หมึกสีชาดบนพระราชโองการยังไม่ทันแห้งสนิทดีด้วยซ้ำ กลิ่นอายของความตายและการเมืองอันโสมมในท้องพระโรงก็ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของกำยานมงคลและผ้าแพรต่วนสีแดงเพลิงที่ประโคมประดับทั่วตำหนักบูรพา เสียงดนตรีบรรเลงจากวงเครื่องสายหลวงดังก้องกังวานขับเน้นบรรยากาศแห่งความชื่นมื่น ทว่าภายใต้รอยยิ้มอันเสแสร้งของเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ กลับซ่อนสายตาริษยาและคมมีดที่พร้อมจะเสียบแทงเข้ากลางหลังได้ทุกเมื่อ หากแต่วันนี้... ใจกลางของพายุลูกใหญ่นี้คือบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพมังกรและสตรีผู้ใช้เข็มเงินท้าทายกฎสวรรค์
หลินซูเหยายืนนิ่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองเงางาม เงาสะท้อนในกระจกเผยให้เห็นสตรีในชุดเจ้าสาวหงส์ทองปักดิ้นทองคำแท้อย่างประณีต ทุกตะเข็บและลวดลายล้วนบ่งบอกถึงฐานะอันสูงส่งที่พระราชทานตรงจากพระเนตรของโอรสสวรรค์ มงกุฎหงส์ประดับไข่มุกราตรีส่องประกายเรืองรองขับเนศตรารูปหงส์ของนางให้ดูเฉี่ยวคมและทรงอำนาจยิ่งขึ้น นางมิใช่เจ้าสาวผู้หวาดหวั่นพรพรหมจรรย์ในห้องหอ ทว่านางคือศัลยแพทย์ผู้ผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน และในค่ำคืนนี้ นางกำลังจะก้าวขึ้นเป็นพระชายาเอกแห่งเซียวจวินอ๋อง—ตำแหน่งที่สั่นสะเทือนบัลลังก์ยิ่งกว่ากองกำลังทหารนับแสนนาย
"มือของเจ้าเย็นเยียบนัก ซูเหยา..."
เสียงทุ้มต่ำดั่งพยัคฆ์คำรามลอดผ่านม่านมุกเข้ามา เซียวจวินอ๋องในชุดคลุมมงคลสีแดงเข้มก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบไร้ซุ่มเสียง ทว่าแผ่รังสีคุกคามอันทรงพลังจนนางกำนัลและขันทีต้องรีบถอยร่นออกไปจนหมดสิ้น ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยประกายความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะหยั่งถึง ทั้งความลุ่มหลง ความหวงแหน และความหวาดระแวงในเกมอำนาจที่พวกเขาร่วมกันเดินหมาก
หลินซูเหยาไม่สะดุ้งสะเทือน นางค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา รอยยิ้มเยาะหยันบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ท่านอ๋องทรงกังวลว่าหม่อมฉันจะใช้เข็มเงินปลิดชีพพระองค์ในคืนเข้าหอเช่นนี้หรือ ถึงได้รีบเสด็จมาตรวจดูความเรียบร้อยเร็วนッキ..."
เซียวจวินอ๋องไม่ตอบคำพล่อยๆ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนกลิ่นอายบุรุษและกลิ่นเหล้าหมักชั้นดีโชยเข้าจมูก มือหนาเอื้อมออกไปจับคางนطลมนางให้เงยขึ้นบังคับสบตา
"เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงคิดว่าเปิ่นหวางกลัวความตายจากมือเจ้า?" เสียงของเขาพร่าต่ำและแนบชิดจนลมหายใจรินรดกัน "หากเจ้าต้องการชีวิตของเปิ่นหวาง เจ้าก็ควรเอาหัวใจของเปิ่นหวางไปด้วยพร้อมกัน... หลินซูเหยา อย่าลืมว่าพระราชโองการฉบับนี้ ไม่เพียงแต่ผูกมัดเราไว้ด้วยทะเบียนสมองแห่งราชสำนัก แต่มันคือพันธสัญญาเลือดที่เราสองคนร่วมกันเดิมพันด้วยชีวิต"
คำพูดนั้นหนักแน่นดั่งขุนเขา ไร้ซึ่งความหวานชื่นแบบคู่รักทั่วไป ทว่ากลับเร้าใจและทรงพลังยิ่งกว่าคำสาบานใดๆ ในใต้หล้า หลินซูเหยาจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น นางสัมผัสได้ถึงความจริงใจอันดุร้ายที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความเย็นชา นางจึงยกมือขึ้นแตะที่ปกเสื้อคลุมของเขาเบาๆ
"หม่อมฉันมิใช่สตรีในห้องหอที่จะรอให้ท่านปกป้อง... แต่หากท่านกล้าหักหลังหม่อมฉันในเกมนี้ ท่านก็รู้ดีว่ายาพิษชนิดใดที่จะทำให้ท่านทรมานยิ่งกว่าตกนรกทั้งกลม"
มุมปากของเซียวจวินอ๋องกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและมีเพียงนางเท่านั้นที่ได้เห็น เขาโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากของนางอย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่อบอุ่นและหนักแน่น ทว่าก่อนที่บรรยากาศจะลึกซึ้งไปกว่านั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เอกก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงรายงานที่ทำเอาบรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว..."
