"ซูเหยา... เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าผงชาที่เจ้าใช้ต้มเมื่อครู่ เป็นใบชาจากลุ่มน้ำฮั่นเจียงจริง ๆ หาใช่ใบชาจากเขตแดนเหนือที่พวกกบฏนิยมเสพกันไม่"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มที่กดดันลงมาในห้องโถงส่วนตัวของเรือนพักตากอากาศ ทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำค้างแข็งกลางเหมันตฤดู เซียวจวินอ๋องประทับนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แดงแกะสลักลวดลายมังกรเหินหาว พระเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายทอดมองสตรีตรงหน้าอย่างไม่กะพริบ พระหัตถ์ข้างหนึ่งหมุนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่เล่นไปมาอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกการเคลื่อนไหวกลับเต็มไปด้วยอำนาจกดดันที่พร้อมจะบดขยี้ทุกชีวิตให้แหลกคามือได้ในพริบตา
หลินซูเหยายังคงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะชงชา ร่างอรชรในชุดกระโปรงผ้าแพรสีฟ้าครามปักลายกิ่งเหมยหิมะไม่ได้สั่นสะเทือนแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคยคีบเข็มเงินช่วยชีวิตคนนับร้อย บัดนี้กำลังคีบตะเกียบไม้ไผ่เพื่อคัดแยกใบชาออกจากกาน้ำร้อนอย่างใจเย็น ดวงตาคู่คมดั่งหงส์กวาดมองใบชาในตะแกรงด้วยแววตาที่ลึกล้ำจนยากจะหยั่งถึง
นางมิได้ตอบคำถามของท่านอ๋องทันที แต่กลับยื่นมือไปหยิบกระดาษสาแผ่นเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นวางใบชาขึ้นมา พลางคลี่มันออกช้า ๆ
ลายมือที่เขียนด้วยหมึกจีนอย่างประณีตบรรจง แต่วิธีการตวัดปลายพู่กันกลับเป็นเอกลักษณ์ของ "กองกำลังเงาพยัคฆ์เหนือ" หน่วยข่าวกรองที่ขึ้นตรงต่อแม่ทัพพิทักษ์ชายแดน ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของกองทัพมังกรที่เซียวจวินอ๋องกุมบังเหียนอยู่
"หม่อมฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยเพคะ... ว่าสาวใช้ข้างกายที่คอยรับใช้ป้อนยาเช็ดตัวให้หม่อมฉันมาตลอดสามปี จะมีฝีมือในการเขียนแผนที่ค่ายกลทหารที่ประณีตเสียยิ่งกว่านายกองใหญ่เสียอีก"
สิ้นเสียงหวานที่เจือรอยเย้ยหยัน หลินซูเหยาก็เงยหน้าขึ้นสบตาผู้ที่ยืนอยู่มุมห้อง—อี้เหนียง สาวใช้คนสนิทที่ก้มหน้าต่ำจนคางแทบชิดอก
อี้เหนียงสะดุ้งสุดตัว ร่างบางสั่นเทิ้มราวกับใบไม้ไผ่ต้องลมพายุ นางพยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความตื่นกลัว แล้วคุกเข่าลงกับพื้นห้องทันที "คุณหนู... พระองค์ตรัสอันใดหรือเพคะ บ่าวเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ท่านแม่ทัพส่งมาดูแลท่าน จะกล้าอาจหาญทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไรกัน บ่าวถูกใส่ร้ายนะเพคะ!"
"ถูกใส่ร้ายอย่างนั้นหรือ?"
