"กฎของเรือนหลังนี้ มีไว้เพื่อรักษาความสงบ... แต่น่าเสียดายที่แม่นางหลินดูเหมือนจะเข้าใจว่า มันมีไว้ให้เจ้าเหยียบย่ำเล่นตามอำเภอใจกระนั้นหรือ"
เสียงกังวานทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบจนบาดผิวเนื้อดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงใหญ่ประจำจวนตระกูลเซียว กลิ่นอายของกำยานไม้กฤษณาเผาไหม้อย่างอ้อยอิ่ง ทว่ากลับไม่สามารถกลบเกลื่อนบรรยากาศตึงเครียดที่กดทับลงบนบ่าของทุกคนในห้องจนแทบหยุดหายใจ
ฮูหยินผู้เฒ่าซื่อร์ประทับนั่งอย่างสง่างามอยู่บนเก้าอี้พนักสูงบุด้วยขนจิ้งจอกขาวบริสุทธิ์ อาภรณ์ปักดิ้นทองลายหงส์เหินสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงวับวาม แววตาของนางที่มองตรงมายังหลินซูเหยานั้นคมกริบดั่งใบมีดที่อาบยาพิษ ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ สมกับที่เป็นสตรีผู้กุมอำนาจสูงสุดในเรือนหลังและเป็นผู้คุมบังเหียนผลประโยชน์มหาศาลของตระกูลขุนนางใหญ่
หลินซูเหยายังคงยืนตัวตรง สงบนิ่ง ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างไว้ศักดิ์ศรี แววตาของศัลยแพทย์สาวผู้ผ่านความตายมานับไม่ถ้วนฉายแววเยືือกเย็น นางกวาดสายตามองถ้วยชาเคลือบหยกที่วางอยู่ตรงหน้า ซึ่งไอน้ำระเหยขึ้นมาเป็นริ้วบางเบา ทว่ากลิ่นฉุนจางๆ ที่ลอยแตะจมูกกลับไม่สามารถรอดพ้นประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาไปได้
ชาจอกนี้... มีผงหญ้าอัคคีโลหิตผสมอยู่เจือจาง เป็นยาพิษฤทธิ์เย็นที่หากดื่มเข้าไป จะค่อยๆ กัดกร่อนเส้นลมปราณและทำลายระบบภายในอย่างเงียบเชียบ โดยจะแสดงอาการคล้ายโรคหัวใจกำเริบในยามดึก เหมาะเหลือเกินสำหรับการกำจัดเสี้ยหนามตำใจโดยไม่ต้องให้มือของ "ผู้สูงศักดิ์" ต้องเปื้อนเลือด
"ฮูหยินกล่าวเกินไปแล้วเจ้าค่ะ" หลินซูเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว "ซูเหยาเป็นเพียงแขกผู้ได้รับเชิญเข้ามาในจวนตามบัญชาของฝ่าบาทและ... ความประสงค์ของท่านอ๋อง การที่ข้าจะเดินเหินไปที่ใดในเรือนนี้ ล้วนอยู่ภายใต้ความเหมาะสม หาได้มีเจตนาล่วงเกินกฎเกณฑ์ที่ท่านตั้งไว้แม้แต่น้อย เว้นเสียแต่ว่า... กฎที่ท่านพูดถึง จะมีไว้เพื่อบีบบังคับให้คนผู้หนึ่งต้องยอมจำนนต่อความตายอย่างเงียบๆ เท่านั้น"
เพล้ง!
