เสียงกระเบื้องเคลือบสีชาดที่กระทบลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมดัง *กริ๊ก* เบาๆ ทว่ากลับหนักหน่วงดุจเสียงก้อนหินที่ถูกทุ่มลงกลางใจคนในห้องโถงลับใต้ดิน
"เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่า ข่าวกรองจากหน่วยพยัคฆ์ซ่อนเล็บเชื่อถือได้?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีเอ่ยขึ้น ท่ามกลางแสงสลัวจากคบเพลิงที่สั่นไหว เซียวจวินอ๋องประทับนั่งอยู่บนเก้าอี้พนักพิงสลักลายมังกรทะยาน ชุดคลุมสีดำสนิทปักดิ้นทองลายเมฆาขับเน้นให้พระองค์ทรงอำนาจและน่าเกรงขามจนแทบหยุดหายใจ ดวงเนตรคมกริบดั่งพยัคฆ์ซุ่มล่าเหยื่อกวาดมองม้วนสาส์นลับในมือด้วยประกายตาดุดัน
หลินซูเหยายืนอยู่เบื้องหน้า นางไม่ได้แสดงอาการหวาดหวั่นต่อรัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากบุรุษตรงหน้าแม้แต่น้อย ศัลยแพทย์สาวในคราบคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์อยู่ในชุดยุทธภัณฑ์เข้ารูปสีเข้ม ทะมัดทะแมง ทว่ายังคงไว้ซึ่งความงดงามวิจิตรตามแบบฉบับสตรีสูงศักดิ์ บนโต๊ะตรงหน้าคือกองแผนที่ยุทธศาสตร์และป้ายคำสั่งทหารนับสิบชิ้น
"หากหม่อมฉันไม่แน่ใจ คงไม่ยืนอยู่ ณ จุดนี้เพื่อฟังท่านอ๋องตรัสถามคำถามที่เสียเวลาเช่นนี้หรอกเพคะ... เอ่อ ข้าหมายถึง... ท่านพี่" หลินซูเหยาเปลี่ยนคำเรียกอย่างกะทันหันเมื่อปะทะเข้ากับสายดุๆ ที่ตวัดกลับมา
เซียวจวินอ๋องแค่นหัวเราะในลำคอ รัศมีเย็นชาเมื่อครู่ผ่อนคลายลงครึ่งส่วนอย่างไม่รู้ตัว ยามเมื่อสตรีตรงหน้าต่อปากต่อคำด้วยความฉลาดเป็นกรดเช่นนี้ "ปากคอเราะร้ายเช่นเคย... สองวันก่อน เจ้าเพิ่งใช้เข็มเงินเพียงเล่มเดียวสะกัดจุดเสนาบดีโฉดกลางงานเลี้ยงราชสำนัก วันนี้ยังกล้ามาบัญชาการกองกำลังลับแทนเปิ่นหวางอีกหรือ"
"หากมัวแต่เกรงใจอำนาจเน่าเฟะในราชสำนัก ป่านนี้หัวของพวกเราคงไปประดับอยู่บนกำแพงเมืองหลวงตั้งนานแล้ว ท่านอ๋อง" หลินซูเหยาขยับเข้าไปใกล้โต๊ะไม้จันทน์ ใช้นิ้วเรียวเรียวดั่งหยกแตะลงบนจุดยุทธศาสตร์สำคัญบนแผนที่ "กบฏกลุ่มนี้ไม่ได้มีแค่กำลังพลจากหัวเมืองตะวันตก แต่พวกมันกุมเส้นทางลำเลียงเสบียงและมี 'หนอนบ่อนไส้' ระดับสูงอยู่ในตำหนักใน... คนของท่านที่ส่งไปสืบข่าว ถูกเก็บเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่?"
