กลิ่นอายของดินประสิวและควันไฟจากค่ายกลศึกษามืดทะมึนลอยละล่องมาตามกระแสลมหนาว ยามนี้ กำแพงอิฐสีเทาขนาดมหึมาของเมืองหลวงต้าเย่ไม่ได้ตั้งตระหง่านท้าทายฟ้าดินอย่างเคย หากแต่กำลังสั่นสะเทือนด้วยแรงย่ำของฝีเท้าม้าศึกนับหมื่นที่โถมกระหน่ำดั่งคลื่นคลั่ง
"รายงาน! กองทัพหน้าของอ๋องฉีทะลวงผ่านด่านหานกู่มาได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ตอนนี้พวกมันกำลังเคลื่อนพลเข้าประชิดประตูทิศอุดร ระยะห่างไม่ถึงสามลี้!"
เสียงรายงานของทหารม้าเร็วที่ควบตะบึงจนม้าคู่ชีพขาดใจตายคาประตูเมือง สร้างความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวขึ้นภายในตำหนักบัญชาการรบ หลินซูเหยายังคงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะแผนที่ขนาดใหญ่ ดวงตาคู่คมกวาดมองหมากกระดานจำลองสถานการณ์สงครามด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่นิ้วเรียวที่กำลังคีบหมากสีดำมั่นคงจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีดนั้น ฟ้องชัดถึงคลื่นอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วนอยู่ภายใน
นางอยู่ในชุดเกราะหนังสีดำสนิทประดับลวดลายเงินยวงเข้ารูป ทรงผมรวบตึงเป็นมวยสูงอย่างทะัดทัด ทว่าปลายผมยังมีรอยเขม่าควันไฟจากการทดสอบดินปืนสูตรพิเศษเมื่อยามวิกาล บนโต๊ะข้างกายมีกล่องเข็มเงินสเตนเลสและขวดกระเบื้องเคลือบบรรจุยาสมานแผลวางเรียงราย บ่งบอกถึงหน้าที่อันหนักหน่วงที่นางต้องแบกรับในฐานะทั้งแพทย์ผู้เยียวยาและกุนซือผู้กำหนดกลยุทธ์
"พวกมันเคลื่อนพลเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึงสองวัน..." เสียงหวานใสเอ่ยขึ้น ทว่าราบเรียบและเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็ง "ดูเหมือนว่าเกลือเป็นหนอนภายในกระทรวงกลาโหมจะทำงานได้คุ้มค่าเบี้ยหวัดที่อ๋องฉีจ่ายให้ไม่น้อย"
"ข้าได้สั่งให้องครักษ์เงาจับกุมตัวเสนาบดีหลี่และพวกพ้องไปสอบสวนใต้ดินเรียบร้อยแล้ว"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังเสาหิน เซียวจวินอ๋องก้าวออกมาในชุดเกราะศึกสีนิลกาฬประดับลวดลายมังกรทองทะยานฟ้า ใบหน้าหล่อเหลาดุดันราศีกดดันแผ่ซ่านทั่วห้อง ทว่าเมื่อสายตาคมกริบคู่นั้นทอดมองไปยังร่างระหงของหลินซูเหยา ความเย็นชาในแววตากลับอ่อนยวบลงชั่วพริบตา "เจ้าเหนื่อยมากแล้ว ซูเหยา... สมรภูมิเบื้องหน้าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทหารเถอะ"
หลินซูเหยาหันกลับมาสบตาชายหนุ่ม นางแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาดุดันไม่แพ้กัน "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทหารอย่างนั้นหรือเพคะท่านอ๋อง? หากข้าเชื่อท่านเมื่อสามวันก่อน ป่านนี้ประตูทิศอุดรคงแตกพ่ายไปตั้งแต่ครึ่งก้านธูปแรกแล้ว"
