กลิ่นคาวเลือดคลุ้งกระจายจนกลกลบกลิ่นอายสนธยาบนผืนดินรกร้างแห่งหุบผาโลหิต เศษเกราะเหล็กกล้าสีดำสนิทของกองทัพมังกรแหลกละเอียดเป็นจุล บ่งบอกถึงความรุนแรงของคมศาตราวุธที่โถมกระหน่ำเข้ามาดั่งคลื่นคลั่ง
บนพื้นดินอันเย็นเยียบ ร่างสูงใหญ่ของเซียวจวินอ๋องทอดกายแนบนิ่ง ลมหายใจของแม่ทัพผู้เกรียงไกรแผ่วเบาราวกับเปลวเทียนต้องลม ปลายลูกศรเหล็กกล้าอาบยาพิษสีม่วงคล้ำฝังลึกอยู่ตรงซี่โครงข้างซ้าย ห่างจากหัวใจเพียงแค่ปลายเส้นผม เลือดสีดำทะลักไหลไม่ขาดสาย ย้อมอาภรณ์สีเข้มจนเปียกชุ่ม
"หลบไป!"
เสียงหวานกังวานแต่เฉียบขาดยิ่งกว่ากระบี่คมกริบตวาดลั่น หลินซูเหยาในชุดคลุมแพทย์เปื้อนคราบโลหิต ดวงตาทอประกายเด็ดเดี่ยวราวกับเทพเซียนผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ฟ้าดิน นางไม่ได้หลั่งน้ำตาแม้แต่หยดเดียว ความตื่นตระหนกถูกแปรเปลี่ยนเป็นสมาธิอันแน่วแน่ นางทรุดกายลงคุกเข่าข้างร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของบุรุษผู้เป็นดั่งฟ้าค้ำจุนแผ่นดิน
รอบกายพวกเขามีทหารองครักษ์ผู้จงรักภักดีคอยคุ้มกันด้วยกระบี่ที่ชุ่มเลือด สายตาของทุกคนจับจ้องมาที่นางด้วยความหวาดหวั่นและเวทนา ไม่มีใครกล้าเอ่ยขัดขวางยามเมื่อเห็นนิ้วเรียวบางสะบัดออก ปรากฏแผงเข็มเงินนับสิบเล่มเปล่งประกายวาววับท่ามกลางแสงคบเพลิง
"ซู... เหยา..."
เสียงทุ้มต่ำที่เคยดุดันและทรงอำนาจ บัดนี้แหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน เซียวจวินอ๋องปรือตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกริบที่เคยเยชาและดุร้ายดั่งพยัคฆ์ บัดนี้ฉายแววอ่อนโยนและห่วงหาอย่างลึกซึ้งยามมองสตรีตรงหน้า เขาพยายามยกมือหนาขึ้นหมายจะสัมผัสแก้มเนียน แต่มือข้างนั้นกลับตกลงสู่พื้นดินอย่างไร้เรี่ยวแรง
"หุบปากเสีย ท่านอ๋อง!" หลินซูเหยาเอ็ดเสียงเข้ม ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่งแต่นางรีบกะพริบตาไล่มันกลับไปอย่างรวดเร็ว "ท่านยังตายไม่ได้ ข้ายังไม่ได้อนุญาตให้ท่านตาย หากท่านตายที่นี่ ข้าจะเผาตำราพิชัยสงครามของท่านให้หมด และจะหยิบกระบี่ไปตัดหัวแม่ทัพศัตรูด้วยมือของตัวเอง!"
มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างขื่นขม บุรุษผู้กุมชะตากรรมคนนับแสน ยามนี้กลับทำได้เพียงแค่นึกเอ็นดูสตรีผู้ดื้อรั้นตรงหน้า "เจ้า... ดื้อรั้นเสมอ..."
"ใช่ ข้าดื้อรั้น ดังนั้นท่านต้องมีชีวิตอยู่ดูความดื้อรั้นของข้าต่อไป!"
หลินซูเหยาไม่รอช้า นางใช้กรรไกรผ่าตัดคมกริบตัดอาภรณ์ส่วนที่ทับซ้อนบาดแผลออกอย่างไร้ความลังเล เผยให้เห็นรอยแผลฉกรรจ์และคมลูกศรที่ฝังลึก พิษร้ายเริ่มลุกลามเป็นวงกว้าง ผิวหนังรอบบาดแผลกลายเป็นสีดำคล้ำส่งกลิ่นเหม็นอับ โลหิตสีดำที่หลั่งออกมาทำให้บรรยากาศรอบด้านยิ่งกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
นี่ไม่ใช่การรักษาในห้องผ่าตัดที่เพียบพร้อมด้วยเครื่องมือแพทย์สมัยใหม่ แต่มันคือกลางสมรภูมิที่รายล้อมด้วยกลิ่นอายความตาย ลมหายใจของเซียวจวินอ๋องแผ่วลงทุกขณะ ชีพจรที่ข้อมือเต้นอ่อนแรงลงเรื่อยๆ หากช้าไปแม้แต่ลมหายใจเดียว ร่างกายนี้จะเย็นเฉียบและไร้วิญญาณ
นางสูดลมหายใจเข้าลึก ตั้งสติจนนิ่งสนิทดั่งผิวน้ำในบึงลึก มือเรียวหยิบมีดผ่าตัดขนาดเล็กที่ผ่านการลนไฟฆ่าเชื้อด้วยเปลวเพลิงจากคบเพลิงขึ้นมา
"ท่านอ๋อง ข้าจะเปิดแผล..." นางเอ่ยกระซิบข้างหูเขา น้ำเสียงสั่นน้อยๆ แต่หนักแน่น "เจ็บหน่อยนะ..."
