"ถ้าไม่อยากให้ตระกูลเราต้องอับอาย ขายหน้าชาวบ้านเขาจนแทบเอาปี๊บคลุมหัว รินรดา... เธอต้องรีบเซ็นสัญญาโอนที่ดินแปลงนี้ให้พี่ชายเธอเสียแต่โดยดี!"
เสียงตบโต๊ะดังปังจนชามกระเบื้องเคลือบเนื้อหนาสั่นสะเทือน น้ำแกงไก่บ้านใส่ขมิ้นสีเหลืองทองกระฉอกออกมาเล็กน้อย รินรดากวาดสายตามองหน้าผู้เป็นป้าและลูกพี่ลูกน้องชายที่บุกเข้ามาถึงห้องครัวหลังบ้านโดยไม่ได้รับเชิญด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีความหวาดกลัว เจือจาง หรือแม้แต่ความเกรงใจหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีรัตติกาลของเธอกวาดมองเอกสารสัญญาซื้อขายราคาถูกที่ถูกโยกลงมากองไว้ตรงหน้า สัญญานี้ระบุราคาประเมินที่ดินแปลงงามติดริมธารห้าไร่ของเธอในราคาเพียงเศษเสี้ยวของความเป็นจริง ราวกับจะปล้นเอาไปฟรีๆ เสียมากกว่า
รินรดาขมวดคิ้วฉับทันที นัยน์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ด้วยความเย็นเยียบ ขณะที่ภูผาวางชามในมือลงบนโต๊ะช้าๆ ใบหน้าคมเข้มกลับมาเคร่งขรึมราวน้ำแข็งขั้วโลกอีกครั้งในพริบตาเดียว!
"ป้าสมทรงคะ..." รินรดากดเสียงต่ำ ไพเราะแต่น่าเกรงขามจนคนฟังถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวคอ "ที่ดินแปลงนี้เป็นมรดกที่แม่แท้ๆ ของฉันยกให้โดยถูกต้องตามกฎหมาย และต่อให้มันจะเป็นแค่ที่ดินตาบอดไร้ค่าในสายตาพวกท่าน มันก็ไม่มีวันมีราคาแค่สองแสนบาทอย่างที่พวกท่านพยายามกดขี่ข่มเหงหรอกนะคะ"
"นังเด็กเนรคุณ!" สมทรงตบโต๊ะซ้ำอีกครั้ง หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเนื้อตัวสั่นเทา แก แกกล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับผู้หลักผู้ใหญ่! แกก็รู้ว่าพี่ชายของแกจำเป็นต้องเอาเงินก้อนนี้ไปใช้หนี้พนัน ถ้าไม่ช่วยกันแล้วใครจะช่วย! อีกอย่าง ผู้หญิงตัวคนเดียวทำไร่ทำสวนไปวันๆ จะเอาที่ดินผืนใหญ่โตไว้ทำซากอะไร!"
สมชาย ลูกพี่ลูกน้องตัวอ้วนท้วนที่ยืนอยู่ด้านหลังแม่ ส่งเสียงฮึดฮัดเสริมทัพทันที เขาเอามือเท้าเอว สายตาโลภโมละเว้นกวาดมองไปรอบห้องครัวที่ต่อเติมอย่างประณีตและกลิ่นหอมของอาหารที่ลอยฟุ้ง
"ใช่แล้วน้องริน แกอย่ามาทำเป็นใจดำหน่อยเลย ที่ดินตรงนี้ถ้าขายให้เสี่ยเพ้งในเมือง เขาก็จ่ายเงินสดให้ทันที แค่พวกเราใจดีแบ่งเศษเงินให้แกตั้งสองแสน แกควรจะกราบขอบคุณพวกเราด้วยซ้ำ!" สมชายเชิดหน้าขึ้นด้วยความลำพองใจ "รีบๆ เซ็นชื่อซะ เรื่องมันจะได้จบๆ ไม่อย่างนั้น... ฉันจะไปประกาศให้ชาวบ้านเขารู้ว่าแอบพาผู้ชายเข้าบ้านตอนดึกๆ ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงไปเลย!"
บรรยากาศในห้องครัวเงียบงันลงทันที อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนแทบติดลบ
รินรดาแค่น "หึ" ออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังขึ้นทำให้สองแม่ลูกตระกูลสายเลือดสูบเลือดสูบเนื้อถึงกับชะงัก ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อผ้าเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของเธอทำให้ต้องเงยหน้ามองเล็กน้อย แต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับทำให้คนทั้งสองต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
นี่คือสตรีทสมองเพชรผู้ผ่านการเจรจาธุรกิจมูลค่าหลายร้อยล้านมาแล้วในโลกเก่า คนระดับนี้หรือจะมาตกม้าตายกับญาติไร้ยางอายจำพวกปลิงดูดเลือด!
"อ๋อ... จะประจานฉันเหรอคะ?" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ดวงตาสีรัตติกาลจับจ้องที่สมชายเขม็ง "เชิญเลยค่ะ เชิญไปประกาศให้ทั่วหมู่บ้านเลยว่าฉัน รินรดา ผู้นี้ เลี้ยงดูผู้ชายไว้ในบ้านหนึ่งคน... แต่คุณช่วยกรุณาบอกชาวบ้านเขาด้วยนะคะ ว่าผู้ชายคนนั้นคือ 'ผู้กองภูผา' นายทหารหนุ่มผู้พิทักษ์สันติราษฎร์และวีรบุรุษสงครามที่เพิ่งกลับมารับราชการที่นี่ แถมยังมีบำเหน็จบำนาญและชื่อเสียงเกียรติยศเพียบพร้อม ไม่ใช่เศษสวะติดการพนันที่ต้องเที่ยวรีไถ่เงินผู้หญิงไปใช้หนี้เหมือนใครบางคน!"
