“คุณเสียสติไปแล้วหรือไง หมอพราว”
น้ำเสียงของธามแข็งกระด้างราวกับก้อนหินที่ถูกสกัดด้วยหัวใจไร้ความปรานี ปลายนิ้วที่กำแผ่นกระดาษรายงานการประเมินพื้นที่สั่นระริกโดยที่เจ้าตัวไม่ยอมปริปากรับรู้ ความมืดมิดของยามวิกาลที่โรยตัวลงมาด้านนอกหน้าต่างบานใหญ่ ยิ่งขับเน้นให้เงาสะท้อนในกระจกของสถาปนิกหนุ่มดูโดดเดี่ยวและเปราะบางอย่างประหลาด
พราวไม่ตอบ เธอยังคงยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีนิ่งสงบ แววตาหลังกรอบแว่นทรงเหลี่ยมคมกริบราวกับกำลังวิเคราะห์ชิ้นส่วนมนุษย์บนเตียงผ่าตัด รอยยิ้มมุมปากของจิตแพทย์สาวไม่ได้สื่อถึงความขบขัน แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่มองเห็นจุดอ่อนใต้เกราะเหล็กของสถาปนิกชื่อดัง
“ฉันไม่ได้เสียสติค่ะ คุณธาม แต่ฉันกำลังทำหน้าที่เยียวยาโครงสร้างที่กำลังจะพังทลายต่างหาก” พราวก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละนิด ส้นรองเท้าคัทชูส์กระทบพื้นปูนเปลือยเกิดเสียงก้องกังวานในห้องทำงานที่เงียบสงบ “รายงานระบุชัดเจนว่า จุดที่เกิดรอยร้าวลึกที่สุดของหน้าผาริมทะเล ไม่สามารถจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ในห้องแอร์นี่ได้หรอกนะคะ เราต้องลงพื้นที่จริง... ในเวลาที่ลมทะเลปะทะแรงที่สุด เพื่อวัดค่าความเครียดของแรงลมที่มีต่อโครงสร้างฐานราก”
“ผมไม่ไป” ธามปฏิเสธเสียงแข็ง ดวงตาคมกริบหลบเลี่ยงไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงเปิดแบบแปลนสามD ค้างไว้ ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านขึ้นมาจากฝ่าเท้า ลามเลียไปถึงกระดูกสันหลัง ความทรงจำสีเทาหม่นเมื่อวัยเด็ก—เสียงไม้คานบ้านที่ลั่นเปรี๊ยะท่ามกลางพายุโหมกระหน่ำ และภาพเปลวเพลิงที่กลืนกินทุกอย่างจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก—ผุดขึ้นมาหลอนประสาทจนลมหายใจของเขาติดขัด
ธามเกลียดความไม่แน่นอน เกลียดลมพายุ และเหนือสิ่งอื่นใด... เขากลัวความรู้สึก ‘สูญเสีย’ ที่ควบคุมไม่ได้
“คุณกลัวเหรอคะ?”
คำถามนั้นทิ่มแทงเข้ามาตรงจุดเป๊ะ พราวหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับความเย็นชื้นของยามค่ำคืนลอยเข้าแตะจมูก ธามชะงัก เงามืดของเขาถูกทาบทับด้วยเงาของเธอ ชายหนุ่มหันขวับมาเผชิญหน้า ดวงตาคู่นคมวาวโรจน์ด้วยความโกรธกรุ่นที่ถูกจี้ใจดำ
“อย่ามาทำเป็นรู้ดี หมอพราว ผมเป็นสถาปนิก งานของผมคือความมั่นคงทางโครงสร้าง ไม่ใช่เรื่องไร้สาระทางจิตวิทยาแบบที่คุณชอบหยิบยกมาอ้าง!”
“ถ้ามั่นคงจริง ทำไมเส้นสายในแบบแปลนของคุณถึงได้บิดเบี้ยวตรงมุมอับสายตาแบบนั้นล่ะคะ?” พราวยื่นปลายนิ้วเรียวยาวชี้ไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ จุดที่ธามพยายามซ่อนมันไว้ภายใต้ลายเส้นที่หนาเตอะ “คุณออกแบบบ้านให้คนอื่นแข็งแกร่ง แต่คุณกลับสร้างห้องใต้ดินในใจตัวเองให้ปิดตาย... แบบแปลนของคุณมันไร้หัวใจค่ะ คุณธาม เพราะคุณไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับว่า คุณกลัวว่าสิ่งที่สร้างขึ้นมาด้วยมือ จะพังทลายหายไปต่อหน้าต่อตาเหมือนในอดีต”
ราวกับถูกเข็มนับพันเล่มพุ่งเข้าปักกลางอก ธามสะอึกจนพูดไม่ออก กล้ามเนื้อกรามของสถาปนิกหนุ่มขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของพราวไว้โดยสัญชาตญาณ แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นทำร้าย แต่สั่นสะท้อนความเค้นอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ภายใน
“คุณรู้อะไรมา... หมอพราว” น้ำเสียงของธามลดระดับลงกลายเป็นเสียงกระซิบแหบพร่า ใบหน้าของเขาก้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด ความซึนและความดื้อรั้นถูกแผดเผาด้วยความโกรธผสมความหวาดหวั่น “คุณคิดว่าคุณอ่านใจคนอื่นขาดนักหรือไง ถึงได้เที่ยวมาขุดคุ้ยเรื่องที่คนอื่นเขาอยากจะฝังกลบมันเอาไว้!”