คมมีดกรีดลงบนเนื้อเยื่อสีเข้มอย่างแม่นยำและรวดเร็ว ไร้ซึ่งความลังเล เสียงครางต่ำในลำคอด้วยความเจ็บปวดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่ซีดเผือดของเซียวจวินอ๋อง เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผากของเขา กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งตัวแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงจ้องมองใบหน้าของนางไม่ละสายตา ราวกับต้องการเก็บภาพสตรีในดวงใจไว้เป็นสิ่งสุดท้ายก่อนความมืดมิดจะเข้าครอบงำ
"ข้า... ไม่เป็นไร..." เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน
"ห้ามมองทางอื่น มองตาข้า!" หลินซูเหยาออกคำสั่ง น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นกระทบลงบนผิวแก้มนวลของเขาแต่นางไม่สนใจ นางต้องควบคุมมือไม่ให้สั่น ปลายเข็มเงินถูดEกกดลงตามจุดชีพจรเพื่อสกัดกั้นการไหลเวียนของโลหิตและพิษไม่ให้แล่นเข้าสู่หัวใจ เป็นวิชาฝังเข็มโบราณที่ผสานเข้ากับหลักการแพทย์ตะวันตกอย่างลงตัว
เลือดสดๆ สาดกระเซ็นเปื้อนใบหน้าและอาภรณ์ของนาง แต่นางหาได้ใส่ใจไม่ สมาธิทั้งหมดถูกจดจ่ออยู่ที่ปลายคมมีดและคีมเหล็กในมือ
*กริ๊ง...*
เสียงโลหิตหยดกระทบแผ่นหินดังสะท้อนท่ามกลางความเงียบงันของเหล่าองครักษ์ที่ยืนล้อมรอบ พวกเขาต่างกลั้นหายใจ ลุ้นระทึกราวกับแขวนชีวิตไว้บนเส้นด้าย
นิ้วเรียวของหลินซูเหยาแตะสัมผัสลงไปตรงซี่โครงที่หักงอ นางต้องงัดกระดูกซี่โครงนั้นออกเล็กน้อยเพื่อคีบหัวลูกศรที่อยู่ใกล้ขั้วหัวใจออกมาให้ได้ หากพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว เส้นเลือดใหญ่แตกออก เซียวจวินอ๋องจะสิ้นใจตายคามือภายในสามลมหายใจ
"อึก..." เซียวจวินอ๋องสำลักเลือดออกมาคำโต ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ดวงตาเริ่มพร่ามัว สติสัมปชัญญะใกล้จะดับสูญ
"เซียวจวินอ๋อง! ตั้งสติไว้!" หลินซูเหยาตวาดลั่น ดวงตาแดงก่ำ นางกดเข็มเงินเล่มสุดท้ายลงบนจุดตายเหนือหน้าอกอย่างรวดเร็วเพื่อกระตุ้นหัวใจ "ท่านบอกเองว่าจะพาข้ากลับเมืองหลวง ท่านกล้าผิดคำพูดกับข้าหรือ!"
ในวินาทีที่ความเป็นความตายอยู่ห่างกันเพียงเส้นด้าย นางใช้คีมเหล็กหนีบเข้าที่โคนหัวลูกศร ออกแรงดึงสวนทางกับแรงต้านของกล้ามเนื้อและกระดูกอย่างเด็ดเดี่ยว
*แคว่ก!*
เสียงเนื้อเยื่อฉีกขาดดังขึ้นพร้อมกับหัวลูกศรอาบพิษที่ถูกดึงหลุดออกมาจากอก ท่ามกลางเลือดสีดำที่พุ่งทะลักตามออกมา หลินซูเหยารีบคว้ายาผงสมานแผลและยาลับสมุนไพรเทลงไปบนบาดแผลฉกรรจ์นั้นทันที ก่อนจะใช้ผ้าแพรสะอาดพันธนาการรัดแน่นเพื่อห้ามเลือด
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทหารทุกคนต่างลุ้นระทึกจนหัวใจแทบกระเด็นออกมานอกอก
หลินซูเหยาทรุดฮวบลงนั่งกับพื้นด้วยความอ่อนล้า เหงื่อกาฬชุ่มโชกแผ่นหลัง ลมหายใจหอบถี่ ทว่านางยังคงรีบวางนิ้วลงบนชีพจรที่ข้อมือแกร่งนั้นอีกครั้ง
หนึ่งวินาที... สองวินาที... สามวินาที...
ชีพจรที่เคยแผ่วเบาราวกับจะขาดหาย กลับมาเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แม้จะยังอ่อนแรง แต่อย่างน้อย... เขายังมีชีวิตอยู่!
หลินซูเหยาถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก นางยกมือขึ้นเช็ดคราบเลือดบนหน้าผาก ลมหายใจเริ่มกลับมาเป็นปกติ ทว่าในจังหวะนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาดำสายหนึ่งพุ่งแหวกความมืดเข้ามาทางด้านหลังของกองทัพองครักษ์อย่างเงียบเชียบ
ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยปากเตือน ปลายกระบี่อาบยาพิษเล่มหนึ่งก็ถูกพุ่งทะลวงเข้ามาจากความมืด มุ่งตรงไปยังจุดตายกลางหลังของเซียวจวินอ๋องที่กำลังนอนไร้เรี่ยวแรง!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาพร้อมกับปลายปากกาของพงศาวดารมีชีวิตนะครับ
บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700)•ตอนที่ 27
นาทีชี้ชะตา
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!