เกษตรกรสาวมือทองกับนายทหารผู้พิทักษ์สวนผักหลังบ้าน•ตอนที่ 4

แกงเลียงหม้อแรกของรินรดา

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถ้าพวกคุณยังไม่หยุดยืนขวางทางเดินเข้าแปลงผักของฉันล่ะก็... อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะคะว่า 'น้ำพริกถ้วยเก่า' ที่พวกคุณหวังจะมาตักกินฟรี มันอาจจะกลายเป็นน้ำร้อนลวกหน้าเอาได้!" เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราวน้ำแข็งทุบดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดหน้าประตูรั้วไม้ไผ่ รินรดายืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลาย ทว่านัยน์ตากลับพินิจพิเคราะห์กลุ่มญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อที่ยกโขยงมาทำหน้าถมึงทึงตั้งแต่บ่ายแก่ๆ ป้าสะใภ้ใหญ่หรือนางอำภาถึงกับหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธเมื่อเจอวาจาเชือดเฉือนไม่ไว้หน้า "อีริน! นังเด็กนี่ ปีกกล้าขาแข็งนักนะ! กล้าไล่ผู้ใหญ่เรอะ แกจำไม่ได้รึไงว่าพ่อแม่แกเคยติดเงินบ้านเราไว้เท่าไหร่ ถ้าไม่มีพวกฉัน ป่านนี้พวกแกคงระเหเร่ร่อนไปนอนข้างถนนแล้ว!" อำภาแผדเสียงแหลมสูงจนไก่ในเล้าข้างบ้านกระพือปีกพับๆ รินรดายกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น เธอไม่สะทกสะท้านกับคำขู่ตระบัดสัตย์พวกนั้นแม้แต่น้อย สมองเพชรระดับอดีตนักวิเคราะห์กลยุทธ์คำนวณตัวเลขในหัวเสร็จสรรพ 'เงินสามหมื่นที่อ้างว่ายืมเมื่อสี่ปีก่อน ผ่านดอกเบี้ยทบต้นทบดอกตามกฎหมายมืดของพวกมัน คงงอกเงยจนซื้อเกาะได้แล้วกระมัง' "เงินก้อนนั้นเหรอคะ? ดิฉันมีบัญชีรายรับรายจ่ายที่พ่อทำไว้ทุกบาททุกสตางค์ค่ะ และถ้าคำนวณจากจำนวนพืชผลที่พ่อเคยเอาไป 'ฝากขาย' แล้วไม่เคยได้เงินคืนร่วมห้าปี... ดูท่าทางแล้ว ฝั่งบ้านป้าต่างหากนะคะที่ต้องเป็นฝ่ายควักกระเป๋าคืนให้ฉันสักห้าพันบาท พร้อมดอกเบี้ยเบ็ดเสร็จ!" "แก! นังสารเลว!" ลูกพี่ลูกน้องชายร่างท้วมพุ่งทะยานเข้ามาหมายจะเงื้อมือตบสั่งสอน แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสอากาศ ร่างของเขาก็ต้องชะงักกึกราวกับถูกตรึงไว้ด้วยแรงโน้มถ่วงมหาศาล เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มและกางเกงสนามยุทโธปกรณ์ก้าวออกมาจากมุมมืดของโรงเรือนเพาะชำอย่างเงียบเชียบ ผู้กองภูผาไม่ได้พูดอะไรสักคำ สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีที่ผ่านสมรภูมิรบมาโชกโชนกวาดมองผู้บุกรุกทีละคน แรงกดดันจากทหารหนุ่มผู้ทรงพลังแผ่ซ่านจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที อำภากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หล่อนจำสายตาน่ากลัวคู่นี้ได้ดี ภูผาลูกชายคนรองของยายเพ็ญบ้านท้ายสวนคนนี้ แม้จะย้ายกลับมาพักฟื้นร่างกายจากอาการบาดเจ็บ แต่วิรัชและพวกนักเลงหัวไม้ในหมู่บ้านต่างรู้ซึ้งดีว่า 