กลิ่นอายคาวเลือดของสงครามกลางเมืองที่คละคลุ้งมานานหลายแรมเดือน ถูกชะล้างด้วยสายฝนห่าใหญ่เมื่อยามวิกาล จนกระทั่งรุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยือน เมืองหลวงต้าเซียวในยามนี้จึงเหลือเพียงความเงียบสงบอันน่าพรั่นพรึง ท้องถนนที่เคยเนืองแน่นไปด้วยเกราะเหล็กและเสียงฝีม้าม้าศึก บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยร่องรอยของโคลนตมและกลิ่นอายความสูญเสียที่ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ
ณ ตำหนักบูรพาที่เคยเป็นศูนย์กลางแห่งการแย่งชิงและนองเลือด บัดนี้กลับเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหยดน้ำค้างกระทบใบไผ่
"ความจริงปรากฏชัดเจนถึงเพียงนี้แล้ว ใต้เท้ายังคิดจะดิ้นรนอันใดอีกหรือครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เซียวจวินอ๋องประทับนั่งอยู่บนเก้าอี้พนักสูงแกะสลักลวดลายมังกรทรงอำนาจ ชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นทองยามนี้ปราศจากรอยเปื้อนเลือด ทว่าแววตาคู่คมกริบดั่งพยัคฆ์ยามล่าเหยื่อกลับจับจ้องไปยังร่างของมหาเสนาบดีลู่ที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา
มหาเสนาบดีผู้เคยเรืองอำนาจและกุมชะตากรรมของขุนนางครึ่งราชสำนัก บัดนี้เส้นผมขาวโพลนยุ่งเหยิง ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและฤทธิ์พิษสะสมที่หลินซูเหยาเป็นผู้ วินิจฉัย และถอนพิษให้อย่างกึ่งเป็นกึ่งตาย หลักฐานบัญชีลับการค้าอาวุธเถื่อนและตราประทับปลอมของกบฏถูกกองอยู่ตรงหน้า ดั่งภูเขาเหล็กที่พร้อมจะทับถมตระกูลลู่ให้สูญสิ้นไปจากหน้าประวัติศาสตร์
"หึ... ชัยชนะเป็นของท่านอ๋องแล้ว..." มหาเสนาบดีลู่หัวเราะในลำคออย่างน่าสมเพช รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏบนริมฝีปากที่ซีดเซียว "ท่านคิดว่าความสงบสุขนี้จะอยู่ค้ำฟ้ากระนั้นหรือ? ความจริงที่ข้าปกปิดไว้... ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องกบฏหรอกนะพ่ะย่ะค่ะ... แต่อย,คือ..."
"พอได้แล้ว!"
เสียงหวานกังสดาลแต่เด็ดเดี่ยวแทรกขึ้น หลินซูเหยาในชุดอาภรณ์สตรีสูงศักดิ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายดอกเหมยสีแดงชาด ก้าวเท้าเข้ามาในห้องโถงอย่างสง่างาม ในมือเรียวระหงของนางถือหีบไม้จันทน์หอมโบราณที่บรรจุหลักฐานชิ้นสุดท้าย ศัลยแพทย์สาวจากโลกอนาคตผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนในยามนี้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยว นางปรายตามองอดีตมหาเสนาบดีผู้ร่วงหล่นด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความเวทนา
"ท่านพ่อเลี้ยงของข้า..." ซูเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนทุกคนในห้องต้องเงี่ยหูฟัง "ท่านใช้ชีวิตบนความตายของผู้อื่น เหยียบย่ำความจงรักภักดีเพื่ออำนาจ วันนี้ความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผยใต้แสงตะวันแล้ว ไม่มีซอกหลืบใดในราชสำนักที่จะซ่อนเร้นความชั่วร้ายของท่านได้อีกต่อไป"
