กลิ่นอายของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นชาอู่หลงพรีเมียมลอยวนอยู่ในห้องหนังสือลับของจวนอ๋อง แสงจากตะเกียงน้ำมันสำริดส่องกระทบใบหน้าคมคายดั่งสลักจากหินผาของเซียวจวินอ๋อง นัยน์ตาคู่นั้นเยือกเย็นและดุดันดั่งพยัคฆ์ยามจ้องเหยื่อ ทว่าลึกลงไปกลับมีความระทมระทื่นที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความไร้หัวใจ บนโต๊ะไม้จันทน์แดงตรงหน้า มีกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่—มันคือจดหมายลับลายมือของหลินซูเหยา ที่ถ้อยคำด้านในชี้ชัดถึงการทรยศหักหลังและการส่งมอบแผนผังค่ายกลทหารมังกรให้กับองค์ชายรอง ศัตรูทางการเมืองที่หมายเอาชีวิตเขา
ประตูปิดสนิทถูกผลักเปิดออกอย่างเงียบเชียบ หลินซูเหยาก้าวเข้ามาด้วยชุดกระโปรงผ้าไหมปักลายเหมราชสีชาด ท่วงท่าสง่างามและเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี ดวงตาคู่คมกวาดตามองบรรยากาศที่กดดันรอบตัว นางสัมผัสได้ถึงความผิดปกติทันทีที่ก้าวเท้าข้ามธรณีประตู ความเงียบงันนี้หนักอึ้งเสียยิ่งกว่าคมดาบพันเล่ม
"เจ้ากล้าดียังไงถึงก้าวเข้ามาในนี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น เซียวจวินอ๋องไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองนาง เขายังคงจ้องมองกระดาษแผ่นนั้นราวกับต้องการเผามันให้เป็นจุลด้วยสายตา
หลินซูเหยาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน ชายผ้าพลิ้วไหวตามจังหวะการเดิน "จวนอ๋องแห่งนี้กว้างใหญ่ไพศาล แต่ดูเหมือนจะไม่มีที่ใดที่หม่อมฉันจะไปไม่ได้กระมังเพคะ... หรือว่าท่านอ๋องกำลังกังวลเรื่องสิ่งของที่อยู่บนโต๊ะนั้นกันแน่"
เซียวจวินอ๋องเงยหน้าขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกริบราวกับใบมีดบาดลึกเข้ามาในดวงตาของนาง มือหนายกแผ่นกระดาษขึ้นแล้วสะบัดเบาๆ "เจ้ายังกล้าถามหาความจริงอีกหรือ ซูเหยา... ข้าเคยคิดว่าเจ้าเป็นสตรีที่มีสติปัญญาและมองการณ์ไกล แต่ที่แท้เจ้าก็เป็นเพียงสายลับที่ถูกส่งมาเพื่อแทรกซึมในกองทัพของข้า!"
คำกล่าวหาที่พ่นออกมานั้นคมกริบและหนักแน่น หลินซูเหยาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจระคนความโกรธกรำ นางก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะ ใช้มือเรียวบางตบลงบนพื้นไม้เสียงดังสนั่น "ท่านอ๋อง! โปรดระวังคำพูดด้วย หม่อมฉันเคยช่วยชีวิตท่านมานับครั้งไม่ถ้วน ใช้เข็มเงินแลกกับความเป็นความตายมาคราแล้วคราเล่า เหตุใดท่านถึงหูเบาเชื่อคำนินทาและกระดาษไร้ที่มาพวกนั้น!"
"กระดาษไร้ที่มางั้นหรือ?" เซียวจวินอ๋องแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นยะเยือกจนอากาศรอบตัวราวกับลดลงหลายองศา เขายืนขึ้นเต็มความสูง ร่างกายกำยำกดดันข่มขวัญจนนางต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว "ลายมือนี้ พัดหยกประจำตัวที่ถูกทิ้งไว้ในจุดนัดพบ และพยานบุคคลจากหน่วยเงา... ทุกอย่างชี้ตรงมาที่เจ้า หลินซูเหยา เจ้าจะแก้ตัวว่าอย่างไร หรือจะบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของภูตผีปีศาจ"
หลินซูเหยากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความน้อยเนื้อต่ำใจพวยพุ่งขึ้นมาจุกอก นางจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่เคยอ่อนโยนยามอยู่กันตามลำพัง บัดนี้กลับมีแต่ความระแวงแคลงใจและความเย็นชาที่ก่อตัวเป็นกำแพงสูงชัน
"ท่านไม่เชื่อใจหม่อมฉัน..." น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย แต่นัยน์ตากลับฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้ "ตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ ในสายตาของท่าน หม่อมฉันก็เป็นได้แค่หมากตัวหนึ่งที่รอวันหักหลังสินะเพคะ ดีล่ะ! หากท่านคิดว่าหม่อมฉันเป็นคนทรยศ เหตุใดไม่สั่งประหารหม่อมฉันเสียตอนนี้เลยเล่า จะมาเสียเวลาพูดจาถากถางกันอยู่ทำไม!"