'เสือซ่อนเล็บ' อย่างเขา น่ากลัวกว่าหมาบ้าเห่าหอนแค่ไหน "เขตส่วนบุคคล..." เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอื้อนเอ่ยออกมาสั้นๆ แต่กลับทรงพลังจนกลุ่มผู้บุกรุกต้องถอยกรูดโดยสัญชาตญาณ "ถ้าไม่อยากให้ฉันแจ้งข้อหาบุกรุกยามวิกาลและพยายามทำร้ายร่างกาย... เชิญไสหัวออกไปให้พ้นรั้วบ้านหลังนี้เดี๋ยวนี้" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่อำภาจะฮึดฮัดสะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคือง "ฝากไว้ก่อนเถอะนังริน! แกคิดว่ามีไอ้ทหารพิการนี่คอยคุ้มกะลาหัวแล้วจะยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าเรอะ วันหน้าแกก็ต้องคลานมาขอความช่วยเหลือจากฉันอยู่ดี!" สิ้นเสียงแหวะโวยวาย กลุ่มญาติจอมปลอมก็จำใจถอยทัพกลับไปอย่างหัวเสีย ทิ้งไว้เพียงฝุ่นตลบอบอวลหน้าบ้าน รินรดามองตามหลังคนพวกนั้นด้วยแววตาสมเพช ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ แล้วหันกลับมาสบตากับชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนนิ่งอยู่ใกล้ๆ "ขอบคุณนะคะผู้กอง... ถ้าไม่ได้คุณมาช่วยยืนคุมเชิง คงต้องเสียเวลาไล่ตะردกันยาวกว่านี้แน่ๆ" รินรดากล่าวด้วยรอยยิ้มจริงใจ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความขี้เล่น ภูผายกมือขึ้นเกบท้ายทอยเบาๆ ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ ที่ลามเลียไปถึงใบหู แม้ภายนอกเขาจะดูแข็งกร้าวและดุดันต่อหน้าคนแปลกหน้า แต่เวลาอยู่ใกล้หญิงสาวเจ้าของสวนผักคนนี้ทีไร หัวใจเจ้ากรรมมักจะเต้นผิดจังหวะทุกที "ผมไม่ได้ทำอะไร... พวกมันใจปลาซิวเองต่างหาก" ภูผาตอบเสียงทุ้มต่ำ หลุบตาลงมองมือบางที่ถือตะกร้าหวายสาน "แล้ว... เมื่อกี้คุณพูดถึงเรื่องน้ำพริกอะไรนะ? ท่าทางน่าสนุกดีนี่" รินรดาหัวسเบาๆ เสียงหัวسกังวานใสราวนกร้องยามเช้า ทำให้บรรยากาศรอบตัวที่เคยตึงเครียดละลายหายไปจนสิ้น เธอหมุนตัวเดินนำเข้าไปในห้องครัวสะอาดสะอ้าน กลิ่นอายของความอบอุ่นอบอวลไปทั่วบริเวณ "ไม่ได้พูดถึงน้ำพริกหรอกค่ะ แต่พูดถึง 'แกงเลียง' ต่างหาก!" รินรดาเอ่ยด้วยดวงตาเป็นประกาย วันนี้มิติลับในหัวของเธอปลดล็อกวัตถุดิบชั้นยอดออกมาได้ชุดใหญ่ บวบหอมสีเขียวอ่อนสดกรอบที่เพิ่งเก็บจากแปลงออร์แกนิก ใบแมงลักกลิ่นหอมฉุนชวนน้ำลายสอ กุ้งสดเนื้อเด้งดึ๋งจากระบบคลังสินค้าอัจฉริยะ และพริกไทยดำเม็ดโตที่ตำรวมกับหอมแดงและกะปิชั้นดีจนละเอียดเนียน เธอจัดการตั้งหม้อดินเผาใบบัวบนเตาถ่านไฟอ่อนๆ เสียงน้ำเดือดปุดๆ พร้อมกับกลิ่นหอมของพริกไทยและกะปิที่ถูกผัดจนส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว เล็ดลอดผ่านหน้าต่างออกไปปะทะสายลมโชยอ่อน ลอยไปไกลจนถึงระเบียงบ้านของชายหนุ่มข้างๆ ภูผาที่กำลังจะก้าวเดินกลับบ้านถึงกับชะงักฝีเท้า กลิ่นหอมอบอวลของสมุนไพรไทยและกลิ่นหอมหวานจากเนื้อกุ้งสดๆ กำลังรบกวนประสาทสัมผัสของเขาอย่างรุนแรง