เซียวจวินอ๋องมิได้โกรธเคือง เขาขยับฝีก้าวเข้ามาประชิด กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ จากสนามรบโอบล้อมร่างนางไว้ มือหนาเอื้อมไปปัดเขม่าควันบนแก้มเนียนของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นและทะนุถนอมขัดแย้งกับสถานการณ์เบื้องเบื้องนอกที่กำลังลุกเป็นไฟอย่างสิ้นเชิง
"ข้าเพียงไม่อยากให้มือคู่นี้... มือที่ช่วยชีวิตคนมานับไม่ถ้วน ต้องมาเปื้อนเลือดของพวกกบฏเดรัจฉานเหล่านี้" เซียวจวินอ๋องกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น "จำสัญญาของเราได้หรือไม่? เมื่อสงครามครั้งนี้สงบลง ข้าจะพาเจ้าออกจากเมืองหลวงแห่งนี้ ไปใช้ชีวิตตามอำเภอใจในดินแดนทางใต้"
"ท่านอ๋อง... ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องเพ้อฝัน" หลินซูเหยาเบี่ยงหน้าหลบสัมผัส แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะกับแววตาจริงจังคู่นั้น แต่นางไม่มีเวลาให้ความหวานชื่น "ศัตรูประชิดเมืองหลวงแล้ว กำลังพลของเรามีเพียงครึ่งเดียวของพวกมัน หากเราไม่ใช้ยุทธวิธี 'ถอนฟืนใต้หม้อ' เกรงว่าภายในค่ำวันนี้ ธงมังกรของต้าเย่คงต้องเปลี่ยนเป็นธงตระกูลหลี่"
ทันใดนั้น เสียงระฆังศึกบนหอคอยสูงก็ดังสนั่นหวั่นไหว *ก๊อง! ก๊อง! ก๊อง!*
ตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนมหาศาลราวกับแผ่นดินแยก ลูกไฟขนาดยักษ์ที่ยิงจากเครื่องดีดหินของข้าศึกพุ่งข้ามกำแพงเมืองตกลงมากลางตลาดการค้า เกิดเสียงระเบิดกัมปนาทและเพลิงลุกท่วมท้องฟ้ายามสาย เปลวไฟสีส้มแดงสะท้อนในดวงตาของทั้งสองคน บรรยากาศภายในตำหนักตึงเครียดขึ้นถึงขีดสุด
"พวกมันเริ่มโจมตีระลอกแรกแล้ว!" องครักษ์ประจำตัวพุ่งเข้ามาคุกเข่ารายงานด้วยความตื่นตระหนก "ทหารรับจ้างเผ่าเร่ร่อนใช้ซุงไม้ยักษ์กระแทกประตูทิศอุดรแล้วพ่ะย่ะค่ะ! กลอนประตูเริ่มต้านทานไม่ไหวแล้ว!"
เซียวจวินอ๋องหันขวับ ดวงตาดุร้ายดั่งพยัคฆ์ทอประกายสังหาร "เตรียมกำลังพลหน่วยมังกรทมิฬทั้งหมดตามข้าไป! ข้าจะออกไปตัดหัวแม่ทัพหน้าของพวกมันด้วยมือตนเอง!"
"ช้าก่อนท่านอ๋อง!" หลินซูเหยาคว้าชายเสื้อเกราะของเขาไว้แน่น แววตาฉายแววเด็ดเดี่ยวชนิดที่แม้แต่แม่ทัพผู้ผ่านศึกมาโชกโชนยังต้องสะท้าน "การออกไปปะทะตรงๆ คือการตกหลุมพราง พวกมันจงใจใช้กองกำลังเร่ร่อนเป็นเหยื่อล่อให้ท่านออกจากค่ายกลป้องกันเมือง เพื่อเปิดทางให้หน่วยลอบสังหารของสำนักเงาโลหิตที่แฝงตัวมาลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ในวังหลวงต่างหาก!"
