บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700)•ตอนที่ 7

จุดเปลี่ยนกลางงานเลี้ยง

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
กลิ่นอายของไม้กฤษณาและสุราหมักปีเก่าคละคลุ้งไปทั่วตำหนักเหอเซียง เสียงพิณเซิงบรรเลงรับกับจังหวะการร่ายรำของนางรำนับสิบที่หมุนวนดั่งผีเสื้อหลากสี ทว่าใต้ความงดงามวิจิตรตระการตาของงานเลี้ยงรับรองฮ่องเต้ กลับซ่อนกระแสลมเชี่ยวกรากแห่งการแย่งชิงอำนาจที่พร้อมจะกลืนกินผู้เผลอไผลได้ทุกเมื่อ "หม่อมฉันขอถวายพระพรฮ่องเต้ ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปีเพคะ" เสียงหวานหยดย้อยของพระสนมซูเฟยดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ นางรินสุราลงในจอกทองคำด้วยมือที่สั่นน้อยๆ ทว่าดวงตากลับเหลือบมองไปยังสตรีชุดเขียวอ่อนที่นั่งสงบนิ่งอยู่มุมหนึ่งของห้องโถง—หลินซูเหยา บนบัลลังก์ประธาน ฮ่องเต้ผู้มีพระพักตร์เคร่งขรึมทอดพระเนตรลงมาด้วยแววตาอ่านยาก ข้างพระองค์คือเซียวจวินอ๋อง—เซียวเหิง ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บคู่นั้นไม่ได้มององค์ฮ่องเต้ หรือแม้แต่เหล่านางสนมที่พยายามประจบประแจง แต่กลับจับจ้องอยู่ที่ร่างระหงของหลินซูเหยาผู้เป็นเป้าหมายสายตาของคนค่อนราชสำนักตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่งาน "ซูเหยา เจ้าคิดอย่างไรกับสุราจอกนี้เล่า" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของเซียวจวินอ๋องดังขึ้นผ่านการส่งเสียงกระซิบที่ได้ยินกันเพียงสองคน ทว่าริมฝีปากของเขายังคงแย้มยิ้มเยือกเย็น หลินซูเหยาไม่แม้แต่จะหันไปมองสบตา นางเพียงยกจอกชาขึ้นจิบเบาๆ ปลายเล็บเรียวยาวสัมผัสกับผิวกระเบื้องเคลือบอย่างใจเย็น "ท่านอ๋องทรงล้อหม่อมฉันเล่นแล้ว สุราในวังหลวงล้วนสูงค่า แต่บางครั้ง... ของที่หอมหวานที่สุด กลับเป็นสิ่งที่อันตรายถึงชีวิต" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงันชั่วขณะ กลางงานเลี้ยงอันครึกครื้น จู่ๆ พระสนมจางผู้เป็นที่โปรดปรานรองลงมา ก็กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างอรชรทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ลำคอระหงตีบตัน ใบหน้าเขียวคล้ำจนน่ากลัว เลือดสีดำคล้ำไหลซึมออกจากมุมปากอย่างฉับพลัน "มีคนวางยา! พระสนมจางถูกวางยาพิษ!" เสียงขันทีร้องตะโกนลั่นโถงด้วยความตื่นตระหนก ความโกลาหลบังเกิดชั่วพริบตา เหล่าสนมและขุนนางต่างแตกตื่นจนถอยร่นกรูเกรียว ฮ่องเต้ทรงตบโต๊ะเสียงดังลั่น สีพระพักตร์แปรเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราด "ใครบังaอาจทำเรื่องอุกฉกรรจ์ในงานพระราชทานเลี้ยง!" ทว่า ท่ามกลางความอลหม่านนั้น มีเพียงร่างเดียวที่ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง หลินซูเหยาผุดลุกขึ้น สีหน้าของนางไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแววตาฉายประกายเด็ดเดี่ยว นางก้าวเท้าเข้าไปยังร่างของพระสนมจางที่กำลังจะหมดลมหายใจอย่างรวดเร็วราวกับสายลมพัดผ่าน "อย่าแตะต้องนางนะ! เจ้าเป็นใคร ถึงกล้าบังอาจอุกอาจต่อหน้าพระพักตร์!" ขันทีเฒ่าผู้ดูแลความเรียบร้อยร้องห้ามเสียงหลง พร้อมส่งสัญญาณให้องครักษ์พุ่งเข้ามาขวาง "ถ้าไม่อยากให้พระสนมสิ้นใจตายตรงนี้ ก็หุบปากแล้วถอยไปซะ!" หลินซูเหยาตวาดกลับด้วยน้ำเสียงทรงพลัง เยือกเย็น และเฉียบขาด จนองครักษ์ผู้ฝึกยุทธ์มาอย่างโชกโชนยังต้องชะงักฝีเท้าด้วยความตกตะลึงในรัศมีที่กดดันออกมาจากสตรีตัวเล็กๆ นางนี้ นางไม่รอช้า พริบตานั้น นิ้วเรียวยาวก็สะบัดออก เข็มเงินยาวสามเล่มพุ่งวาบด้วยความเร็วแสง ฝังลงที่จุดชีพจรสำคัญบนลำคอและหน้าอกของพระสนมจางอย่างแม่นยำราวกับจับวาง นี่คือวิชาฝังเข็มช่วยชีวิตที่นางร่ำเรียนและฝึกฝนจนถึงขั้นปรมาจารย์ในภพก่อน *แปะ... แปะ...