พราวไม่ถอยหนี แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวผิดจังหวะเมื่อพบว่าใบหน้าของเขากับเธออยู่ใกล้กันจนอันตราย ดวงตากลมโตสบตากับเขาตรงๆ ไม่มีทีท่าหวาดกลัว มีเพียงความลุ่มลึกที่ชวนให้คนมองหลงใหลและอึดอัดไปพร้อมๆ กัน
“จิตแพทย์ไม่ได้อ่านใจคนอื่นเพื่อขุดคุ้ยหรอกนะคะ... แต่เรามองหา ‘รอยร้าว’ เพื่อที่เราจะได้ช่วยกันซ่อมแซม ก่อนที่ตึกทั้งหลังมันจะพังทลายลงมาทับคนสร้างจนตายต่างหาก” พราวตอบเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา “คุณกลัวความพังทลาย จนไม่กล้ามีความสุขกับปัจจุบัน... แบบนี้ไม่เรียกว่าสถาปนิกหรอกค่ะ แต่มันคือ นักโทษ ที่จองจำตัวเองไว้ในซากปรักหักพังต่างหาก”
คำพูดนั้นเฉียบคมและบาดลึก ธามชะงักค้าง แววตาแข็งกร้าวค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด มือที่บีบข้อมือเธอค่อยๆ คลายน้ำหนักลง แต่ยังไม่ยอมปล่อย ฝ่ามือใหญ่ร้อนผ่าศรีกุมรอบข้อมือเรียวไว้ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ ผู้หญิงตรงหน้าจะเลือนหายไปในอากาศ
ในความเงียบงันของห้องทำงาน มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่สอดประสานกัน เคมีที่คุกกรุ่นระหว่างความเย่อหยิ่งและตรรกะอันเย็นชาเริ่มหลอมละลายเหลือเพียงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำ ธามจ้องมองริมฝีปากที่ขยับพูดจาเชือดเฉือนเขาเมื่อครู่ ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิงระหว่างความอยากผลักไสเธอกับความอยากดึงเธอเข้ามาสวมกอดไว้แน่นๆ เพื่อหนีจากความหนาวยะเยือกในใจ
“ถ้าผมยอมไปกับคุณ... ไปที่หน้าผานั้นในคืนนี้” ธามกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่ “คุณจะช่วยรับประกันได้ไหม... ว่าหัวใจที่พังๆ ของผม จะไม่แหลกสลายคามือคุณไปมากกว่านี้”
พราวนิ่งไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยไหววับเป็นประกาย เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเตรียมจะเอ่ยคำตอบบางอย่างเพื่อรักษาเกราะกำบังของตัวเอง
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างไม่เกรงใจใคร ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอรับอนุญาต ร่างสูงโปรดของ ‘ศิลา’ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คู่แข่งก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้า ในมือของเขามีกระดาษแผ่นหนึ่งที่หน้าตาคุ้นเคยเป็นอย่างดี
“ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะเวลาสวีท... เอ๊ย เวลาทำงานอันเคร่งเครียดของคู่หูสถาปนิกกับจิตแพทย์” ศิลาส่งยิ้มกวนประสาท กวาดสายตามองมือของธามที่ยังคงกุมข้อมือพราวอยู่ “พอดีผมแวะเอาเอกสารอนุมัติโครงการส่วนสุดท้ายมาให้... และบังเอิญได้ยินเรื่องหน้าผาริมทะเลพอดี สนใจให้ผม ‘ร่วมทีม’ ลงพื้นที่สำรวจด้วยคนไหมครับคุณธาม ดูท่าทางลมคืนนี้... น่าจะพัดบ้านหลังนี้ปลิวหายไปได้ง่ายๆ เลยนะ”
ธามปล่อยมือจากพราวทันที ดวงตาคมกริบหันไปจ้องมองศิลาด้วยประกายตาดุดลุกโชน ความตึงเครียดในห้องพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดในชั่วพริบตา
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สถาปนิกโครงสร้างใจกับจิตแพทย์ไร้หัวใจ•ตอนที่ 5
เสียงสะท้อนจากมุมมืด
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างใจกับจิตแพทย์ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!