เสียงถ้วยชาในมือของสาวใช้คนสนิทที่ยืนอยู่ข้างกายฮูหยินสั่นเทาจนเกือบทำหล่น แรงกดดันในห้องโถงพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความโกรธเกรี้ยวของสตรีผู้ไม่เคยมีใครกล้าต่อปากต่อคำด้วย
"บังa! เจ้าเป็นเพียงบุตรสาวขุนนางตกอับผู้หนึ่ง มีสิทธิ์อันใดมากล่าววาจาสามห่าวต่อหน้าข้า!" ฮูหยินผู้เฒ่าตบโต๊ะข้างกายเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากอำนาจที่สั่งสมมานานหลายสิบปีแผ่ซ่านออกมารอบทิศทาง "คิดว่ามีเซียวจวินอ๋องหนุนหลังอยู่แล้วจะทำอะไรตามอำเภอใจก็ได้งั้นหรือ? เจ้าจงจำใส่ใจเอาไว้ ซูเหยา ต่อให้เจ้าจะรักษาอาการประชวรของฮองเฮาได้ หรือต่อให้ฝ่าบาทจะทรงโปรดปรานเจ้าเพียงใด แต่ในจวนเซียวแห่งนี้ กฎของข้าคือฟ้าดิน! หากข้าต้องการให้คนผู้หนึ่งหายไปอย่างไร้ร่องรอย ต่อให้เป็นอ๋องผู้เกรียงไกร ก็ไม่อาจปกป้องคนผู้นั้นได้พ้นหรอก!"
คำขู่ที่เต็มไปด้วยจิตสังหารพรั่งพรูออกมาอย่างไร้ความเกรงใจ ทว่าหลินซูเหยากลับไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว นางสาวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะน้ำชาอีกหนึ่งก้าว ดวงตาดอกท้อคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่าอย่างไม่เกรงกลัว
"เช่นนั้นหรือเจ้าคะ?" หลินซูเหยาเอ่ยทวนคำ เสียงของนางนุ่มนวลแต่มั่นคงดั่งหินผา "ฮูหยินผู้เฒ่าช่างมีความเด็ดขาดยิ่งนัก... แต่น่าเสียดาย ที่ท่านมองการณ์ไกลแต่กลับมองไม่เห็นเงาของความหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้จวนหลังนี้ ท่านคิดว่าการกำจัดหมอผู้รักษาอาการของฮองเฮา จะทำให้ท่านปกปิดความลับเรื่องการลักลอบค้าอาวุธเถื่อนทางชายแดนเหนือได้พ้นเช่นนั้นหรือ?"
คำพูดประโยคเดียวราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน!
สีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเปลี่ยนสีทันที รอยยิ้มเย่อหยิ่งแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว นางไม่คาดคิดเลยว่าสตรีอายุน้อยตรงหน้า จะล่วงรู้ความลับระดับคอขาดบาดตายที่ถูกปิดตายไว้ในห้องลับใต้ดินของตระกูลเซียว!
"เจ้า... เจ้าพูดเหลวไหลอะไร!" ฮูหยินผู้เฒ่าเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายชราภาพสั่นเทาด้วยความโกรธและตื่นตระหนก "จับตัวนางนังสารเลวนี้ไปโบยสิบทีฐานหมิ่นประมานผู้อาวุโส แล้วกรอกยาพิษปิดปากนางเสีย!"
สิ้นคำสั่งเด็ดขาด เหล่าองครักษ์เงาชุดดำนับสิบชีวิตพุ่งทะยานออกมาจากเงาสลัวรอบห้องโถง ดาบวาววับนับสิบเล่มถูกชักออกจากฝักพร้อมกัน ประกายคมกริบสะท้อนแสงไฟจนน่ากลัว พวกมันพุ่งตรงเข้ามาหาหลินซูเหยาในพริบตาเดียว โดยไม่มีทีท่าว่าจะลังเล
หลินซูเหยาไม่แม้แต่จะกะพริบตา นิ้วเรียวยาวสอดเข้าไปในแขนเสื้ออย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ เข็มเงินยาวสามนิ้วจำนวนห้าเล่มถูกคีบไว้ระหว่างง่ามนิ้วอย่างมั่นคง เตรียมพร้อมที่จะปลิดชีพองครักษ์ผู้โชคร้ายรายแรกที่กล้าเข้าประชั้นชิด
ทว่า... ก่อนที่เข็มเงินในมือจะทันได้พุ่งออกไป
ปัง!