* เลือดสีดำที่ขับพิษออกมาถูกรีดผ่านปลายเข็มเงินจนหยดลงบนพื้นหินอ่อนส่งเสียงน่ากลัว พระสนมจางสำลักเฮือกใหญ่ ดวงตาที่เบิกโพลงค่อยๆ ผ่อนคลายลง ลมหายใจที่ขาดห้วงกลับมาสม่ำเสมออีกครั้ง นางรอดตายจากประตูผีอย่างหวุดหวิด ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมท้องพระโรงอีกครั้ง ทุกสายตาจับจ้องไปที่หลินซูเหยาด้วยความหวาดกลัวและทึ่งระคนกัน สตรีผู้นี้เป็นใครกันแน่? เพียงใช้เข็มเงินไม่กี่เล่ม กลับสามารถสกัดพิษสลายวิญญาณที่แม้แต่หมอหลวงยังต้องจนปัญญาได้ในพริบตาเดียว! ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววตาเจ้าเล่ห์ "เจ้าคือหลินซูเหยา บุตรสาวตระกูลหลินผู้ถูกขับไล่... เหตุใดจึงมีฝีมือแพทย์ลึกล้ำปานนี้ หรือเจ้าคือผู้ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการวางยาครั้งนี้กันแน่!" ข้อกล่าวหาร้ายแรงถูกโยนลงมาเพื่อทดสอบความภักดีและปฏิกิริยาของนาง ทว่าก่อนที่หลินซูเหยาจะทันได้เอ่ยปากแก้ต่าง เงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำปักลายมังกรเงินก็ก้าวออกมาจากเงาพระอาสน์ เซียวจวินอ๋องก้าวมายืนขวางเบื้องหน้านางไว้ ร่างกายกำยำแผ่รังสีสังหารแผ่ซ่านจนขุนนางรอบข้างต้องก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว "ฮ่องเต้ทรงเข้าใจผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวฟ้าดิน ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์มองตรงไปยังพระพักตร์ของฮ่องเต้ "นางคือคนที่หม่อมฉันเป็นผู้รับรอง หากใครกล้าแตะต้องนางแม้แต่ปลายเส้นผม... คงต้องถามดาบในมือของหม่อมฉันเสียก่อนว่ายอมหรือไม่" บรรยากาศในท้องพระโรงตึงเครียดถึงขีดสุด ความขัดแย้งระหว่างฮ่องเต้และชินอ๋องผู้กุมกำลังทหารครึ่งประเทศปะทุขึ้นกลางงานเลี้ยงอย่างเปิดเผย หลินซูเหยาเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้เย็นชาผู้นี้ หัวใจที่เคยด้านชากลับกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการเผชิญหน้าอันดุเดือดระหว่างสองพี่น้อง ขันทีหลวงผู้หนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับราชโองการสีทองอร่ามในมือ เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว "กราบทูลฮ่องเต้... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! กองทัพมังกรทางเหนือ... กองทัพมังกรทางเหนือถูกราชสำนักตัดเสบียง และตอนนี้... กำลังเคลื่อนพลปิดล้อมเมืองหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เซียวจวินอ๋องชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงอย่างอันตราย เขามองหน้าฮ่องเต้ช้าๆ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะเย็นเยียบออกมา "ดี... ช่างกล้าเล่นหกระดานนี้นัก" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับปลายปากกาของพงศาวดารมีชีวิตนะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%