คำพูดที่เชือดเฉือนตรงประเด็นราวกับมีดกรีดลงบนแผลสด ทำให้สมชายหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ขณะเดียวกัน ภูผาที่ยืนเงียบมาตลอดก็ก้าวออกมายืนเคียงข้างรินรดา ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีเข้มกางเกงขายาวทหารทำให้เขาน่าเกรงขามเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งใบหน้าคมเข้มที่เรียบเฉยไร้ความรู้สึก และดวงตาสีเข้มที่กวาดมองสองแม่ลูกด้วยแววตาดุดันราวดั่งพญาเสือโคร่งที่กำลังจ้องเหยื่อ ยิ่งทำให้บรรยากาศน่าสะพรึงกลัวทวีคูณ
ภูผาไม่ได้พูดอะไรสักคำ เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นกอดอก แล้วปรายตามองเอกสารบนโต๊ะด้วยหางตา ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่ดังมาจากอก
"ที่ดินแปลงนี้... ผมเป็นคนออกทุนร่วมปรับปรุงและลงแรงร่วมกับรินรดา ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องมัน เท่ากับประกาศเป็นศัตรูกับผม... และกองร้อยทหารช่างค่ายกฤษสีหนาท"
สิ้นเสียงนั้น สมทรงถึงกับเข่าอ่อนยวบ โชคดีที่ลูกชายคว้าแขนไว้ทัน นางหน้าซีดเผือดเพราะรู้ดีว่าทหารในค่ายนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและรักพวกพ้องแค่ไหน หากไปล่วงเกินผู้กองหนุ่มอนาคตไกลคนนี้เข้า ครอบครัวพวกนางคงไม่ต้องผุดไม่ต้องเกิดในอำเภอCนี้อีกต่อไป
"แก... แกสองคน... กล้ามากนะ!" สมทรงชี้หน้าด้วยความแค้นเคืองปนความกลัว "จำไว้เลยนะรินรดา แกตัดญาติขาดมิตรกับพวกฉันแล้ว ต่อไปนี้อย่าหวังว่าจะได้เหยียบเข้าตระกูลเราอีก!"
"ตระกูลที่มีปลิงคอยดูดเลือดแบบพวกท่าน ฉันไม่เคยอยากนับญาติอยู่แล้วค่ะ เชิญไสหัวออกไปจากบ้านของฉันได้แล้ว ก่อนที่ฉันจะแจ้งข้อหาบุกรุกและเรียกตำรวจมาลากตัวพวกท่านออกไปจริงๆ!" รินรดาประกาศกร้าว น้ำเสียงเด็ดขาดและทรงพลังจนสมทรงต้องรีบดึงแขนลูกชายแล้ววิ่งหนีออกจากบ้านไปอย่างไม่คิดชีวิต
เมื่อร่างของสองแม่ลูกลับตาไป ความเงียบสงบก็กลับคืนสู่ห้องครัวอีกครั้ง รินรดาระบายลมหายใจยาวออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ
ภูผายื่นมือหนามาแตะไหล่เธอเบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านแผ่ซ่านเข้ามาในความรู้สึก "เหนื่อยไหมครับ" เขาถามเสียงนุ่ม แววตาดุดันเมื่อครู่หายวับไป เหลือเพียงความอ่อนโยนล้ำลึกที่มอบให้เธอคนเดียว
รินรดาส่ายหัวเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มขึ้นบางๆ "ไม่เลยค่ะ... แต่เรื่องวุ่นๆ วันนี้ ทำให้ฉันนึกอยากทำอะไรอร่อยๆ เผ็ดร้อนสะใจขึ้นมาเสียแล้วสิคะ"
ว่าแล้วเธอก็หมุนตัวเดินไปเปิดตู้เย็นมิติลับในห้องครัว ทันทีที่บานประตูเปิดออก กลิ่นหอมฉุนของสมุนไพรพื้นบ้านและวัตถุดิบชั้นเลิศก็ลอยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พริกขี้หนูสวนสีแดงสด ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และเนื้อหมูป่าเนื้อแน่นที่ระบบอัจฉริยะเพิ่งส่งมอบให้เมื่อเช้าถูกหยิบออกมาวางบนเขียง
รินรดาหยิบมีดอีโต้เล่มคมขึ้นมา สับลงบนเขียงเสียงดังฟังชัดเป็นจังหวะสนุกสนาน เธอกำลังจะลงมือทำเมนูเด็ดที่สะใจไม่แพ้การไล่ตะردปัดญาติจอมปลอมพวกนั้น—'แกงคั่วหมูป่าพริกขี้หนูสวนสูตรโบราณ' ที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งจรุงใจไปจนถึงบ้านข้างเคียง
ในขณะที่กลิ่นเครื่องแกงตำมือเริ่มส่งกลิ่นหอมฉุนชวนน้ำลายสอเคล้าคลอไปกับบรรยากาศยามบ่าย ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นที่หน้าบ้านอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงตะโกนหอบแฮกของเพื่อนบ้านผู้ใหญ่บ้านที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในเขตสวนผัก
"ผู้กอง! รินรดา!แย่แล้วครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่แปลงนาท้ายหมู่บ้าน มีคน..."
— โปรดติดตามตอนต่อไป —
*(ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" มาโดยตลอดนะคะ)*
เกษตรกรสาวมือทองกับนายทหารผู้พิทักษ์สวนผักหลังบ้าน•ตอนที่ 5
ญาติจอมตื๊อและแผนการยึดที่ดิน
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือทองกับนายทหารผู้พิทักษ์สวนผักหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!