"ดูท่าทางแล้ว... ท่านอ๋องคงไม่มีเวลามาจัดการเรื่องอนุเช่นหม่อมฉันกระมังเพคะ? หรือว่า... พระองค์จะทรงดื่มถ้วยนี้แทนหม่อมฉัน เพื่อร่วมฉลองให้กับงานมงคลที่กำลังจะมาถึงดีเล่า?"
น้ำเสียงของหลินซูเหยาเยือกเย็นและราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นระคนอยู่ในแววตาหงส์คู่นั้น ท่ามกลางเรือนรับรองอันโอ่อ่าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานราคาแพง อนุซิน — สตรีผู้ซ่อนคมเขี้ยวไว้ภายใต้รอยยิ้มอ่อนหวานราวกับดอกไม้พิษ — ถึงกับชะงักรอยยิ้มค้างบนเรียวปาก ปลายนิ้วที่สวมปลอกเล็บทองคำยาวระหงสั่นน้อยๆ เมื่อเผชิญหน้ากับความกล้าหาญที่เหนือความคาดหมาย
เซียวจวินอ๋อง ประทับนั่งนิ่งสนิทอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แกะสลักลวดลายพยัคฆ์คำราม พระเนตรคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองสตรีทั้งสองสลับกันอย่างพิจารณา บรรยากาศภายในห้องกดดันจนแทบหยุดหายใจ ไร้ซึ่งเสียงสรรพสิ่งใดนอกจากเสียงน้ำเดือดปุดๆ บนเตาถ่านสำริด
"เจ้ากล้าบังคับให้ข้าดื่มหรือ... ซูเหยา" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอื้อnเอ่ยออกมา เย็นชาจนคนฟังรู้สึกราวกับถูกตรึงไว้กลางลานประหาร
"หม่อมฉันมิบังอาจเพคะท่านอ๋อง" หลินซูเหยาแย้มสรسลเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา นางขยับกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อาภรณ์ผ้าไหมปักลายเมฆสีชาดสะท้อนแสงไฟวับวาม "เพียงแต่... สุราพิษจอกนี้ อนุซินเป็นผู้รินด้วยความตั้งใจจริง เพื่อแสดงความยินดีที่หม่อมฉันได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตำหนัก การที่หม่อมฉันจะรับน้ำใจนี้ไว้ผู้เดียว เกรงว่าจะดูเห็นแก่ตัวเกินไปหน่อยกระมังเพคะ"
นางหันไปสบตาอนุซิน ผู้มีใบหน้าซีดเผือดลงทีละน้อย ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อเห็นท่าทีเยือกเย็นราวกับปีศาจของหลินซูเหยา
"พี่หญิง... ท่านพูดจาเหลวไหลอันใดกัน เพลงสุรานี้เป็นสุราต้อนรับ เหตุใดจึงกล่าวหาว่าเป็นพิษเล่าเพคะ!" อนุซินพยายามเค้นเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร หันไปทางเซียวจวินอ๋องเพื่อฟ้องร้อง "ท่านอ๋องโปรดให้ความเป็นธรรมแก่หม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ พระชายา... พระชายานึกรังเกียจฐานะของหม่อมฉัน จึงหาข้ออ้างใส่ร้ายป้ายสีเช่นนี้เพคะ!"
เซียวจวินอ๋องมิได้ตรัสอันใด พระองค์เพียงแต่ยกจอกชาขึ้นจิบช้าๆ คล้ายกำลังชมงิ้วฉากใหญ่ที่กำลังดำเนินไปถึงจุดไคลแม็กซ์ ทว่าสายตาที่ทอดมองหลินซูเหยานั้น กลับแฝงประกายความท้าทายและพึงพอใจอย่างลึกล้ำ พระองค์ทรงอยากรู้เหลือเกินว่า สตรีผู้เคยเป็นเพียงบุตรสาวขุนนางตกอับนางนี้ จะเอาตัวรอดจากเกมการเมืองในเรือนหลังนี้ได้อย่างไร
หลินซูเหยาไม่โต้เถียง นางก้าวเข้าไปหาอนุซินอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าสง่างามดั่งนางพญาหงส์ กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรจีนโชยมาจากตัวนาง ตัดกับกลิ่นกำยานอย่างลงตัว
"ใส่ร้ายหรือ?" หลินซูเหาย่อตัวลงกระซิบข้างใบหูของอนุซิน น้ำเสียงแผ่วเบาแต่เฉียบคมราcanคมมีด "ข้าเป็นแพทย์... หรือเจ้าลืมไปแล้วว่า กลิ่นของ 'ดอกอู๋โยว' ที่บดผสมลงในสุรานี้ เมื่อกระทบกับความร้อนจะส่งกลิ่นหอมหวานคล้ายดอกท้อ แต่หากผู้ใดดื่มเข้าไปภายในสามลมหายใจ เส้นเลือดหัวใจจะตีบตัน และกระอักเลือดดำตายอย่างทรมาน เจ้าใช้ยานี้กับภรรยาเอกของขุนนางกรมคลังเมื่อปีก่อน คิดว่าข้าจำไม่ได้หรือ?"
