กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคาวเลือดคละคลุ้งหนาแน่นจนแทบจะเคี้ยวเป็นก้อนได้ในตำหนักทิศอุดร เสียงฝีเท้าของทหารองครักษ์เกราะเหล็กหนักอึ้งดังก้องสะท้อนไปตามระเบียงทางเดินหินแกรนิต ทว่าภายในห้องโถงชั้นในกลับเงียบสงบราวกับป่าช้า มีเพียงเสียงหยดน้ำจากนาฬิกาทองเหลืองโบราณที่ดังสลับกับเสียงลมหายใจแผ่วเบาแต่สม่ำเสมอ
หลินซูเหยายืนอยู่เบื้องหน้าเตียงไม้จันทน์หอม แสงไฟจากคบเพลิงด้านนอกสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของนางจนเกิดเงาทอดตัวยาวราวกับภาพวาดพู่กันจีนโบราณ บนเตียงนั้นคือแม่ทัพกองหน้าผู้ขึ้นชื่อว่าดุร้ายที่สุดในแคว้น ร่างกายของเขาท่วมทุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬและพิษร้ายที่กำลังกัดกินเส้นโลหิตดำจนปูดโปนขึ้นมาน่ากลัว
"หากเจ้าลังเลอีกเพียงลมหายใจเดียว เขามิได้แค่ตาย... แผ่นดินนี้ก็จะลุกเป็นไฟตามไปด้วย"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของเสาไม้สลักลายมังกร เซียวจวินอ๋องก้าวออกมาจากเงาสลัว นัยน์ตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บคู่นั้นจดจ้องร่างบางเบื้องหน้าอย่างไม่วางตา แววตาของท่านอ๋องในยามนี้ไม่ได้มีความเยาะเย้ยหรือระแวงแคลงใจเช่นวันวาน มีเพียงความเย็นเยียบที่แฝงระลอกคลื่นความหวั่นไหวไว้อย่างแนบเนียน
ซูเหยาไม่แม้แต่จะหันไปมองเจ้าของเสียง นางตวัดปลายนิ้วที่ถือเข็มเงินยาวสามนิ้วลงบนจุดชีพจรใต้ราวนมของแม่ทัพผู้บาดเจ็บอย่างแม่นยำและไร้ความลังเล ปลายเข็มสั่นระริกด้วยพลังลมปราณที่นางสะกดกลั้นไว้ น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา และเด็ดเดี่ยวราวกับยมทูตผู้ถือบัญชีชีวิต
"ถ้าหม่อมฉันลังเล ท่านคงไม่ได้ยืนพูดจาข่มขู่คนอื่นอยู่ตรงนี้หรอกเพคะ... ท่านอ๋อง" ซูเหยาเอ่ยตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้น น้ำเสียงของนางเจือความเย้ยหยันจางๆ "อีกอย่าง เลือดสกปรกของคนทรยศผู้นี้ หากกระเซ็นโดนฉลองพระองค์ของพระองค์ขึ้นมา ใครเล่าจะรับผิดชอบ?"
ฉับพลัน นางกระชากเข็มเงินออกพร้อมกับโลหิตสีดำคล้ำพุ่งกระฉูดออกมาเป็นสาย อาบย้อมอาภรณ์สีขาวปักลายเมฆาของนางจนกลายเป็นสีแดงชาด กลิ่นคาวเลือดตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ แต่นางไม่มีแม้แต่จะกะพริบตาหรือถอยหนี
เซียวจวินอ๋องก้าวเข้ามาประชิดตัวนางโดยไม่ทันให้ตั้งตั้งตัว มือใหญ่หนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวที่เปื้อนคราบโลหิตไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนกระดูกแทบร้าว ทว่าแววตาที่มองนางกลับลุ่มลึกและซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา
"เจ้าเป็นสตรี... เหตุใดจึงมือหนักและใจเด็ดเดี่ยวถึงเพียงนี้?" เสียงของเซียวจวินอ๋องแหบพร่าลงเล็กน้อย ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้มเนียนนุ่มของนาง ความใกล้ชิดนี้ทำให้บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบขาดใจ
ซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา นัยน์ตาดอกท้อคู่นั้นไม่มียี่หระต่ออำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากบุรุษผู้กุมกองทัพนับแสน นางยิ้มหยันที่มุมปาก ช่างเป็นรอยยิ้มที่งดงามทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ถ้าไม่ใจเด็ด... หม่อมฉันคงตายในสนามรบการเมืองของพวกท่านตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในจวนนี้แล้วกระมังเพคะ" นางเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ทว่าเฉียบคมดั่งคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของมังกรหนุ่ม
เซียวจวินอ๋องนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่ด้านชามานานนับปีจากการฆ่าฟันและแย่งชิง กลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรก เขามองสตรีในอ้อมกอด—สตรีที่เปื้อนเลือดแต่มิได้แปดเปื้อนความอ่อนแอ นางไม่เหมือนสตรีใดในใต้หล้า นางคือพายุฝนที่พร้อมจะพัดทำลายทุกบัลลังก์หากพวกมันขวางทาง
ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันและเปี่ยมด้วยแรงปรารถนาอันตราย ขันทีเฒ่าผู้หนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงที่หน้าประตูห้องโถง เสียงหอบหายใจดังระรัวจนขัดจังหวะบรรยากาศอันน่าลุ้นระทึก
"กราบทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... พระราชโองการลับจากฮ่องเต้... ถูกส่งมาถึงหน้าประตูจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวจวินอ๋องละสายตาจากใบหน้างดงามของซูเหยาช้าๆ นัยน์ตาคู่นั้นกลับมาดุร้ายและเยือกเย็นดั่งพายุหิมะอีกครั้ง ทว่ามือที่กุมข้อมือนางยังคงไม่ยอมปล่อย...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับปลายปากกาของพงศาวดารมีชีวิตนะครับ
บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700)•ตอนที่ 14
เลือดหยดแรก
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!