เซียวจวินอ๋องแค่นพระsuraหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าช้า ๆ เข้าไปหาอี้เหนียงราวกับพยัคฆ์กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อในกรง กลิ่นอายสงครามและกลิ่นอายเลือดจาง ๆ ที่ติดพระองค์มาทำให้ห้องทั้งห้องแทบไม่มีอากาศหายใจ
พระองค์ทรงย่อพระonลงเล็กน้อย ใช้ด้ามกระบี่สั้นเคาะคางของสาวใช้ให้เงยขึ้นบังคับสบพระเนตร "องครักษ์เงาของเราจับกุมพ่อค้าคนกลางที่ส่งสารลับออกนอกจวนเมื่อยามสามที่ผ่านมา และตราประทับบนจดหมายนั้น... ก็ตรงกับรอยแผลเป็นรูปจันทร์เสี้ยวบนหลังมือของเจ้าพอดิบพอดี อี้เหนียง เจ้าคิดว่าสุนัขรับใช้เช่นเจ้า จะมีปัญญาโกหกเบื้องสูงไปได้อีกสักกี่น้ำกัน?"
ความจริงถูกเปิดเผยดั่งสายฟ้าฟาดกลางฤดูฝน อี้เหนียงหน้าซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด นางรู้ตัวดีว่าไม่มีทางหนีพ้นความตาย รอยยิ้มหวาดกลัวบนใบหน้าพลันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบิดเบี้ยว นางเงยหน้าขึ้นหัวเราะลั่นอย่างคนเสียสติ "ฮ่า ๆๆๆ... ถูกต้อง! ข้าคือสายลับจากแดนเหนือ! ข้าคอยส่งข่าวเรื่องอาการบาดเจ็บของเจ้าและแผนการเคลื่อนทัพของท่านอ๋องให้ทางนั้นมาตลอด! พวกท่านคิดว่าจะชนะศึกครั้งนี้อย่างราบรื่นงั้นหรือ? ฝันไปเถอะ! นายของข้าเตรียมกองกำลังไว้ต้อนรับพวกท่านที่หุบเขาอัสดงแล้ว!"
"บังอาจ!" เซียวจวินอ๋องตวาดลั่น พระเนตรลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ ดาบในมือขยับหมายจะปลิดชีพสร้อยระกำผู้นี้ให้สิ้นซากในดาบเดียว
"ช้าก่อนเพคะ ท่านอ๋อง"
เสียงหวานกังวานของหลินซูเหยาเอ่ยห้ามไว้ทันท่วงที นางก้าวเข้ามาขวางระหว่างคมดาบกับตัวสายลับ ร่างระหงไม่ได้แสดงความหวาดกลัวต่อความตายที่อยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อย นางก้มลงมองอี้เหนียงที่กำลังน้ำตาไหลพรากด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเย็นชา
"เจ้าเกลียดข้ามากถึงขนาดต้องวางยาพิษในถ้วยชาทุกวันเช้าเย็นเลยหรือ อี้เหนียง" หลินซูเหยาเอמהถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
อี้เหนียงแค่นเสียงใส่ "ใช่! ข้าเกลียดเจ้า! เกลียดที่เจ้าฉลาดเป็นกรด เกลียดที่เจ้าทำให้แผนการของข้าเกือบพังไม่เป็นท่า และที่สำคัญที่สุด... เกลียดที่บุรุษผู้ยิ่งใหญ่เยี่ยงท่านอ๋อง ยอมสยบแทบเท้าสตรีต่างถิ่นเช่นเจ้าคนเดียว ทั้งที่ข้าติดตามรับใช้พระองค์มาก่อนเจ้าเสียอีก!"