ร่างของอนุซินสะท้านเฮือก ดวงตาเบิกโพงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ความลับที่นางซ่อนไว้ในมุมมืดถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลางแสงตะวันโดยง่ายดาย
"เจ้า... เจ้าพูดเรื่องอันใด..." อนุซินถอยหลังกรูดจนสะดุดชายผ้าตัวเองเกือบล้ม
"ในเมื่อน้องรองมีความตั้งใจดีถึงเพียงนี้ จะปฏิเสธน้ำใจได้อย่างไรเล่า" หลินซูเหายื่นมือไปหยิบจอกสุราเงินขึ้นมาด้วยท่าทีสบายๆ ปลายนิ้วเรียวยาวแตะสัมผัสผิวโลหะเย็นเฉียบ นางหันกลับมาเผชิญหน้ากับบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในตำหนัก
"ท่านอ๋อง... ในเมื่อน้องรองยืนยันว่าสุรานี้ไร้พิษภัย และนางเองก็รินด้วยความเต็มใจ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของนาง หม่อมฉันเห็นสมควรว่า... ควรให้นางเป็นผู้ดื่มจอกนี้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ทุกคนในเรือน ดีหรือไม่เพคะ?"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ อนุซินหวีดร้องออกมาอย่างลืมตัว คุกเข่าลงแทบเท้าของเซียวจวินอ๋องทันที "ท่านอ๋องช่วยด้วยเพคะ! พระนางจะฆ่าหม่อมฉัน! ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ!"
เซียวจวินอ๋องวางจอกชาลงบนโต๊ะเสียงดัง *เคร้ง* พระเนตรคมกราบดั่งพยัคฆ์จ้องเหยื่อตวัดมองอนุซินด้วยความรังเกียจ ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ ในน้ำเสียงที่เปล่งออกมา
"คนไร้ประโยชน์ ที่กล้าใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรกในเรือนของข้า... สมควรมีจุดจบเช่นไร เจ้าคงรู้ตัวดีกระมัง"
อนุซินหน้าถอดสี ร่างกายสั่นเทาพับลงกับพื้นเย็นเฉียบ ทว่าก่อนที่องครักษ์เงาจะทันได้เข้ามาลากตัวนางออกไป หลินซูเหยากลับยิ้มมุมปาก นางตวัดปลายนิ้วที่มีเข็มเงินซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้ออย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ปักลงที่จุดชีพจรบริเวณต้นคอของอนุซินอย่างแม่นยำ
*จึก!*
อนุซินเบิกตากว้าง อ้าปากค้างแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ร่างกายแข็งทื่อเป็นหินด้วยฤทธิ์เข็มเงินสกัดจุด หลินซูเหยาถือวิสาสะบังคับกรอกสุราพิษจอกนั้นลงคอของอนุซินครึ่งจอกอย่างไม่ลังเล
"ในเมื่อเจ้าอยากให้มีคนดื่มนัก... ก็จงดื่มรสมือของตนเองเสียให้พอใจเถอะ"
อนุซินกระอักเลือดสีดำคล้ำออกมาทันที ดวงตาเบิกโพงด้วยความเจ็บปวดทรมานก่อนจะล้มฟุบลงหมดสติไปกับพื้น ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมทั่วทั้งห้อง
หลินซูเหยาปัดชายเสื้อของตนเองเบาๆ อย่างไม่ใส่ใจ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเซียวจวินอ๋องที่กำลังจ้องมองนางด้วยรอยยิ้มมุมปากที่หาได้ยากยิ่ง เป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความทึ่ง ความอันตราย และความเสน่หาที่ซ่อนเร้น
"เจ้าช่าง... ร้ายกาจยิ่งนัก ซูเหยา" เซียวจวินอ๋องตรัสด้วยพระสุระเสียงทุ้มต่ำ ก้าวพระบาทเข้ามาใกล้ทีละก้าว จนกลิ่นอายบุรุษเพศแผ่ซ่านกดดันร่างบาง
"หม่อมฉันเพียงแต่ปกป้องตนเองเพคะ" หลินซูเหยาเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอย่างไม่เกรงกลัว
ทว่า ในจังหวะที่เซียวจวินอ๋องยื่นพระหัตถ์มาเชยคางนางขึ้นเพื่อพิจารณาใกล้ๆ นั้นเอง เสียงฝีเท้าร้อนรนของขันทีประจำพระตำหนักก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกจากด้านนอกประตู
"รายงานท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ/พ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... ส่งมาถึงหน้าตำหนักแล้วพ่ะย่ะค่ะ! ตราประทับหยกเลือดระบุว่า... พระราชทาน 'งานสมรสพระราชทาน' ให้แก่พระชายาซูเหยา... กับองค์ชายสามแห่งแคว้นฉิน!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับปลายปากกาของพงศาวดารมีชีวิตครับ
บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700)•ตอนที่ 2
เข็มเงินสังหาร
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!