้ ก็เป็นเพียงแค่ 'จุดเริ่ม' ของความพินาศที่คุณจะต้องชดใช้มันจนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะหมดไปต่างหากล่ะคะ" เธอยกเอกสารชิ้นสุดท้ายบนโต๊ะขึ้นมาพลิกดูด้วยท่าทางไม่แยแส ก่อนจะโยนมันลงตรงหน้าเขา เอกสารคำสั่งอายัดทรัพย์สินและหมายศาลคดีทุจริตที่ถูกเซ็นอนุมัติเรียบร้อยแล้วโดยผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่—ซึ่งก็คือตัวเธอเอง ธวินทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมอย่างหมดแรง เอกสารรอบตัวกระจัดกระจายราวกับใบไม้ร่วงหล่น เขาพ่ายแพ้แล้ว พ่ายแพ้อย่างราบคาบ ทั้งอำนาจ เงินทอง และศักดิ์ศรี ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดิ่งลึกสู่จุดอับทึบแห่งความสิ้นหวัง เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่บานประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยประมาณสามขวบ ในชุดเอี๊ยมผ้าใบสีฟ้าสดใส วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มกว้าง พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่เอמהเรียกขานบางคน "มัมมี่ฮะ! น้องธทางานเสร็จยังฮะ? คุณน้าคนสวยซื้อไอติมให้กินด้วยนะฮะ!" ปาริศาชะביกตัวแข็งค้าง รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าสลายหายไปในพริบตา ขณะที่ธวินที่กำลังก้มหน้าอยู่กับพื้น ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงนั้น และเมื่อสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กน้อยผู้มาใหม่ ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดพิมพ์เดียวกับเขามาไม่มีผิดเพี้ยน... ทำให้ลมหายใจของธวินถึงกับหยุดชะงักไปชั่วขณะ! ขอขอบพระคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงมืดแห่งการแก้แค้นนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%