เซียวจวินอ๋องชะงัก กรามขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน เขาวิเคราะห์สถานการณ์ตามคำพูดของนางเพียงเสี้ยววินาทีก็ตระหนักได้ทันทีว่านางพูดถูก อ๋องฉีเจ้าเล่ห์เกินกว่าจะบุกมาดื่อๆ
"ถ้าเช่นนั้น... เจ้ามีแผนการใด?" เซียวจวินอ๋องมองสตรีตรงหน้าด้วยความเลื่อมใสระคนรักใคร่
หลินซูเหยายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่น่ากลัวราวกับยมทูตมารabา นางหยิบขวดกระเบื้องสีดำสนิทออกมาจากอกเสื้อ ยื่นให้ชายหนุ่มพร้อมกับเข็มเงินเคลือบสารพิษสลายกระดูกสามเล่ม
"ให้ข้าออกไปต้อนรับพวกมันที่หน้าประตูเมืองด้วยตัวเอง... ส่วนท่าน นำกำลังพลไปปิดล้อมตำหนักใน อย่าให้แมลงสักตัวเล็ดลอดเข้าไปได้" นางกล่าวเสียงเยือกเย็น "ข้าจะแสดงให้พวกกบฏได้เห็นว่า นรกบนดินที่แท้จริง หน้าตาเป็นเช่นไร"
เซียวจวินอ๋องรับขวดพิษมาถือไว้แน่น สัมผัสความเย็นเยียบจากมือของนางส่งผ่านไปยังหัวใจ เขาพยักหน้ารับช้าๆ แววตาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างไร้เงื่อนไข "ระวังตัวด้วย... หากเจ้าเป็นอะไรไป แม้แต่ดินแดนปรภพ ข้าก็จะตามไปพลิกแผ่นดินล้างบางมันให้สิ้นซาก"
สิ้นเสียงคำประกาศกร้าว ทั้งสองหันหลังให้กันและพุ่งทะยานออกไปปฏิบัติหน้าที่ของตน ท่ามกลางหามห아กาศของสงครามที่กำลังเผาผลาญเมืองหลวงให้กลายเป็นจุล
ทว่า ในขณะที่หลินซูเหยากำลังควบม้าพุ่งตรงไปยังประตูทิศอุดรที่กำลังถูกตีแตก เสียงเกือกม้าปริศนาก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงโกลาหล ทหารม้าถือสาส์นลับสวมชุดเกราะโลหิตพุ่งเข้ามาขวางทางนางไว้ พร้อมกับชูม้วนพระราชโองการสีเหลืองทองอร่ามที่ผนึกด้วยตราประทับหยกแท้
"กุนซือหลิน! มีพระราชโองการด่วนที่สุดจากองค์ฮ่องเต้! ทรงมีรับสั่งให้ท่าน... และเซียวจวินอ๋อง ยุติการป้องกันเมือง และ... สละราชสมบัติให้แก่อ๋องฉีทันที!"
หลินซูเหยาชะงักฝีคอม้าทันที ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองเห็นเงาสEอื่ยของตัวอักษรบนพระราชโองการที่สะท้อนกับแสงเพลิง
ก่อนที่นางจะทันได้เอ่ยปากถามสิ่งใด ปลายลูกศรอาบยาพิษดอกหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศปักเข้าที่ลำคอของทหารม้าถือสาส์นผู้นั้นจนล้มลงขาดใจตายคาที่ทันที! ร่างของเขาร่วงหล่นลงพื้น พร้อมกับม้วนพระราชโองการที่คลี่ออก เผยให้เห็นข้อความบรรทัดสุดท้ายที่เขียนด้วยลายมืออันคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด... ซึ่งเป็นลายมือของคนที่ควรจะอยู่ในตำหนักชั้นในสุดของวังหลวง
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับปลายปากกาของพงศาวดารมีชีวิตนะครับ
บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700)•ตอนที่ 23
กบฏประชิดเมืองหลวง
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!