นางหยิบเข็มเงินยาวสามนิ้วออกจากมวยผมอย่างรวดเร็ว ปลายแหลมคมสะท้อนแสงไฟวับวาว นางไม่ได้ยกขึ้นเพื่อขู่เขา แต่จ่อมันเข้าที่จุดชีพจรสำคัญบนลำคอของตนเอง แววตาของนางเด็ดเดี่ยวและไร้ความกลัว ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องหนังสืออีกครั้ง บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
เซียวจวินอ๋องชะงักไปเมื่อเห็นการกระทำบ้าบิ่นของหญิงสาว กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกเกร็ง ความหวาดกลัวลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมา เขารู้จักนิสัยนางดี นางเป็นคนพูดจริงทำจริง หากเขาพูดจาทำร้ายจิตใจนางมากกว่านี้ นางอาจจะปลิดชีพตัวเองต่อหน้าเขาจริงๆ
"วางเข็มลง เดี๋ยวนี้!" เขาสั่งเสียงเข้ม ก้าวเท้าเตรียมพุ่งเข้าไปแย่งอาวุธในมือ
"อย่าเข้ามานะเพคะ!" หลินซูเหยาตะคอกกลับ น้ำตาคลอเบ้าแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความหยิ่งทะนง "ในเมื่อท่านเลือกที่จะเชื่อกระดาษแผ่นเดียวมากกว่าใจที่หม่อมฉันมอบให้ ความไว้วางใจที่เราเคยร่วมเป็นร่วมตายกันมานับร้อยวันพันคืนก็คงไม่มีค่าอันใดอีกต่อไป ท่านอ๋อง... เราขาดกันตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป!"
นางหมุนตัวสะบัดชายผ้าเตรียมจะเดินหนีออกจากห้องด้วยความชอกช้ำระทมทวี ทว่า ในวินาทีที่นางหันหลังให้ ประตูห้องหนังสือด้านนอกก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองกำลังองครักษ์หลวงนับสิบชีวิตกรูเข้ามาล้อมรอบห้องไว้หมดสิ้น
ร่างสูงโปรดของแม่ทัพผู้ช่วยคนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าเซียวจวินอ๋อง ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนกจนแทบไม่มีสีเลือด
"ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงนั้นสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว "สายสืบของเราเพิ่งส่งข่าวกรองด่วนที่สุดจากนอกเมือง... จดหมายลับที่ท่านอ๋องทรงทอดพระเนตรเมื่อครู่ เป็นจดหมายปลอมที่ถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือขององค์ชายรอง เพื่อใส่ร้ายพระชายาโดยเฉพาะพ่ะย่ะค่ะ! และเวลานี้ กองกำลังทหารนอกค่ายกำลังเคลื่อนพลปิดล้อมจวนของเรา เพื่อรอฉวยโอกาสเข้าจับกุมพระชายาในข้อหากบฏแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
สิ้นคำรายงานนั้น ร่างของเซียวจวินอ๋องชาวาบราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ความจริงที่กระจ่างชัดเจนพุ่งชนเข้ากลางใจดวงแกร่งอย่างแรง เขามองสลับระหว่างรายงานในมือกับแผ่นหลังของหลินซูเหยาที่ยืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตูกับคำพูดตัดพ้อเมื่อครู่
หลินซูเหยาค่อยๆ หันกลับมามองเขา ช้าๆ... รอยยิ้มเยียบเย็นและสมเพชเวทนาฉายชัดบนใบดวงหน้าสวยหวาน นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่บาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของท่านอ๋องผู้เกรียงไกร
"ท่านอ๋อง... ตอนนี้ท่านยังคิดว่าหม่อมฉันเป็นคนทรยศอยู่อีกหรือไม่เพคะ?"
และก่อนที่เซียวจวินอ๋องจะทันได้เอื้อนเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมาเพื่อรั้งร่างบางไว้ แสงไฟจากคบเพลิงนับร้อยดวงก็สว่างวาบขึ้นทั่วท้องฟ้าภายนอก พร้อมกับเสียงฝีเท้าของกองทัพปริศนาที่บุกทะลวงเข้ามาถึงเรือนชั้นในอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะคาดคิด!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับปลายปากกาของพงศาวดารมีชีวิตนะครับ
บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700)•ตอนที่ 20
วิกฤตความเชื่อใจ
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!