มันไม่ใช่แค่กลิ่นอาหารธรรมดา แต่เป็นกลิ่นที่ปลุกเร้าความหิวโหยและความรู้สึกโหยหาบางอย่างในก้นบึ้งของหัวใจ ภายในห้องครัว รินรดากำลังบรรจงหย่อนผักลงหม้อทีละชนิด สีเขียวสดของบวบและฟักทองตัดกับสีส้มอมชมพูของเนื้อกุ้งในน้ำแกงสีนวลชวนรับประทาน เธอตักแกงเลียงร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบ ลวดลายดอกไม้คลาสสิกส่งไอความร้อนลอยกรุ่นขึ้นมาเตะจมูก *ก๊อกๆ* เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ แต่ชัดเจน รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เมื่อเดินไปเปิดประตูก็พบกับผู้กองหนุ่มร่างสูงยืนถือชามเปล่าในมือ ใบหน้าคมเข้มหลบสายตาไปทางอื่นเล็กน้อยอย่างคนฟอร์มจัด "เอ่อ... คือว่า..." ภูผากระแอมเบาๆ กลบเกลื่อนอาการประหม่า "ลมมันพัดกลิ่นอะไรไม่รู้ลอยมา... ทางบ้านผม... ข้าวสุกพูนหม้อพอดี แต่กับข้าวหมดแล้ว... คุณรินรดาพอจะมีความเมตตา แบ่งขายแกงเลียงหม้อนี้สักถ้วยได้ไหมครับ?" รินรดากลั้นยิ้มจนแก้มป่อง มองผู้ชายร่างกำยำที่อ้างเหตุผลข้างๆ คูๆ ได้อย่างน่ารักน่าเอ็นดู ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์ เธอเอียงคอมองเขาด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ทำเอาทหารกล้าใจสั่นระทึก "อยากกินแกงเลียงฝีมือฉันเหรอคะ ผู้กอง?" รินรดาแกล้งเอ่ยถามเสียงลากยาว ช้อนตาขึ้นมองชายหนุ่มใกล้ๆ "เกรงว่าถ้าขายให้เฉยๆ จะใจร้ายไปหน่อย... งั้นเชิญเข้ามานั่งกินด้วยกันในบ้านเลยดีกว่าค่ะ วันนี้ฉันทำหม้อใหญ่... ทานคนเดียวมันเหงาแย่เลยนะคะ!" ภูผานิ่งงังไปชั่ววินาที ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ เขาก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้ามาในบ้านของหญิงสาวทันทีโดยไม่ต้องรอให้เธอเชิญซ้ำเป็นรอบที่สอง ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะนั่งลงที่โต๊ะอาหารไม้สัก พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของแกงเลียงที่กำลังยั่วยวนใจ เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านดังปึงปังขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนโหววกเหวกโวยวายของชายแปลกหน้าที่ไม่ได้รับเชิญ! "เปิดประตูโว้ย! บอกให้เปิดประตู! นิ่มนวล! ลูกสาวแกทำเรื่องใหญ่แล้ว รีบไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!" รินรดาขมวดคิ้วฉับทันที นัยน์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ด้วยความเย็นเยียบ ขณะที่ภูผาวางชามในมือลงบนโต๊ะช้าๆ ใบหน้าคมเข้มกลับมาเคร่งขรึมราวน้ำแข็งขั้วโลกอีกครั้งในพริบตาเดียว! *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมพลังใจให้ "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือทองกับนายทหารผู้พิทักษ์สวนผักหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%