รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว•ตอนที่ 5

สายตาของคนบาป

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่ำในห้องอาหารส่วนตัวของโรงแรมหรูดูผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบงันที่คั่นกลางระหว่างคนทั้งสองกลับหนักอึ้งเสียจนเสียงช้อนกระทบจานกระเบื้องเคลือบราคาแพงกลายเป็นเสียงก้องกังวานบาดหู ปาริศานั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามในชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิท ไร้ซึ่งเครื่องประดับชิ้นใหญ่โต มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาคู่คมกริบที่กำลังจ้องมองตรงไปยังชายฝั่งตรงข้าม ธวินกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ มือขวาที่ถือแก้วไวน์สั่นระริกจนของเหลวสีแดงเข้มกระเพื่อมไหว เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาท่าทีสุขุมเยือกเย็นของนักบริหารผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่ดวงตาที่แดงก่ำและรอยยับย่นระหว่างคิ้วที่เกิดจากการขมวดมุ่นมานานนับชั่วโมงได้ทรยศความจริงทั้งหมด "คุณไม่ได้แตะสเต็กเลยนะคะ ธวิน อาหารรสชาติไม่ถูกปาก หรือว่า... มีเรื่องอื่นที่รบกวนสมาธิคุณกันแน่คะ" น้ำเสียงของปาริศานุ่มนวล แฝงความเย้าหยอกเล็กน้อย แต่สำหรับธวินแล้ว มันเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลสดซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ปาริศา... ผมว่าเราควรคุยกันเรื่องนั้นให้ชัดเจน" ธวินวางแก้วไวน์ลงกระทบโต๊ะเสียงดังจนพนักงานที่ยืนรออยู่มุมห้องสะดุ้ง "เรื่องที่เราเจอกันที่ร้านหนังสือเมื่อสัปดาห์ก่อน และ... เรื่องที่คุณหลบหน้าผมมาตลอดสามปีเต็ม" "เรื่องนั้นเหรอคะ" ปาริศาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกใจจอมปลอม เธอยกแก้วน้ำชาขึ้นจิบช้าๆ ราวกับเรื่องที่เขากำลังพูดถึงเป็นเพียงดินฟ้าอากาศ "เราหย่ากันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วนี่คะ ธวิน คุณเป็นอิสระ ส่วนฉันก็มีชีวิตของฉัน... ฉันมีสิทธิ์ที่จะไปไหนมาไหน หรือแม้แต่จะหลบหน้าใครก็ได้ไม่ใช่หรือคะ ทำไมคุณถึงต้องเดเนื้อร้อนใจขนาดนี้ด้วยล่ะคะ" คำว่า 'อิสระ' ที่ออกจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงระเรื่อนั้นบาดลึกเข้าไปในอกของธวิน เขาจำได้ดีว่าในวันที่เธอยื่นใบหย่าให้เมื่อสามปีก่อน เขากระชากมันทิ้งด้วยความรังเกียจ และบอกปัดเธอด้วยถ้อยคำที่เย็นชาที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะสรรหามาทำร้ายกันได้ ในตอนนั้น เขามีทั้งอำนาจ ชื่อเสียง และผู้หญิงอีกคนที่คิดว่าคู่ควรกับความทะเยอทะยานของตนมากกว่าภรรยาที่เงียบขรึมและจืดชืด แต่ทว่า... เมื่อเวลาผ่านไป ความสำเร็จที่เขาไขว่คว้ากลับกลายเป็นห้องขังที่ว่างเปล่า ความเงียบในบ้านหลังใหญ่ไม่มีเสียงหัวเราะของปาริศาอีกต่อไป และยิ่งไปกว่านั้น ภาพของเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งที่มีดวงตาคล้ายคลึงกับเขาอย่างน่าตกใจ ซึ่งเขาบังเอิญเห็นเธอยืนจูงมืออยู่เมื่อวันก่อน ก็คอยตามหลอนเขาจนแทบนอนไม่หลับ "ผมขอโทษ..." ธวินเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่แหบพร่า ความเย่อหยิ่งทระงязของซีอีโอหนุ่มพังทลายลงต่อหน้าผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำ "ผมรู้ว่าคำนี้มันสายเกินไป... แต่ผมสำนึกผิดแล้วจริงๆ ปาริศา