เซียวจวินอ๋องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เขาผละออกจากร่างบางช้าๆ สายตาคมกริบตวัดมองไปที่ประตู "เข้ามา!"
องครักษ์เงาก้าวพรวดพราดเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้น สีหน้าซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด ในมือถือพลองไม้ไผ่ลับที่ใช้ส่งข่าวเร่งด่วนจากแดนประจิม "สายลับของเราที่ซายตัวอยู่ในตำหนักไทเฮา ส่งข่าวลับมาว่า... พระราชโองการสมรสฉบับนี้ แท้จริงแล้วเป็นแผนการของไทเฮาที่จะใช้พิธีวิวาห์ในคืนนี้ เป็นจุดชนวนเปิดคลังแสงหลวง เพื่อสังหารหมู่เชื้อพระวงศ์สายตรงทั้งหมดในงานเลี้ยงฉลอง และโยนความผิดให้ท่านอ๋องเป็นกบฏแผ่นดินพ่ะย่ะค่ะ!"
สิ้นคำรายงานนั้น บรรยากาศภายในห้องนอนที่ควรจะอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก หลินซูเหยาหรี่ตาลงทันที สมองอันปราดเปรื่องคำนวณหมากทุกตาในหัวอย่างรวดเร็ว—ที่แท้ ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้มิใช่เพราะทรงเมตตา แต่เป็นเพราะมีเงามืดชักใยอยู่เบื้องหลังเพื่อใช้พวกเขาเป็นแพะรับบาปในศึกชิงบัลลังก์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์!
เซียวจวินอ๋องแค่น The laugh เย็นเยียบออกมาคำหนึ่ง รังสีสังหารแผ่พุ่งทะลักออกจากร่างจนแก้วชาบนโต๊ะสั่นสะเทือน "ไทเฮาช่างเล่นเกมได้เดิมพันสูงนัก... คิดจะใช้เลือดในงานมงคลล้างบางตระกูลเซียวของเปิ่นหวางรึ?"
เขากวาดสายตากลับมามองหลินซูเหยา ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยแผนการรับมือ เสียงหัวเราะแหลมเล็กอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากหน้าประตูตำหนัก พร้อมกับขันทีคนสนิทของไทเฮาที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัว ในมือถือถาดทองคำซึ่งมีจอกสุรามงคลสองจอกวางอยู่
"ท่านอ๋อง พระชายา... ไทเฮาทรงมีรับสั่งให้เชิญสุรามงคลพระราชทานแก่วันอภิเษก เพื่อดื่มอวยพรให้บ่าวสาวครองคู่กันจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรพ่ะย่ะค่ะ"
จอกสุราทั้งสองใววางเด่นเป็นสง่า ทว่าสัญชาตญาณแพทย์ของหลินซูเหยากลับกรีดร้องเตือนภัยทันที เมื่อนางสังเกตเห็นควันสีเทาจางมากๆ ลอยขึ้นมาจากผิวน้ำสุราในจอกฝั่งขวา—นั่นคือ "พิษสลายวิญญาณเก้าชั้นฟ้า" พิษไร้สีไร้กลิ่นที่แม้แต่ช้างสารก็ยังล้มภายในสามลมหายใจ!
เซียวจวินอ๋องหรี่ตามองจอกสุรานั้นนิ่ง ขยับตัวบังร่างของหลินซูเหยาไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าจอกสุราตรงหน้าขึ้นมาพิจารณา
"ช้าก่อน..." หลินซูเหยาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาด นางเอื้อมมือไปแตะแขนเขาไว้เบาๆ แล้วก้าวออกไปเผชิญหน้ากับขันทีเฒ่าด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น "ขอบพระทัยในความกรุณาของไทเฮา... แต่เกรงว่าสุรามงคลจอกนี้ คงต้องให้ 'ผู้ส่ง' เป็นคนดื่มเปิดทางให้ดูก่อนสักจอกกระมัง ถึงจะสมกับพระเมตตาอันล้นพ้น!"
ขันทีเฒ่าหน้าถอดสีทันที รอยยิ้มบนใบหน้าบิดเบี้ยวแข็งค้าง ขณะที่เซียวจวินอ๋องขยับมือเข้าหาด้ามกระบี่ข้างกายอย่างเงียบเชียบ พร้อมที่จะอาบเลือดทับหลังประตูตำหนักในวินาทีนั้นเอง!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาพร้อมกับปลายปากกาของพงศาวดารมีชีวิตนะครับ
บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700)•ตอนที่ 29
วิวาห์แห่งยุคสมัย
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!