บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700)•ตอนที่ 3

ท่านแม่ทัพกลับจวน

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
เสียงฝ่าเท้าหนักแน่นที่ย่างก้าวเข้ามาตามระเบียงทางเดินไม้สนขัดมัน ไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่หลินซูเหยา หากแต่ทำให้สติสัมปชัญญะทุกตารางนิ้วในกายของนางตื่นตัวถึงขีดสุด กลิ่นอายคาวเลือดและสนิมเหล็กเจือจางที่ลอยมากับสายลมยามสนธยา เป็นประจักษ์พยานชัดเจนว่า "เขา" ผู้นั้นเพิ่งกลับจากการตรวจการณ์ค่ายทหาร หรือไม่ก็เพิ่งผ่านการตัดสินโทษผู้ใดมาหมาดๆ ประตูกระดาษสาถูกกระชากให้เปิดออกด้วยแรงลมวูบหนึ่ง เงาสูงใหญ่ทาบทับลงบนฉากกั้นลายปักนกกระเรียนกลางห้องโถง เซียวจวินอ๋องก้าวเข้ามาในห้องโดยปราศจากการประกาศนาม บรรยากาศรอบตัวเขาราวกับห้วงมหาสมุทรน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ ความเย็นเยียบแผ่ซ่านจนเปลวไฟในตะเกียงน้ำมันสำริดไหววับและเกือบจะดับลง หลินซูเหยาไม่ได้ลุกขึ้นคำนับตามธรรมเนียมปฏิบัติ นางยังคงนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องประดับหยกขาว ปลายนิ้วเรียวบางกำลังจรดเข็มเงินเล่มยาวลงบนตำรับยาแผนโบราณที่กางอยู่ ดวงตาคู่คมกริบเหลือบมองเงาสะท้อนในกระจกทองเหลืองอย่างใจเย็น "ดูเหมือนว่าจวนหลังนี้ จะต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญเสียจนเคยชินแล้วสินะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น รื่นหูทว่าแฝงไว้ด้วยคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกเมื่อ เซียวจวินอ๋องถอดเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีดำสนิทออก ส่งให้พ่อบ้านหลี่ที่ก้าวตามมาติดๆ รับไป ดวงตาคมกราบดั่งพยัคฆ์หิวกระหายกวาดมองทั่วห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวระหงของสตรีที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "ชายา" ชายาสلسลที่ฮ่องเต้พระราชทานมาเพื่อคานอำนาจ หรือเพื่อส่งมาเป็นสายลับกันแน่—ไม่มีใครล่วงรู้ หลินซูเห่าวางเข็มเงินลงบนถาดกระเบื้องอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันของโลหะกังวานใสท่ามกลางความเงียบ นางค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามีในนามอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความยินดี หากแต่เป็นการทักทายของนักล่าต่อเหยื่อ หรืออาจเป็นนักล่าต่อพยัคฆ์ด้วยกัน "ท่านแม่ทัพกลับจวนเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึงสองชั่วยาม..." ซูเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รื่นหู และเปี่ยมด้วยความมั่นใจ "หรือว่าข่าวลือเรื่องกองทัพมังกรไร้พ่าย จะทำให้ท่านร้อนใจจนต้องรีบกลับมาดูหน้าภรรยาคนนี้กันแน่คะ... อภัยด้วย ข้าหมายถึง... กันแน่ล่ะท่านอ๋อง" นางแก้คำพูดได้อย่างแนบเนียน แต่เซียวจวินอ๋องหาได้หลงกลในวาทศิลป์นั้นไม่ ก้าวเท้ายาวๆ เพียงไม่กี่ก้าว ร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพผู้เหี้ยมโหดก็มายืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า รัศมีกดดันจากตัวเขาราวกับภูเขาไท่ซานที่กดทับลงบนบ่า ซูเหยาแหงนหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่ลดละ แม้ส่วนสูงของนางจะด้อยกว่าเขาอยู่ช่วงศีรษะ ทว่าประกายตาในยามนี้กลับมิได้มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย "เจ้ากล้าดียังไง ถึงกล้าเปลี่ยนยาสมุนไพรในเรือนหลັກ?" เซียวจวินอ๋องโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนซูเหยาได้กลิ่นจางๆ ของสุราหมักชั้นดีและกลิ่นอายสงครามบนตัวเขา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน "หมอเทวดาจากสำนักไหนกัน ที่สอนให้เจ้าใช้รากบัวหิมะผสมกับหญ้าวิญญาณโลหิต? นั่นมันยาพิษสลายกำลังภายในชัดๆ!" หัวใจของซูเหยาเต้นกระหน่ำด้วยความตกใจชั่ววูบ แต่นางควบคุมสีหน้าได้อย่างไร้ที่ติ ยาสองตัวนั้นหากมองผิวเผินย่อมเป็นพิษ แต่ในฐานะศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งแผนปัจจุบันและโบราณ นางย่อมรู้ดีว่ามันคือตัวยาที่ช่วยขับพิษเก่าในเส้น ชีพจรของเขาต่างหากเล่า! "ท่านอ๋องเข้าใจผิดแล้ว..." ซูเหายกยิ้มมุมปาก ขยับกายถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง แต่ถูกมือหนาดั่งคีมเหล็กคว้าเข้าที่ข้อศอกเรียวเสียก่อน แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนกระดูกแทบร้าว ทว่านางไม่แม้แต่จะส่งเสียงร้องเล็ดลอดออกมา มีเพียงคิ้วเรียวที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "ตอบข้า... ใครส่งเจ้ามา?" เซียวจวินอ๋องเค้นเสียงถาม นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงอย่างอันตราย นิ้วหัวแม่มือลูบไล้กรอบหน้าของนางอย่างคุกคาม "ฮองเฮา? หรือองค์รัชทายาท? คิดจะใช้แผนสาวงามปลิดชีพข้าในห้องหออย่างนั้นรึ?" ความใกล้ชิดที่ระอุด้วยไอสังหาร ทำให้บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียดดุจเส้นลวดที่ขึงตึงจนใกล้จะขาด ซูเหยาเจ็บแปลบที่ข้อศอก แต่นางรู้ดีว่าการแสดงความอ่อนแอในวินาทีนี้ เท่ากับการขุดหลุมฝังศพให้ตนเอง นางจึงเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาฉายประกายความเย้ยหยันออกมาอย่างไม่ปิดบัง "หากข้าต้องการปลิดชีพท่านจริง ป่านนี้ท่านคงไม่ได้มายืนแยกเขี้ยวใส่ข้าเช่นนี้หรอก ท่านแม่ทัพ..." ซูเหยากระซิบเสียงเบา ชิดริมฝีปากหยักลึกของเขาจนลมหายใจรินรดกัน "แต่ถ้าท่านยังเอาแต่บีบแขนข้าไม่ปล่อยเช่นนี้... เกรงว่ามือข้างที่ท่านใช้จับกระบี่ออกศึก อาจจะใช้การไม่ได้ไปอีกสามเดือนเพราะพิษเข็มเงินของข้าเสียก่อน" เซียวจวินอ๋องชะงักไปเล็กน้อย สายตาคมกราบก้มลงมองที่ปลายนิ้วเรียวของนาง ซึ่งซ่อนเข็มเงินแวววาวไว้ระหว่างซอกนิ้วจ่อตรงจุดชีพจรสำคัญที่ข้อมือของเขาพอดี ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทั้งสองจ้องตากันราวกับกำลังเล่นเกมกระดานหมากรุกที่เดิมพันด้วยชีวิต ทันใดนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกเคาะรัวเร็วด้านนอก ตามด้วยเสียงรายงานตื่นตระหนกขององครักษ์ประจำตัว "เรียนท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ม้าเร็วจากเมืองหลวง... นำพระราชโองการด่วนที่สุดมาถึงหน้าจวนแล้ว!" เซียวจวินอ๋องมิได้ละสายตาจากดวงตากลมโตที่เปี่ยมด้วยไหวพริบของสตรีตรงหน้า มุมปากของเขากระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดุดันและท้าทาย ก่อนที่เขาจะสะบัดมือปล่อยร่างนางให้เป็นอิสระอย่างไม่ไยดี "ดูเหมือนว่าเกมกระดานนี้ จะสนุกกว่าที่คิดไว้เสียอีก..." เซียวจวินอ๋องกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ หมุนตัวเดินไปที่โต๊ะรับแขกเพื่อเตรียมรับพระราชโองการ ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปรับกล่องบรรจุสสารสำคัญจากบ่าวรับใช้ สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นกระดาษบันทึกอาการป่วยที่ซูเหยาวางทิ้งไว้บนโต๊ะ ข้อความหมึกจีนที่เขียนด้วยลายมือสตรีงดงามราวกับตัวอักษรของเซียน แต่เนื้อหากลับทำให้แม่ทัพผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดถึงกับชะงักงัน 'บันทึกวันที่สามแห่งการแต่งงาน: ชีพจรของเซียวจวินอ๋องติดพิษกู่ย้อนเกล็ด หากไม่ได้รับการขับพิษภายในเจ็ดวัน จะต้องกระอักโลหิตสิ้นใจในคืนวันเพ็ญ... และผู้เดียวในแผ่นดินนี้ที่จะถอนพิษให้ท่านได้ มีเพียงภรรยาที่ท่านกำลังสงสัยผู้นี้เท่านั้น' ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับปลายปากกาของพงศาวดารมีชีวิตครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%