บรรยากาศในห้องโถงพลنينเงียบงัดลงทันที สัมผัสได้เพียงเสียงลมหายใจและเปลวไฟที่เผาไหม้ น้ำหน้าของเซียวจวินอ๋องเคร่งขรึมลงถนัดตา ข่าวกรองเรื่องหนอนบ่อนไส้เพิ่งมาถึงมือพระองค์เมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน แต่หลินซูเหยากลับล่วงรู้ก่อนที่หน่วยสืบราชการลับจะรายงานเสียอีก ความสามารถในการอ่านเกมการเมืองและการแพทย์ที่เชื่อมโยงถึงพิษหายากในศพของสายลับ ทำให้พระองค์อดไม่ได้ที่จะทอดมองนางด้วยความรู้สึกซับซ้อน—ทั้งชื่นชม หวงแหน และหวาดหวั่นในความเฉียบคมที่บางครั้งก็คมเกินกว่าจะปล่อยให้เป็นภัย
"เจ้าวางแผนไว้อย่างไร" เซียวจวินอ๋องตรัสถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทอดทิ้งความเย้าแหย่เมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น
"สับขาหลอก" หลินซูเหยาตอบทันควัน ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความมั่นใจ "ในเมื่อพวกมันคิดว่าเรากำลังระดมพลทางเหนือเพื่อตั้งรับ เราจะปล่อยข่าวลวงว่ากองกำลังหลักติดพันอยู่กับโรคระบาดที่ชายแดน ขณะเดียวกัน คืนนี้... เราจะใช้หน่วยเงาของท่าน แทรกซึมเข้ายึดคลังอาวุธหลวงและกุมตัวผู้อยู่เบื้องหลังก่อนที่พวกมันจะทันได้ส่งสัญญาณ"
"เสี่ยงเกินไป" เซียวจวินอ๋องขมวดคิ้วมุ่น "หากพวกมันมีกำลังสำรองซ่อนอยู่ที่ประตูเมืองทิศใต้ หน่วยเงาของเปิ่นหวางจะตกอยู่ในวงล้อม"
"ถ้าไม่เข้าถ้ำเสือ จะได้ลูกเสือหรือเพคะ?" หลินซูเหยาโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของนางลอยปะทะนาสิกของท่านอ๋อง "ท่านไว้ใจกองทัพมังกรของท่าน หรือท่านไม่ไว้ใจการตัดสินใจของข้า?"
สายตาของทั้งสองประสานกันอย่างแนบแน่น ท่ามกลางความตึงเครียดของสงครามชิงบัลลังก์และความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันในใจของคนทั้งคู่ เป็นความผูกพันที่หล่อหลอมผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน
เซียวจวินอ๋องจ้องมองใบหน้างามที่ฉายแววเด็ดเดี่ยว สุดท้ายมุมโอษฐ์หยักลึกก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและมีเพียงนางเท่านั้นที่เคยได้เห็น
"บังอาจนัก... กล้าใช้คำถามนี้มาบีบเปิ่นหวาง" ท่านอ๋องส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะสะบัดพระHаst ดึงป้ายคำสั่งทองคำแท้โยนลงตรงหน้าหลินซูเหยา "เอาไป! กองกำลังเงาทั้งสามกองร้อย มอบให้เจ้าบัญชาการชั่วคราว หากคืนนี้พลาดพลั้ง... เปิ่นหวางจะลงโทษเจ้าด้วยการกักบริเวณให้อยู่แต่ในจวนอ๋องตลอดชีวิต"
หลินซูเหยาคว้าป้ายคำสั่งนั้นไว้ได้ทัน นางยิ้มเยาะอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า "รับรองว่าท่านจะได้เห็นฝีมือของหมอเทวดาผู้พลิกแผ่นดินแน่เพคะ ท่านอ๋อง"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับห่าฝนก็ดังขึ้นจากบันไดหินด้านนอก ประตูห้องโถงลับถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ขันทีสนิทในชุดชุ่มเหงื่อทรุดกายลงคุกเข่าตัวสั่นเทาจนแทบหมอบราบกับพื้น
"ท... 形ออ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีผู้นั้นละล่ำละลักละลอก ละอองน้ำตานองหน้า "พระราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... ฮ่องเต้ทรงพระประชวรหนักกะทันหัน และ... และ..."
"และอะไร! พูดออกมาให้จบ!" เซียวจวินอ๋องตวาดก้อง พลังกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนขันทีผู้นั้นสำลักความกลัว
"และ... ตราประทับหยกแผ่นดิน ถูกประกาศว่าสูญหาย! ตอนนี้ผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์นำกำลังล้อมตำหนักบูรพาไว้แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
หัวใจของหลินซูเหยาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม นางหันขวับกลับมามองเซียวจวินอ๋อง ทันทีที่สบตากับพระองค์ ทั้งคู่ต่างตระหนักตรงกันในเสี้ยววินาทีนั้น—นี่ไม่ใช่การกบฏธรรมดา แต่มันคือรัฐประหารที่ถูกวางแผนมาอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อตัดหัวมังกรตั้งแต่ยังไม่ทันได้ขยับกรงเล็บ!
ในจังหวะที่ความโกลาหลกำลังคืบคลานเข้ามา เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงและจังหวะก้าวที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องโถงลับ เสียงหัวเราะเยือกเย็นของบุคคลที่ไม่คาดฝันดังแทรกความเงียบเข้ามา พร้อมกับเงาร่างของคนที่ควรจะอยู่ที่ชายแดนปรากฏขึ้นตรงหน้า...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับปลายปากกาของพงศาวดารมีชีวิตนะครับ
บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700)•ตอนที่ 22
เตรียมพร้อมสู่ศึกใหญ่
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!