รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว•ตอนที่ 14

ความลับในเอกสาร

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ราคาแพงในห้องนิรภัยชั้นใต้ดินของตึกธวินกรุ๊ปไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงความเจริญรุ่งเรืองเลยแม้แต่น้อย มันให้กลิ่นอายของความเน่าเฟะ... กลิ่นอายของซากศพทางกฎหมายที่ถูกฝังกลบไว้ใต้พรมสีเลือด ปาริศายืนนิ่งอยู่หน้าตู้เซฟฝังผนัง นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำสนิทกำลังขยับหมุนรหัสตามตัวเลขที่เธอใช้เวลาสัปดาห์เต็มๆ ในการถอดรหัสจากสมุดบันทึกเล่มเก่าของบิดาธวิน แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟนีออนดวงเล็กเหนือหัวสั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะกระแสไฟฟ้าที่ติดๆ ดับๆ ราวกับลมหายใจรวยรินของคนที่กำลังจะตาย *คลิก...* เสียงกลไกเหล็กกล้าปลดล็อกดังขึ้นเบาๆ แต่กลับก้องกังวานในความเงียบสงัด ปาริศาไม่ได้รีบร้อน เธอบดริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววเยียบเย็นอย่างไร้ก้นบึ้ง ผู้หญิงคนเดิมที่เคยนั่งร้องไห้ฟูมฟายบนเตียงนอนกว้างอย่างไร้ค่าเมื่อสามปีก่อนได้ตายไปนานแล้ว เหลือเพียงแต่นักล่าสวมรอยเป็นเหงา ที่พร้อมจะแว้งกัดผู้ชายใจร้ายคนนั้นให้จมกองเลือด เธอดึงแฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มออกมาจากตู้เซฟ เปิดมันออกด้วยมือที่มั่นคงไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย เอกสารนับร้อยแผ่นเรียงรายอยู่ภายใน ทุกแผ่นคือหลักฐานมัดตัว... เส้นทางการเงินนอกระบบ, บัญชีลับที่ใช้ฟอกเงินของบริษัทข้ามชาติ, และที่สำคัญที่สุดคือชื่อของผู้ถือหุ้นใหญ่ที่แท้จริงเบื้องหลังบริษัทนอมินี ธวินไม่ได้เป็นแค่ผู้บริหารที่ทะเยอทะยาน... เขาคือฆาตกรทางเศรษฐกิจที่เหยียบย่ำอนาคตของคนนับร้อยเพื่อสร้างอาณาจักรบนคราบน้ำตาของเธอ "เจอตัวสักทีนะคะ... ความลับที่พี่พยายามซ่อนไว้ใต้พรมมาตลอดชีวิต" ปาริศาพึมพำกับความว่างเปล่า เสียงของเธอนุ่มนวล ทว่ากลับเย็นเยียบเสียจนน่าขนลุก รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอเมื่อพลิกหน้ากระดาษไปเจอเอกสารการโอนเงินก้อนโตเมื่อห้าปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่บิดาของเธอต้องล้มละลายและตรอมใจตาย ธวินใช้เงินสกปรกเหล่านี้ซื้อหุ้นบริษัทของครอบครัวเธอในราคาถูกราวกับเศษกระดาษ เขาทำลายครอบครัวเธอ ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเธอ และโยนเธอทิ้งราวกับสิ่งของหมดราคา เพียงเพราะเธอไม่มีประโยชน์ต่อความทะเยอทะยานของเขาอีกต่อไป แต่ตอนนี้... ทุกอย่างกำลังจะย้อนกลับไปสนองเขาอย่างสาสม จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยก็ดังแว่วมาจากทางบันไดหนีไฟด้านนอก หัวใจของปาริศากระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่ความตกใจนั้นถูกแทนที่ด้วยความระแวดระวังในเสี้ยววินาที เธอรีบเก็บแฟ้มเอกสารทั้งหมดใส่กระเป๋าเอกสารหนังอย่างรวดเร็ว ปิดตู้เซฟ ล็อกรหัส และกลืนกินลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยไร้พิรุธ ประตูกระจกนิรภัยเปิดผางออกอย่างแรง ธวินยืนหอบหายใจรดต้นคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปี่ยมด้วยความมั่นใจ บัดนี้เต็มไปด้วยรอยยับย่นของความเครียดและหยาดเหงื่อ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างระหงของภรรยาเก่าที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา "ปาริศา! คุณมาทำอะไรที่นี่ดึกดื่นแบบนี้?" เสียงทุ้มต่ำของธวินตึงเครียดและเต็มไปด้วยความสงสัยระคนหวาดระแวง เขาไม่คิดว่าจะเจอเธอในเขตหวงห้ามของบริษัท ยิ่งเป็นยามวิกาลเช่นนี้ด้วยแล้ว ปาริศาหันกลับไปช้าๆ ใบหน้าเรียบเฉยดุจแผ่นน้ำแข็งไร้คลื่น เธอมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับเขามีค่าไม่ต่างอะไรกับฝุ่นผงใต้รองเท้า ความเยือกเย็นนี้ทำให้ธวินชะงักไปเล็กน้อย หัวใจของเขาแปลบปลาบอย่างไม่มีสาเหตุ ทุกครั้งที่เธอใช้สายตานี้มองมา มันเหมือนมีเข็มนับพันเล่มมากดทิ่มลงกลางอก "ดิฉันก็แค่อยากมาทวงถามความยุติธรรม... ในสถานที่ที่มันเคยถูกขโมยไปค่ะ" ปาริศาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมบาดลึก ธวินก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว ดวงตาคู่นั้นฉายแววสำนึกผิดและเจ็บปวดอย่างปิดไม่มิด "ปาริศา... ผมรู้ว่าผมเคยทำผิดกับคุณไว้มาก ผมขอโทษ ผมพยายามจะไถ่บาปทุกอย่างที่คุณต้องการ ขอแค่คุณบอกผม..." "ไถ่บาปงั้นเหรอคะ?" ปาริศายิ้มหยัน ขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อรักษาระยะห่าง "คุณคิดว่าเงินทองหรือความสำนึกผิดจอมปลอมของคุณ จะซื้อชีวิตพ่อที่ตายไป หรือความรู้สึกของฉันที่ตายด้านไปแล้วกลับมาได้งั้นเหรอคะ, ธวิน?" ธวินชะงักงัน คำพูดของเธอบาดลึกเข้าที่ขั้วหัวใจ เขาอยากจะเอื้อมมือไปคว้ามือเธอมาจับไว้เหมือนในอดีต แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาดำสนิทที่ไร้ซึ่งประกายความรักความอบอุ่นเหลืออยู่เลย เขาก็ทำได้แค่ลดมือลงข้างลำตัวอย่างคนไร้เรี่ยวแรง แต่ก่อนที่สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างคนทั้งสองจะดำเนินไปมากกว่านั้น สายตาของธวินก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าเอกสารหนังสีดำที่ปาริศากำลังถือไว้ในมือแน่น รอยยิ้มอ้อนวอนบนใบหน้าของเขาแข็งค้างไปในทันที "ในนั้น... ในมือคุณ... มีอะไร?" ธวินถามเสียงสั่น ความตระหนกพุ่งพล่านขึ้นมาจับขั้วหัวใจเมื่อเขาสังเกตเห็นรอยเปิดของลิ้นชักตู้เซฟที่ถูกขยับเขยื้อน ปาริศาไม่ได้ตอบ เธอกลับยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ชูสลับกระเป๋าเอกสารในมือขึ้นเล็กน้อยเพื่อย้ำเตือนความจริงที่กำลังจะทำลายล้างเขาให้พินาศสิ้น และในวินาทีที่ธวินกำลังจะพุ่งเข้ามาแย่งกระเป๋าใบนั้นคืน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเขาก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ ทว่าหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นกลับปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้านของเขาเอง... ภาพของเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบหน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน กำลังยืนอยู่หน้าประตูบ้านโดยมีผู้หญิงอีกคนโอบกอดไว้ ขอขอบพระคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงมืดแห่งการแก้แค้นนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%