เซียวจวินอ๋องทอดพระเนตรมองแผ่นหลังบางที่ยืนหยัดอย่างองอาจเคียงข้างพระองค์ แววตาเยือกเย็นดุจน้ำแข็งในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำและอ่อนโยนอย่างยิ่งยวด บุรุษผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในใต้หล้า กลับพ่ายแพ้ให้กับความเด็ดเดี่ยวและสติปัญญาของสตรีตรงหน้าอย่างราบคาบ มือหนายื่นออกไปคว้ามือเรียวที่ยังคงเย็นเฉียบจากการทำงานหนักตลอดคืนมา กุมไว้หลวมๆ เป็นการส่งผ่านความอบอุ่นและความมั่นคงที่นางสมควรได้รับมานาน
"เจ้าเหนื่อยมามากแล้ว ซูเหยา" น้ำเสียงของท่านอ๋องอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อตรัสกับนาง "เรื่องที่เหลือ ให้เป็นหน้าที่ของหน่วยองครักษ์เสื้อแพรเถิด"
"หม่อมฉันไม่ได้เหนื่อยเพคะ... เพียงแต่รู้สึกว่า ความยุติธรรมในประวัติศาสตร์บางหน้า มักต้องแลกมาด้วยหยาดเลือดและน้ำตาของผู้บริสุทธิ์เสมอ" ซูเหยาถอนหายใจยาวเบาๆ นางหันมาสบพระเนตรกับท่านอ๋อง แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพของกันและกัน ท่ามกลางซากปรักหักพังของอำนาจเก่าและความรุ่งโรจน์ของยุคสมัยใหม่ที่กำลังเริ่มต้นขึ้น
ความสงบสุขกลับคืนสู่เมืองหลวงอย่างแท้จริงแล้ว ประตูเมืองเปิดออกอีกครั้ง ราษฎรต่างแซ่ซ้องสรรเสริญ บาดแผลของบ้านเมืองได้รับการเยียวยาด้วยยาสมานแผลและนโยบายผ่อนปรนที่ซูเหยาเสนอแนะต่อท่านอ๋อง ราชสำนักถูกชำระล้างขุนนางกังฉินจนหมดสิ้น ประวัติศาสตร์หน้าใหม่กำลังถูกจารึกด้วยความร่วมมือของแม่ทัพผู้เกรียงไกรและหมอเทวดาผู้ปราดเปรื่อง
ทว่า... ในค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองความสงบสุขนั้นเอง
ณ ตำหนักในส่วนลึกที่ควรจะไร้ซึ่งคลื่นลม ขันธ์ทีอาวุโสผู้ดูแลพระคลังหลวงเดินก้มหน้าก้มตาเข้ามาด้วยท่าทีลับๆ ล่อๆ ในมือประคองถาดไม้ลงรักปิดทอง บนนั้นมีถ้วยชาเซรามิกสีขาวบริสุทธิ์ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของชาปู이อันล้ำค่า ทว่ากลับมีกลิ่นอายจางๆ ของสมุนไพรแปลกประหลาดที่หลินซูเหยาผู้เชี่ยวชาญด้านพิษย่อมคุ้นเคยเป็นอย่างดีซ่อนอยู่
"ทูลท่านอ๋อง... พระชายา..." ขันทีผู้นั้นคุกเข่าลงตัวสั่นเทา ยื่นถาดชาถวาย "นี่คือ... ชาบรรณาการพิเศษจากแดนใต้ ที่องค์เหนือหัวพระราชทานมาให้เพื่อแสดงความยินดีในชัยชนะพ่ะย่ะค่ะ..."
เซียวจวินอ๋องทรงหรี่พระเนตรลงเล็กน้อย รัศมีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากพระวรกายทันที ขณะที่หลินซูเหยาขมวดคิ้วมุ่น นางก้าวเข้าไปใกล้ถาดชาพร้อมกับยื่นเข็มเงินในมือออกไปเตรียมทดสอบพิษ
ทว่า... ก่อนที่ปลายเข็มเงินจะสัมผัสกับผิวน้ำชา ขันทีผู้นั้นกลับเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มอันบิดเบี้ยวและน่าขนลุก พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของทั้งสองคนต้องสะดุดกักค้าง
**"ลืมไปแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ... ว่าราชโองการฉบับสุดท้าย... ไม่ได้สั่งให้พวกท่านมีชีวิตรอด"**
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาพร้อมกับปลายปากกาของพงศาวดารมีชีวิตนะครับ
บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700)•ตอนที่ 28
รุ่งอรุณหลังสงคราม
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!