หลินซูเหยาสะท้อนใจเล็กน้อย นางเข้าใจถึงความอิจฉาริษยาและเกมการเมืองในเรือนหลังดี แต่นางไม่เคยคิดเลยว่า คนที่ตนเองไว้ใจที่สุดจะกลายเป็นหมากตัวสำคัญที่ฝ่ายตรงข้ามใช้แทรกซึมเข้ามาถึงห้องนอน
"เจ้าเลือกทางเดินของตนเองแล้ว..." หลินซูเหยาถอนหายใจเบา ๆ พลางถอยหลังหนึ่งก้าว "ท่านอ๋อง จัดการตามกฎทหารเถอะเพคะ หม่อมฉันไม่อยากเห็นหน้าคนทรยศผู้นี้อีกแล้ว"
เซียวจวินอ๋องพยักพระพักตร์ช้า ๆ ทรงส่งสัญญาณมือเพียงครั้งเดียว องครักษ์เงาสองนายก็พุ่งตัวเข้ามาหิ้วปีกอี้เหนียงออกไปจากห้องทันที เสียงกรีดร้องโหยหวนค่อย ๆ เงียบหายไปตามทางเดินยาวที่มืดมิด เหลือไว้เพียงความเงียบงันและความอึดอัดที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ
บรรยากาศในห้องโถงกลับมาสงบลงอีกครั้ง ทว่าหัวใจของคนทั้งสองกลับไม่ได้สงบตาม หลินซูเหยาหันหลังกลับไปจัดเตรียมตำรายาบนโต๊ะต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าข้อมือเรียวกลับถูกมือหนาคว้าเอาไว้ด้วยแรงบีบที่มั่นคงแต่ไม่ถึงกับเจ็บ
นางหันกลับไปมอง พบว่าเซียวจวินอ๋องกำลังจ้องมองนางด้วยแววตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา ความดุร้ายเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความห่วงใยที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็น
"เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ ซูเหยา?" พระสุระเสียงอ่อนลงกว่าเดิมหลายส่วน พระหัตถ์ใหญ่อีกข้างเอื้อมมาปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มให้นางอย่างทะนุถนอม "เราบอกเจ้าแล้วว่าเรือนพักแห่งนี้อันตรายเกินไป เหตุใดเจ้าจึงดึงดันจะพักอยู่ที่นี่คนเดียว..."
"หม่อมฉันไม่ใช่เด็กสาวในห้องหอที่จะต้องให้ท่านอ๋องคอยปกป้องตลอดเวลานะเพคะ" หลินซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบพระเนตร มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย "อีกอย่าง... การได้กระชากหน้ากากสายลับด้วยมือของตนเอง ก็สนุกไปอีกแบบไม่ใช่หรือเพคะ?"
เซียวจวินอ๋องทอดพระเนตรสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่รักและชังระคนกัน สตรีผู้นี้ช่างมีความเด็ดเดี่ยวและเฉียบคมจนน่ากลัว แต่ก็งดงามจนหัวใจของพระองค์ไม่อาจถอนตัวขึ้นได้
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าเร่งรีบของมหาเล็กคนสนิทก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือนพัก ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วที่ผิดวิสัย
"กราบทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ/พ่ะย่ะค่ะ!" มหาเล็กเปิดประตูพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก เนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อและน้ำค้างยามวิกาล "มีพระราชโองการด่วนจากเมืองหลวง... แจ้งว่าองค์รัชทายาทถูกลอบปลงพระชนม์แล้ว และ... และทรงมีรับสั่งให้ท่านอ๋องนำกองทัพมังกรกลับเข้าเมืองหลวงทันทีเพื่อรับพระราชอาญาฐานละเลยหน้าที่พ่ะย่ะค่ะ!"
ถ้อยคำนั้นดั่งสายฟ้าฟาดกลางฤดูหนาว ร่างของเซียวจวินอ๋องชะงักค้าง พระเนตรคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ขณะที่หลินซูเหยาหันขวับกลับมามองหน้าท่านอ๋องทันที
พวกเขาทั้งสองรู้ดีทันทีว่า... นี่ไม่ใช่เพียงแค่ข่าวร้ายธรรมดา แต่เป็น "กับดักมรณะ" ชิ้นใหญ่ที่ถูกวางไว้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อลากพวกเขาทั้งสองเข้าสู่สนามประลองแห่งอำนาจที่อันตรายยิ่งกว่าสงครามชายแดน!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับปลายปากกาของพงศาวดารมีชีวิตนะครับ
บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700)•ตอนที่ 12
สายลับในเรือนพัก
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!