กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้ลอยอบอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่าสำหรับผู้ที่ซึมซาบกลิ่นคาวเลือดจากสนามรบมาทั้งชีวิตอย่างเซียวจวินอ๋อง กลิ่นหอมหวานนี้กลับเจือด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่จงใจซ่อนเร้น มือหนาที่กุมจอกสุราหยกขาวนิ่งค้างอยู่ชั่วขณะ ดวงเนตรคมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บเหลือบมองสตรีเบื้องหน้าผู้กำลังบรรจงใช้เข็มเงินขนาดเรียวยาวคนสุราในกาให้เข้ากันอย่างใจเย็น
"พระชายา... ดูเหมือนปลาตัวใหญ่ในบ่อ จะเริ่มขยับครีบตามเหยื่อที่ท่านโปรยลงไปแล้วกระมั้งครับ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบในตำหนักบูรพา แววตาของแม่ทัพผู้กุมกองทัพมังกรไม่ได้ทอดมองไปยังพิษร้ายในจอกสุราเบื้องหน้า แต่กลับทอดมองดวงพักตร์นวลเนียนที่สะท้อนแสงตะเกียงน้ำมันสว่างไสว นางไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นดั่งบึงน้ำลึกที่พร้อมจะดูดกลืนทุกคนที่กล้าบังอาจเข้ามาท้าทาย
หลินซูเหยาวางเข็มเงินลงบนถาดกระเบื้องเคลือบ เสียงกระทบกันเบาหวิวราวกับเสียงดีดพิณสายแรกแห่งโศกนาฏกรรม นางเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามีในนามและสหายร่วมรบในยามวิกฤต มุมปากบางเฉียบยกยิศยเยาะน้อยๆ อย่างเหนือกว่า
"ปลาตัวโตมักมีความโลภเป็นเครื่องนำทาง ยิ่งเหยื่อชิ้นนั้นหอมหวานและดูเหมือนจะอยู่แค่เอื้อม มีหรือที่เสนาบดีซ่งผู้มักใหญ่ใฝ่สูงจะไม่ยอมอ้าปากกลืนกิน" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดซ่อนในแพรไหม "ท่านอ๋อง... หมากตานี้ พวกเราเดินบีบพื้นที่จนมุมอับสายตาแล้ว เหลือเพียงแค่รอให้มันเดินเข้ามาเหยียบกับดักที่ข้าขุดรอไว้เท่านั้น"
ชั่วขณะนั้น ไอร้อนจากกายของเซียวจวินอ๋องก็ทาบทับลงมาเบื้องหลัง สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือใหญ่ที่เอื้อมมาโอบกระชับเอวบางไว้หลวมๆ ทำให้ลมหายใจของหลินซูเหยาติดขัดไปชั่วเสี้ยววินาที แม้จะผ่านศึกการแพทย์และฆ่าฟันมานับไม่ถ้วน แต่นายเหนือหัวแห่งกองทัพมังกรผู้นี้มักจะมีวิธีทำให้หัวใจของนางเต้นผิดจังหวะในยามที่คาดไม่ถึงเสมอ
"เจ้ามั่นใจเกินไปหรือเปล่า ซูเหยา" ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง น้ำเสียงของเขาทุ้มพร่าและใกล้ชิดจนเกินกว่าระยะห่างของคำว่าพันธมิตร "เสนาบดีซ่งไม่ใช่สุนัขจนตรอก มันคือสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ หากมันส่งตัวแทนมาลองยาพิษนี้แทนที่จะดื่มเองแผนการของเจ้าอาจต้องพลิกผัน"
หลินซูเหยาไม่สะดุ้งสะเทือน นางเอียงคอมองเขา รอยยิ้มพรายปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างมั่นอกมั่นใจ "ท่านคิดว่าข้าเป็นใครกัน... ศัลยแพทย์ผู้ผ่านความเป็นความตายมานับร้อยเคส หรือพระชายาผู้โง่เขลาในสายตาพวกมัน? พิษในกาชาจอกนี้หาใช่ยาปลิดชีพฉับพลัน แต่มันคือ 'สลายจิตวิญญาณ' สามวันแรกผู้ดื่มจะมีอาการเพียงเหนื่อยล้าคล้ายคนทำงานหนัก วันที่สี่ชีพจรจะอ่อนลงจนแพทย์หลวงจับชีพจรไม่ได้ นึกว่าไหลตาย... และเมื่อถึงเวลานั้น ข้าจักเป็นผู้ถือเทียบยาเข้าไปวินิจฉัยอาการด้วยตนเองในจวนเสนาบดี ท่านคิดว่าคนอย่างเสนาบดีซ่ง เมื่อเห็นความหวังสุดท้ายอยู่ในกำมือข้า มันจะกล้าปฏิเสธเงื่อนไขที่ข้าจะยื่นให้หรือครับ?"
