เสียงปรบมือเบาๆ สองครั้งดั่งเสียงกิ่งไม้แห้งหักกลางป่าทึบในยามวิกาล ดึงบรรยากาศภายในตำหนักรับรองให้ิ่งอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"คุณหนูหลินช่างมีวาจาเฉียบคมดุจเข็มเงินในมือ ยามรักษาคนใช้ศรัทธา ยามเชือดเฉือนใจคนใช้คารม... น่าชื่นชม ยิ่งนัก"
เงาร่างสูงสง่าในชุดคลุมปักลายพยัคฆ์ทะยานเมฆก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาอย่างเงียบเชเชียบ กลิ่นอายความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของเซียวจวินอ๋องแผ่ซ่านกดทับไปทั่วทุกอณูอากาศ ข้าราชบริพารและเหล่าคุณหนูจากตระกูลใหญ่ที่เมื่อครู่ยังส่งเสียงซุบซิบดูแคลน ต่างพากันคุกเข่าลงหมอบกราบตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครคาดคิดว่าแม่ทัพผู้ครองอำนาจสูงสุดในกองทัพมังกร จะก้าวย่างมาถึงงานเลี้ยงน้ำชาในเรือนหลังของสตรีสามัญชนด้วยตนเอง
หลินซูเหยายังคงยืนตัวตรงเป็นสง่า นางมิได้คุกเข่าลงตามพิธีการอันน่ารำคาญใจเหล่านั้น ปลายนิ้วเรียวยังคงถือเข็มเงินเล่มบางไว้มั่น แววตาคู่คมกริบดั่งหงส์เหินกวาดมองบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังเดินตรงเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้า นางเพียงย่อกายคารวะตามมารยาทอย่างไว้ตัว
"ถวายบังคมท่านอ๋องเพค่ะ... มิคาดว่าลมพายุเช่นท่าน จะพัดมาถึงเรือนรับรองอันต่ำต้อยนี้ได้" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไม่มีความหวาดหวั่นพรั่นพรึงเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย
เซียวจวินอ๋องมิได้สนใจสายตาดดูแคลนหรือความตื่นตระหนกของผู้ใดในงาน ดวงเนตรคมปลาบดูลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทรทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยประกายความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนหลินซูเหยาต้องขยับถอยหลังไปครึ่งก้าว แต่ทว่า... ไวกว่าความคิด ปลายแขนเสื้อผ้าต่วนเนื้อดีของท่านอ๋องกลับยกขึ้นโอบประคองเอวบางของนางไว้หลวมๆ เพื่อกันไม่ให้นางสะดุดชายผ้าแพรของตนเอง
การกระทำที่อุกอาจและสนิทสนมเกินงามนี้ ทำให้เหล่าคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความริษยาและตกตะลึง!
"ระวังหน่อย... พื้นเรือนนี้เก่าและลื่น ชายผ้าของเจ้าก็ยาวเกินไป หากล้มลงไป ผู้ใดจะรับผิดชอบความเสียหายนี้ได้" สสุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นชิดริมหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ใกล้ผิวแก้มทำให้ซูเหยาเสียววาบไปทั้งสันหลัง
"หม่อมฉันมีขา มีสติปัญญา และมีเข็มเงิน... ไม่รบกวนท่านอ๋องทรงกังวลเรื่องไร้สาระหรอกเพค่ะ" ซูเหยาเอ่ยลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด พยายามบิดกายออกจากวงแขนแข็งแกร่งนั้นอย่างแนบเนียน แต่ทว่าอ้อมแขนของเขากลับดุจคีมเหล็กที่หล่อหลอมจากเตาหลอมพันปี ยิ่งขัดขืน เขากลับยิ่งกระชับอ้อมกอดให้มั่นคงขึ้นไปอีก
สายตาของเซียวจวินอ๋องกวาดมองผู้คนรอบบริเวณที่กำลังก้มหน้าหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะตวัดกลับมามองสตรีในอ้อมแขนด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นดุร้ายและเยียบเย็นลงทันทีเมื่อจ้องมองคนนอก
"เมื่อครู่... ข้าได้ยินเสียงเห่าหอนน่ารำคาญจากสุนัขตัวไหนแถวนี้กันนะ" ท่านอ๋องเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่กลับทรงพลังกดดันจนทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ "ใครกันที่บังجาญกล่าววาจาดูหมิ่นพระชายา... อ้อ ไม่สิ ว่าที่พระชายาในอนาคตของข้า?"
ประโยคนี้ประดุจสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางห้องโถง!
ทุกคนต่างเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด พระชายา? เซียวจวินอ๋องผู้ไม่เคยชายตานองสตรีใด ไยจึงประกาศกร้าวต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ หลินซูเหยาเองก็สะดุดกึก หันขวับมามองค้อนขวิดบุรุษข้างกายทันที ดวงตาคู่สวยฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน นางไปตกลงเป็นพระชายาของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!
"ท่านอ๋องโปรดทรงตรัสอย่างระมัดระวังด้วยเพค่ะ หม่อมฉันเป็นเพียงแพทย์หญิงไร้ยศถาบรรดาศักดิ์ หาใช่พระชายาของใครไม่" ซูเหยาเอ่ยแย้งเสียงแข็ง
เซียวจวินอ๋องก้มลงมองใบหน้าหวานที่กำลังง้ำงอด้วยความขัดเคือง แววตาที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งนับพันปีกลับฉายแววเอ็นดูและประกายความคลั่งรักระHỷอยขึ้นมาวับหนึ่งอย่างปิดไม่มิด มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่ระแก้มให้อย่างทะนุถนอม ราวกับลืมสิ้นว่านี่คือสถานที่สาธารณะและมีสายตาของผู้คนนับสิบกำลังจ้องมองอยู่
"เจ้าบอกว่าเจ้าไร้ยศ... งั้นราชโองการพระราชทานสมรสที่ฮ่องเต้เพิ่งประทานลงมาเมื่อครู่ คงเดินทางมาถึงหน้าจวนของเจ้าช้าไปสินะ" ท่านอ๋องกระซิบกระซาบข้างหูของนางด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ซูเหยาชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบ
ทว่า... ก่อนที่นางจะได้เอ่ยถามอันใด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงประกาศก้องกังวานของขันทีเฒ่าหน้าพระพักตร์ก็ดังแทรกขึ้นจากนอกประตูตำหนักเสียก่อน
"ราชโองการด่วนจากห้องเครื่องหลวง! มีรับสั่งให้เรียกตัว หมอหญิงหลินซูเหยา เข้าเฝ้าเป็นการเร่งด่วน!"
สิ้นเสียงประกาศ ร่างของขันทีผู้ถือราชโองการก็ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด ในมือประคองถาดกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา แต่สิ่งที่วางอยู่บนถาดนั้นกลับทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม มันคือจอกสุราหยกขาวที่มีควันสีดำจางๆ ลอยกรุ่นขึ้นมา พร้อมกลิ่นอายของ "พิษสลายวิญญาณ" ที่โชยเตะจมูกซูเหยาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรทันที
เซียวจวินอ๋องหรี่ตาลง รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกจากร่างดุจพยัคฆ์ร้ายพร้อมขย้ำเหยื่อ มือหนาที่โอบเอวซูเหยาอยู่เปลี่ยนเป็นคว้าจับกระบี่ประจำกายทันที
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับปลายปากกาของพงศาวดารมีชีวิตนะครับ
บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700)•ตอนที่ 18
รอยยิ้มใต้หน้ากาก
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!