ปลายเข็มเงินยาวสามนิ้วสะท้อนประกายวับวับภายใต้แสงเทียนสีชาด น้ำหนักของมันเบาหวิวเมื่อเทียบกับภาระที่หลินซูเหยาต้องแบกรับไว้บนบ่า บาดแผลฉีกขาดลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ขวาของเซียวจวินอ๋องกำลังส่งกลิ่นคาวเลือดจางๆ คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายสมุนไพรจีนโบราณอย่างโสมและกฤษณา
"ข้าบอกแล้วว่าไม่ต้องใส่ใจแผลเรื้อรังนี่"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มในป่าลึกดังลอดไรฟัน บุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพมังกรประทับนั่งอยู่บนเก้าอี้พนักพิงไม้จันทน์แกะสลักลวดลายหงส์มังกร แผ่นอกกว้างเปลือยเปล่าเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นและรอยแผลเป็นนับไม่ถ้วนจากสนามรบ ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวความตายที่เขาเฉียดผ่านมานับครั้งไม่ถ้วน ทว่าดวงตาดุจเหยี่ยวคู่นั้นกลับกวาดมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเอ่ยคำ
หลินซูเหยาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง นางเพียงกดปลายนิ้วลงบนจุดชีพจรใกล้บาดแผลเพื่อประเมินความเสียหาย สัมผัสอุ่นจัดจากผิวเนื้อของเขาตัดกับความเย็นเฉียบของค่ำคืนในจวนอ๋องอย่างสิ้นเชิง
"หากท่านอ๋องทรงปล่อยให้พิษธนูซึมเข้าสู่หัวใจ เกรงว่าอีกสามวันต่อมา แผ่นดินต้าเซี่ยคงต้องเปลี่ยนผู้บัญชาการทหารสูงสุดโดยไม่ทันได้ตั้งตัวเพคะ... อ้อ หรือว่าท่านทรงโปรดปรานการเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อเรียกร้องความสนใจจากข้ากันแน่"
วาจาเฉียบคมราวกับใบมีดฉาบยาพิษถูกพ่นออกมาอย่างไร้ความเกรงกลัว นางคือหลินซูเหยา ศัลยแพทย์ผู้ผ่านห้องฉุกเฉินมาโชกโชนในโลกอนาคต เหตุไฉนจึงต้องก้มหัวให้บุรุษผู้เย็นชาผู้นี้เพียงเพราะยศถาบรรดาศักดิ์เล่า
เซียวจวินอ๋องแค่น The snort ในลำคออย่างเยียบเย็น แววตาคมกริบวาบไหวด้วยความไม่พอใจระคนขัน "สามหัน... เจ้าช่างกล้าสามหันต่อหน้าข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลินซูเหยา คิดว่ามีคัมภีร์แพทย์โบราณอยู่ในมือแล้วข้าจะกล้าทำอะไรเจ้าไม่ได้อย่างนั้นหรือ"
"ถ้าท่านกล้าลงมือกับหมอที่กำลังรักษาแผลให้ท่าน ข้าก็ยินดีจะฝังเข็มปลิดชีพท่านก่อนที่ข้าจะหลุดพ้นจากจวนนี้ไปเช่นกันเพคะ" นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่ลดละ ประกายในดวงตาคู่สวยเด็ดเดี่ยวและไร้ความหวาดกลัว ดุจดั่งประกายไฟที่ลุกโชนท่ามกลางความมืดมิด
บรรยากาศภายในห้องหนังสือลับพลันตกอยู่ในความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ระยะห่างระหว่างทั้งสองสั้นลงจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินรดกัน เคมีอันตรายระหว่างผู้ล่าและเหยื่อที่สลับขั้วกันไปมาพุ่งทะยานถึงขีดสุด เซียวจวินอ๋องไม่เคยเจอสตรีใดที่กล้าต่อปากต่อคำและมองลึกเข้ามาในดวงตาของเขาโดยไม่หลบสายตาเช่นนี้ หัวใจใต้เกราะเหล็กหนาเต้นกระหน่ำผิดจังหวะอย่างรุนแรง ความใกล้ชิดที่แนบเนียนนี้กำลังสั่นคลอนกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นมานานนับปี
ทว่า ภายใต้ใบหน้าและท่าทีที่เยชาดั่งน้ำแข็งกัด เขากลับค่อยๆ เอื้อมมือหนาขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับดาบแตะเบาๆ ที่เส้นผมยุ่งเหยิงปรกหน้าผากของนางอย่างถือวิสาสะ
หลินซูเหยาชะงักงัน ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ นางถอยหลังสัญชาตญาณ แต่ถูกมือแกร่งคว้าจับข้อศอกไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ ทว่ามั่นคงจนขยับหนีไม่ได้
"อย่าขยับ" เสียงของเขานุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด ทว่าแฝงอำนาจเด็ดขาดที่ไม่อาจปฏิเสธ "ผมเจ้าติดคราบเลือด... น่าเกลียดสิ้นดี"
คำพูดปากร้ายแต่การกระทำกลับอ่อนโยนขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง ทำให้หลินซูเหยาเม้มริมฝีปากแน่น นางสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ซ่านจากฝ่ามือของเขาผ่านเนื้อผ้าเข้ามาสู่ผิวเนื้อ ความใกล้ชิดที่เกินเลยเส้นแบ่งเขตความสัมพันธ์กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันในห้องสี่เหลี่ยมนี้ ท่ามกลางศึกชิงบัลลังก์ที่รายล้อมด้วยภยันตรายรอบด้าน
ขณะที่หัวใจของทั้งสองกำลังเต้นระรัวในจังหวะที่แปลกประหลาด เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูรัวเร็วจากภายนอกก็ทำลายความเงียบลงอย่างไม่ไว้หน้า
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงขององครักษ์เอกดังลั่นผ่านบานประตูไม้แกะสลัก "มหาเสนาบดีหลี่นำกองกำลังราชองครักษ์มาปิดล้อมจวนเราแล้ว อ้างพระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้ ให้เข้าตรวจค้นจวนอ๋องเพื่อหาหลักฐานการสมคบคิดกับกบฏพ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวจวินอ๋องชักมือกลับทันที ดวงตาดุจพยัคฆ์แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งขั้วโลกในเสี้ยววินาที บรรยากาศผ่อนคลายเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยกลิ่นอายฆ่าฟันที่พร้อมจะสังหารผู้คนได้ทุกเมื่อ
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าเสื้อคลุมผ้าไหมสีดำสนิทมาสวมทับอย่างไร้ความเร่งรีบ ทว่าสายตากลับเหลือบมองหลินซูเหยาที่กำลังเก็บเข็มเงินลงกระเป๋าผ้าอย่างสงبนิ่ง
"ดูท่า... คืนนี้พวกเราคงไม่ได้นอนกันง่ายๆ แล้วกระมัง หมอหลิน" เซียวจวินอ๋องแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก ดึงกระบี่ประจำกายออกจากฝัก เสียงโลหะกระทบฝักดังกังวานบาดแก้วหู "ตามข้ามา... ข้าจะพาเจ้าไปดูว่า มหาเสนาบดีสุนัขรับใช้ผู้นั้น จะมีปัญญาเอากระดูกชิ้นไหนมาแลกกับความอาจหาญครั้งนี้"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับปลายปากกาของพงศาวดารมีชีวิตนะครับ
บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700)•ตอนที่ 9
ใต้ฝ่าเท้าแม่ทัพ
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!