คำพูดของนางเฉียบคมและเลือดเย็นยิ่งนัก การใช้ความรู้ทางการแพทย์มาบงการชีวิตและความตายของผู้มีอำนาจในราชสำนัก คือศิลปะการแก้แค้นที่งดงามและไร้ร่องรอยที่สุด เซียวจวินอ๋องมองสตรีในอ้อมกอดด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง มีทั้งความระแวก ระวัง ความหลงใหล และความเคารพยำเกรงที่เพิ่มขึ้นทวีคูณในทุกๆ วัน นางไม่ใช่สตรีในห้องหอที่รอคอยความเมตตา แต่นางคือพยัคฆ์สาวเคียงบัลลังก์ที่พร้อมจะฉีกกระชากศัตรูให้แหลกคั้นคามือไปพร้อมกับเขา
"เช่นนั้น... ข้าจะคอยดูฝีมือของพระชายา ว่าจะทำให้ขุนนางเฒ่าผู้นั้นคุกเข่าต่อหน้าเกือกม้าของเจ้าได้อย่างไร"
เซียวจวินอ๋องกระซิบชิดริมใบหู ก่อนจะผกายร่างออกอย่างสง่างาม ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันตึงเครียด ขันทีสนิทนามว่า 'เสี่ยวอัน' วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าพระพักตร์ด้วยตัวสั่นเทา
"ทูล... ทูลท่านอ๋อง พระชายา เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
หลินซูเหยาขมวดคิ้วมุ่น นางผุดลุกขึ้นยืน กิริยาท่าทางเปี่ยมด้วยอำนาจโดยธรรมชาติ "มีเรื่องอันใด เหตุใดจึงลนลานเช่นนี้?"
ขันทีหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "สายสืบจากนอกเมืองส่งข่าวมาด่วนที่สุดพ่ะย่ะค่ะ... ขบวนเสด็จลับขององค์รัชทายาทที่ควรจะเดินทางกลับมาถึงเมืองหลวงในอีกสามวันข้างหน้า ถูกซุ่มโจมตีที่หุบเขาอัสดง... และ... และ..."
"และอะไร! พูดให้มันชัดๆ" เซียวจวินอ๋องตวาดกร้าว นัยน์ตาลุกโชนด้วยโทสะดั่งเพลิงกัลป์ กลิ่นอายสังหารแผ่ซ่านกดดันจนขันทีหนุ่มแทบหมอบราบกับพื้น
"กองกำลังขององค์รัชทายาทถูกสังหารราบคาบ... ไร้ผู้รอดชีวิตพ่ะย่ะค่ะ!"
คำประกาศนั้นดั่งสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางตำหนักบูรพา ในพริบตาเดียว แผนการที่หลินซูเหยาและเซียวจวินอ๋องร้อยเรียงและเดินหมากมาอย่างประณีตนานนับแรมปี ก็พังทลายลงในเสี้ยววินาที รอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าของหลินซูเหยาแข็งค้าง ดวงตาสวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรก
องค์รัชทายาทสิ้นชีพ... นั่นหมายความว่าสมดุลอำนาจทั้งหมดในราชสำนักกำลังจะพลิกคว่ำ และผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากความตายนี้ หาใช่เสนาบดีซ่งไม่... แต่เป็นใครบางคนที่มีอำนาจเหนือกว่า ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังและกำลังชักใยพวกเขาทุกคนดั่งหุ่นเชิด
ในความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงประกาศก้องกังวานขององครักษ์หลวงที่ทำให้หัวใจของคนทั้งสองแทบหยุดเต้น
"ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... แต่งตั้งเสนาบดีซ่ง เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งแผ่นดิน ควบคุมกองกำลังทั้งแปดทิศทั่วราชอาณาจักร เริ่มมีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับปลายปากกาของพงศาวดารมีชีวิตนะครับ
บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700)•ตอนที่ 25
แผนหมากรุกชิงบัลลังก์
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับประวัติศาสตร์: บทใหม่ของพงศาวดารมีชีวิต (700) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!