กลิ่นหอมกรุ่นของชาหลงจิ่งชั้นเลิศที่ลอยอวลอยู่กลางตำหนักบูรพาในยามวิกาล บัดนี้กลับมิได้ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย หากแต่ส่งกลิ่นอายคุกคามราวกับคมดาบที่ซ่อนอยู่ฝัก
"ท่านอ๋อง... ชากาใหม่นี้ หม่อมฉันเป็นผู้ต้มด้วยตนเองทุกขั้นตอน เพิ่งยกเข้ามาเมื่อครู่นี้เองเพคะ"
สุ้มเสียงหวานหยดเย้อยิ่งกว่าน้ำผึ้งอาบยาพิษของพระสนมฉินดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงในชุดผ้าแพรต่วนสีเพลิงที่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทรงอักษร นางแย้มสร้อยยิ้มงดงาม ทว่านัยน์ตากลับทอประกายระยับด้วยความคาดหวังบางอย่างที่ซ่อนเร้น
เซียวจวินอ๋องประทับอยู่เบื้องหลังโต๊ะไม้จันทน์แดง พระพักตร์เรียบเฉยดั่งผิวน้ำในบึงลึก ทรงทอดพระเนตรฎีกาในมือโดยมิได้เงยพระพักตร์ขึ้นมามองแม้แต่น้อย บรรยากาศรอบพระองค์เย็นเยียบจนน่าขนลุก ดุจพยัคฆ์หนุ่มที่กำลังนอนหมอบนิ่ง ทว่าพร้อมจะกระโจนขย้ำเหยื่อได้ทุกเมื่อหากมีผู้ใดล้ำเส้น
ทว่า ก่อนที่พระหัตถ์หนาจะเอื้อมไปแตะถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่บนโต๊ะ ร่างเพรียวบางในชุดอาภรณ์สีนวลของหลินซูเหยาซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่มุมห้อง กลับก้าวเข้ามาขวางอย่างรวดเร็วดุจสายลมพัดผ่าน นางยื่นมือเรียวขาวดั่งหยกออกไปฉวยถ้วยชาใบนั้นขึ้นมาถือไว้เสียเอง
"หม่อมฉันเกรงว่า... ชากาต้มใหม่นี้ อาจจะยังไม่ถูกปากคนธาตุหยางเข้มข้นอย่างท่านอ๋องกระมังเพคะ"
หลินซูเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งใบมีด นางกวาดสายตามองไอน้ำที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากผิวน้ำชาอย่างพิจารณา ภายในใจประหวັດนึกถึงตำราพิษโบราณที่เคยศึกษา สมุนไพร 'ไป๋หลาน' เมื่อถูกความร้อนผสมเข้ากับเกสรดอกเหมย จะไร้สีไร้กลิ่นโดยสิ้นเชิง แต่จะทำให้ผู้ดื่มสูญสิ้นเรี่ยวแรงภายในสามลมหายใจ และสิ้นใจอย่างไร้ร่องรอยในยามรุ่งสาง
พระสนมฉินหน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง ดวงตาคู่คมฉายแววตื่นตระหนกก่อนจะรีบปรับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มฝืนๆ "หมอหลวงหลิน... เจ้ากล้าดียังไงถึงมาเสียมารยาทแย่งเครื่องเสวยของท่านอ๋องเช่นนี้? หรือว่าเจ้าคิดจะมีใจกำเริบเสิบสาน คิดลองดีกับกฎของตำหนักใน"
"กฎของตำหนักในหรือเพคะ?" หลินซูเหยาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มของนางไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาแม้แต่น้อย "หม่อมฉันเป็นแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระthevax ดูแลพระวรกายของท่านอ๋อง การตรวจสอบสิ่งที่จะเข้าพระโอษฐ์ย่อมเป็นหน้าที่โดยตรง หาใช่การเสียมารยาทไม่... หรือว่าพระสนมร้อนรนจนเกินงาม?"
สิ้นคำพูดของนาง บรรยากาศภายในห้องก็ดิ่งลึกลงจนแทบหายใจไม่ออก เซียวจวินอ๋องทรงวางฎีกาในพระหัตถ์ลงช้าๆ เสียงกระดาษกระทบโต๊ะไม้ดังสนั่นก้องกังวานในความเงียบ พระเนตรคมกลาบดั่งเหยี่ยวหันมาจ้องมองสตรีทั้งสอง ทรงแผ่ไอสังหารอันน่าสะพรึงกลัวออกมาโดยไม่ต้องตรัสสิ่งใด
"ซูเหยา..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอמהขึ้น ทำลายความเงียบ "เจ้าพบสิ่งใดในถ้วยชานั้น"
หลินซูเหยามิได้ตอบคำถามทันที นางปลดปิ่นหยกขาวบนมวยผมออกอย่างใจเย็น ก่อนจะดึงเข็มเงินยาวเรียวเล่มหนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายในออกมา ปลายเข็มวาววับสะท้อนแสงตะเกียง นางจุ่มเข็มลงไปในถ้วยชาช้าๆ ท่ามกลางความระทึกใจของทุกคนในห้อง
หนึ่งวินาที... สองวินาที... สามวินาที...
เมื่อนางยกเข็มเงินขึ้นมาปรากฏต่อสายตา โลหะสีเงินยวงเมื่อครู่บัดนี้กลับกลายเป็นสีดำสนิทราวกับถูกย้อมด้วยหมึกจีน!
พระสนมฉินกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ ขาทั้งสองข้างทรุดลงไปกองกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "มะ... เป็นไปไม่ได้! ชานั้น..."
"พิษอัคคีเหมันต์..." หลินซูเหยาเอ่ยชื่อพิษออกมาทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปที่พระสนมฉินเขม็ง "พิษร้ายแรงที่นำเข้าจากแคว้นทางเหนือ ละลายในชาไร้ร่องรอย ผู้ดื่มจะหลับใหลอย่างสงบราวกับสิ้นอายุขัย พระสนมฉิน... ช่างรอบคอบยิ่งนัก ลงทุนสรรหาของหายากเช่นนี้มาถวายท่านอ๋องถึงห้องทรงงานกลางดึก"
"บังอาจ!" เซียวจวินอ๋องทรงตบโต๊ะเสียงดังสนั่น แรงสะเทือนทำให้ถ้วยชาบนโต๊ะกระเด็นตกลงมาแตกกระจาย ละอองน้ำชาอาบยาพิษกระเซ็นโดนชายฉลองพระองค์เล็กน้อย ทว่าพระองค์มิได้ใส่พระทัยแม้แต่น้อย พระวรกายสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดพระสนมฉินด้วยก้าวเท้าอันหนักหน่วง ดุจภูเขาทั้งลูกที่กำลังกดทับลงมา
"ท่านอ๋อง... หม่อมฉันถูกใส่ร้าย! นาง... นางหมอต่ำทรามคนนี้ใช้เข็มเงินปลอมแปลงหลักฐานเพคะ!" พระสนมฉินร้องไห้ฟูมฟาย แทบจะคลานเข้าไปกอดฉลองพระองค์ของชายหนุ่ม ทว่าถูกปลายพระบาทเตะออกไปอย่างไม่ใยดี
"คนนอกตำหนัก... ลากตัวนางออกไป!" เซียวจวินอ๋องตรัสสั่งด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม ไร้ซึ่งความปรานีแม้แต่น้อย ทหารองครักษ์เงาแต่งกายชุดดำสองนายพุ่งพรวดเข้ามาจากความมืดดุจภูตผี ลากตัวพระสนมฉินที่กรีดร้องโหยหวนออกไปจากตำหนักทันที ทิ้งไว้เพียงรอยคราบน้ำตาและกลิ่นอายความตายที่ยังคงคละคลุ้ง
ภายในห้องทรงงานกลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครั้ง แสงไฟจากตะเกียงไหววับตามสายลมยามราตรีที่พัดลอดหน้าต่างเข้ามา
หลินซูเหยายืนนิ่งถือเข็มเงินอาบพิษอยู่ในมือ นางถอนหายใจยาวออกมาเบื้องหน้าความตึงเครียดที่เพิ่งผ่านพ้นไป ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะเก็บเข็มกลับเข้าที่ พระอังสะกว้างก็เคลื่อนเข้ามาประชิดด้านหลังอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและไอความอบอุ่นแผ่ซ่านโอบล้อมร่างของนางไว้ในเสี้ยววินาที
พระหัตถ์หนาเอื้อมมาควارข้อมือเรียวของนางไว้แน่น ปลายพระนคราชกดลงเบาๆ บนผิวเนื้อจนนางต้องนิหน้าด้วยความเจ็บเล็กน้อย เซียวจวินอ๋องโน้มพระพักตร์ลงมาใกล้จนพระนาสิกคลอเคลียอยู่ข้างขมับของนาง สุ้มเสียงทุ้มพร่ากระซิบเบาๆ ข้างใบหู จนเส้นขนทั่วร่างของนางลุกชัน
"หลินซูเหยา..." พระองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดุดันและหวงแหน "เจ้ากล้าหาญเกินไปแล้ว... รู้ตัวหรือไม่ว่าหากเมื่อครู่นี้เจ้าคาดการณ์ผิดพลาด แม้แต่ปลายเส้นผมของเจ้า... ข้าก็จะไม่ยอมให้มีผู้ใดแตะต้องเด็ดขาด"
นางยังไม่ทันได้เอื้อnคำใดตอบโต้ ประตูบานใหญ่ด้านนอกตำหนักที่ปิดสนิท กลับถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบของมหาเล็กคนสนิทที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความตกใจกลัว
"ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ/พ่ะย่ะค่ะ!" มหาเล็กละล่ำละลักรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "กองกำลังทหารมังกรทางชายแดนเหนือ... ส่งม้าเร็วสาส์นด่วนสลักตราประทับเลือดมาถึงแล้ว... แจ้งว่า... กองทัพกบฏขององค์ชายรองได้บุกเข้าเผาทำลายคลังเสบียงหลวงจนหมดสิ้น และกำลังเคลื่อนพลปิดล้อมเมืองหลวงในยามนี้แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวจวินอ๋องทรงชะงัก พระเนตรคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย ความมืดมนประกายขึ้นในแววพระเนตรดุจพายุใหญ่ที่กำลังก่อตัว ทรงปล่อยข้อมือของหลินซูเหยาช้าๆ ก่อนจะหยิบป้ายคำสั่งหยกมังกรทองขึ้นมาถือไว้มั่น
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับปลายปากกาของพงศาวดารมีชีวิตนะครับ
บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700)•ตอนที่ 10
ถ้วยชาอาบยาพิษ
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!