ประตูไม้สักทองบานใหญ่ของห้องโถงถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยพลังภายในอันมหาศาล แรงลมกรรโชกโหมกระหน่ำเข้ามาพัดพาเอาฝุ่นผงและกลิ่นอายความตายที่เข้มข้นยิ่งกว่าเข้ามาปกคลุมทั่วบริเวณ
เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำสนิท ประดับลวดลายมังกรทะยานฟ้าด้วยด้ายทองคำ ก้าวย่างเข้ามาด้วยจังหวะที่หนักแน่นและน่าเกรงขาม ใบหน้าหล่อเหลาดุดันราศีกุมอำนาจทับถมจนแทบหายใจไม่ออก ดวงตาคู่คมกริบดั่งพยัคฆ์ร้ายกวาดมองสถานการณ์ในห้องเพียงแวบเดียว ก่อนที่อุณหภูมิรอบตัวจะลดฮวบลงจนหนาวเหน็บถึงกระดูกดำ
"ใคร... กล้าแตะต้องคนของเปิ่นหวาง!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำดุจเสียงคำรามของราชสีห์ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วทุกตารางนิ้ว เซียวจวินอ๋องก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าหลินซูเหยา ร่างสูงใหญ่ของเขาบังร่างบางไว้มิดชิดราวกับกำแพงเหล็ก สายตาเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกจ้องมองไปยังฮูหยินผู้เฒ่าผู้เป็นมารดาเลี้ยงอย่างไม่ไว้หน้าผู้ใดทั้งสิ้น
ฮูหยินผู้เฒ่าหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก "จวินอ๋อง... เจ้า... เจ้ากล้าขัดคำสั่งแม่รึ!"
เซียวจวินอ๋องไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่ยกยมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม มือหนาเอื้อมไปหยิบถ้วยชาผสมพิษที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาถือไว้ด้วยปลายนิ้ว ก่อนจะหันมามองหลินซูเหยาที่ยืนอยู่ด้านหลัง สายตาที่แข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลุ่มลึกที่ซ่อนเร้นไว้เพียงเสี้ยววินาที
"เจ้ากล้าดียังไง... ถึงปล่อยให้คนพวกนี้มารินชาให้เจ้ารังเกียจกัน" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเอ่ยกับนาง ทว่าในวินาทีต่อมา เขาก็หันกลับไปจ้องมองฮูหยินผู้เฒ่า พร้อมกับยกถ้วยชาจอกนั้นขึ้นเทราดลงบนพื้นหินอ่อนอย่างไม่ไยดี เสียงของเหลวหยดสุดท้ายกระทบพื้นดังสะท้อนชัดเจนในความเงียบ
"ท่านแม่... ดูแลเรือนหลังไม่ดี ปล่อยให้สุนัขบ้ามาเห่าหอนรบกวนแขกคนสำคัญของเปิ่นหวางถึงเพียงนี้ วันนี้เห็นทีเปิ่นหวางคงต้อง... จัดการชำระล้างจวนหลังนี้เสียใหม่ตั้งแต่รากฐาน!"
สิ้นคำพูดอันเหี้ยมเกรียมนั้น เซียวจวินอ๋องก็สะบัดชายเสื้อคลุม ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยนายของกองทัพมังกรทมิฬก็บุกทะลวงเข้ามาล้อมรอบจวนตระกูลเซียวไว้ทุกด้านอย่างแน่นหนา พร้อมกับกระดาษราชโองการลับฉบับใหม่จากฮ่องเต้ ที่ถูกโยนลงแทบเท้าของฮูหยินผู้เฒ่าโดยองครักษ์คนสนิท พร้อมประกาศก้องว่า... "ราชโองการลับ! ตระกูลเซียวมีความผิดฐานซ่องสุมกำลังพลและคบคิดกับกบฏชายแดนเหนือ มีคำสั่งให้ควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าคุกหลวงทันที!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับปลายปากกาของพงศาวดารมีชีวิตครับ
บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700)•ตอนที่ 4
รอยร้าวในจวน
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!