ให้โอกาสผมได้ชดใช้... ให้โอกาสผมได้กลับไปดูแลคุณกับลูก..." ปาริศาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ร่างกายของเธอแข็งเกร็งขึ้นเล็กน้อยก่อนจะผ่อนคลายลงด้วยการหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข เสียงที่ทำให้ธวินรู้สึกหนสันหลังวาบ "ลูก? คุณกำลังพูดถึงอะไรอยู่หรือคะ ธวิน" ปาริศาโน้มตัวไปข้างหน้า ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาของอดีสามี "วันที่ฉันอุ้มท้องลูกของคุณไปขอร้องให้คุณหันมามองฉันบ้าง... คุณบอกว่าฉันมันน่ารังเกียจ และไล่ฉันออกจากบ้านราวกับหมูเหมือนหมา วันที่คุณเซ็นใบหย่า คุณบอกว่าไม่อยากแม้แต่จะได้ยินชื่อเด็กคนนั้น..." หยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดในอดีตผุดพรายขึ้นในดวงตาของปาริศาเพียงชั่วพริบตา ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาและสะใจขั้นสุดที่ฉาบไว้บนใบหน้าอย่างงดงาม "แล้วตอนนี้ คุณมีสิทธิ์อะไรมาทวงถามหาคำว่า 'พ่อ' คะ? หน้าด้านเกินไปหน่อยไหมคะ ธวิน" ธวินหน้าซีดเผือด เขารู้สึกเหมือนถูกตบเข้าที่ใบหน้าฉาดใหญ่จนชาหนา ความจริงที่ว่าเขาเป็นคนผลักไสสายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองออกไปจากชีวิต คือบาปหนาที่ไม่มีวันลบล้างได้ เขากุมขมับด้วยความกระวนกระวายใจอย่างหนัก ลมหายใจเริ่มติดขัด เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม ความสำนึกผิดและความหลอนประสาทกำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของเขาจนแทบเป็นบ้า "ผมยอมรับทุกอย่าง... ผมยอมให้คุณลงโทษผมทุกอย่างที่ผมทำกับคุณ ปาริศา จะให้ผมคุกเข่าตรงนี้ก็ได้ ขอแค่..." "ไม่ต้องหรอกค่ะ เสียเวลาเปล่า" ปาริศาตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้เยื่อใย เธอหยิบกระเป๋าถือหนังแท้ขึ้นมาเตรียมลุกจากเก้าอี้ "เพราะต่อให้คุณเอาชีวิตเข้าแลก มันก็ไม่มีวันทดแทนหยาดน้ำตาที่ฉันเคยเสียไปได้หรอกค่ะ" เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กวาดสายตามองชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเธอเคยรักหมดหัวใจด้วยความสมเพชเวทนา ก่อนจะหันหลังและก้าวเดินออกไปจากห้องอาหารอย่างมั่นคง ทิ้งให้ธวินนั่งทรุดร่างลงกับเก้าอี้ ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยความเคียดแค้นตัวเองและความหวาดกลัวที่กำลังกัดกร่อนหัวใจ ธวินนั่งมองแผ่นหลังที่เดินลับหายไปอย่างคนเสียสติ เขารู้สึกว่าโลกทั้งใบกำลังพังทลายลง แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะเอื้อมมือคว้าขวดไวน์เพื่อดับความกระวนกระวายในอก สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกลืมทิ้งไว้บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม—เก้าอี้ที่ปาริศานั่งเมื่อสักครู่ ที่มุมซองเอกสารนั้น มีชื่อและนามสกุลของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังปรากฏอยู่ พร้อมกับข้อความตัวพิมพ์ใหญ่ที่สะดุดตาจนหัวใจของธวินกระตุกวูบ *‘รายงานผลการตรวจ DNA และประวัติการรักษาทางการแพทย์’* มือที่สั่นเทาของธวินเอื้อมไปหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาอย่างช้าๆ หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึกในอก ความอยากรู้อยากเห็นผสานกับความหวาดกลัวขั้นสุดผลักดันให้เขากล้าพอที่จะดึงเอกสารแผ่นแรกออกมาอ่าน และเมื่อกวาดสายตาผ่านตัวอักษรบรรทัดแรก... ร่างทั้งร่างของธวินก็แข็งค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวในคืนที่ไร้ดาวดวงใดนำทาง จากใจ "กระจกเงาต้องสาป" ค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%