กลิ่นอายของสนิมเหล็กและสารเคมีเก่าเก็บอบอวลจนแสบจมูก ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสติของคินกลับไม่ใช่กลิ่นเหล่านั้น หากแต่เป็นเสียงฝีเท้าที่ก้องกังวานมาจากความมืดเบื้องหน้า—เสียงที่ไร้ซึ่งความลังเล และเต็มไปด้วยความตายที่ถูกควบคุมไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
"เก่งมาก... เด็กๆ ในที่สุดพวกเขาก็พาตัวเองมาถึงห้องทดลองชิ้นเอกจนได้"
เสียงทุ้มต่ำราวกับมาจากก้นบึ้งของเหวอเวចกังวานขึ้น พร้อมกับเงาร่างของสิ่งมีชีวิตที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม มันก้าวออกมาจากม่านหมอกสีเขียวเรืองแสง ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองตรงมายังพวกเขา คินขยับแว่นสายตา เลนส์สะท้อนข้อมูลจากระบบที่รัวเตือนเป็นแถบสีแดงฉาน: *[คำเตือน: ตรวจพบสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ระดับสูง คลาส - เบอร์เซิร์กเกอร์โลหิต]*
เขาสูดหายใจเข้าลึก ประเมินสถานการณ์ในเสี้ยววินาที ระยะห่างสิบเมตร อาวุธในมือพร้อม พลังมานาในร่างกายถูกดึงขึ้นมาหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้ออย่างแนบเนียน แต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวออกไปยืนบังหน้าเรย์น่าตามสัญชาตญาณ มือเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังสีดำกลับยกขึ้นขวางเขาไว้
"ถอยไปค่ะ, คิน"
น้ำเสียงของเรย์น่าราบเรียบ เย็นเยียบจนน่าขนลุก มันไม่ใช่ความเย็นชาแบบที่เธอใช้ปฏิเสธผู้คนในสังคมชั้นสูง แต่มันคือความนิ่งสงบของนักล่าที่พบเหยื่ออันโอชะ
คินชะงัก ดวงตาคมกริบมองแผ่นหลังบางที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เส้นผมสีเงินยวงของเธอสะท้อนกับแสงเรืองรองจากหลอดทดลองรอบด้าน บรรยากาศรอบตัวเรย์น่ายามนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว รอยยิ้มที่มุมปากของเธอบ่งบอกถึงความยินดีอย่างประหลาด—ความยินดีที่จะได้ปลดปล่อยสิ่งที่ถูกกัก The beast within
"คุณหนู... อย่าบอกนะว่าคุณจะ..." คินเอ่ยเสียงต่ำ พยายามประเมินความเสี่ยง
"ฉันบอกให้ดูเฉยๆ ค่ะ" เรย์น่าหันกลับมามองเขาเพียงเสี้ยววินาที รอยยิ้มเย้ายวนแต่ทว่าอันตรายปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยว "ทีนี้... ได้เวลาชำระบัญชีเก่าแล้วค่ะ เจ้าเศษเนื้อเดรัจฉาน"
สิ้นคำพูด ร่างของเรย์น่าก็พุ่งหายไปจากจุดที่ยืนอยู่ราวกับภาพติดตา ความเร็วระดับที่ระบบของคินแทบจะจับพิกัดไม่ทัน! *[ระบบ: ตรวจพบการใช้สกิลลับ - ‘เนตรมารโลหิตดารา’ และ ‘เขตแดนเงาอเวจี’]*
*ตู้มมม!*
คลื่นกระแทกจากการปะทะระเบิดออกกลางห้องทดลอง แรงลมมหาศาลพัดจนเส้นผมของคินปลิวสยาย มอนสเตอร์กลายพันธุ์สูงสองเมตรที่ดูน่าเกรงขามในตอนแรก บัดนี้กลับถูกมือเปล่าของเรย์น่าตรึงไว้กับพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก รอยแตกร้าวรากใยแมงมุมแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง เธอกดร่างมหึมานั้นด้วยมือเพียงข้างเดียว ดวงตาคู่สวยที่เคยเป็นสีนิล บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานเปล่งประกายเจิดจ้า ราวกับอัญมณีต้องสาปจากห้วงอวกาศลึก
"ช... ช้าไปค่ะ" เรย์น่าเอ่ยกระซิบ เสียงของเธอก้องกังวานในโสตประสาทของสิ่งมีชีวิตเบื้องล่าง มันกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว—ใช่ มอนสเตอร์กลายพันธุ์ระดับสูงกำลังหวาดกลัวมนุษย์เพศหญิงที่ตัวเล็กกว่ามันครึ่งต่อครึ่ง
คินยืนนิ่งค้าง สมองที่ปกติเคยประเมินสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าไปชั่วขณะ ภาพของคุณหนูผู้สูงศักดิ์ เอาแต่ใจ และมักจะทำหน้าบูดบองใส่เขาเสมอในความทรงจำพังทลายลงในพริบตา สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่คุณหนูตระกูลขุนนางอีกต่อไป แต่คือ ‘ปีศาจ’ ในคราบมนุษย์ผู้สง่างาม
ออร่าสีดำทมิฬผสมผสานกับประกายแสงสีม่วงเข้มพวยพุ่งออกจากร่างของเรย์น่า ก่อตัวเป็นรูปปีกนกอินทรีแห่งความตายสยายออกด้านหลัง ทุกย่างก้าวที่เธอย่างสามขุมเข้าหามอนสเตอร์ที่กำลังดิ้นรนสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของคิน นี่คือพลังที่แท้จริงของเธอ... พลังที่เธอพยายามปกปิดมาตลอด และเป็นเหตุผลว่าทำไมตระกูลเวทมนตร์ชั้นสูงจึงเกรงกลัวเธอยิ่งกว่าสิ่งใด
"เรย์น่า..." คินพยายามเปล่งเสียงออกไป แต่ติดอยู่ที่ลำคอ
เรย์น่าไม่ได้หันกลับมามอง แต่ริมฝีปากอิ่มขยับพูดเบาๆ "บอกแล้วใช่ไหมคะ... ว่าอย่าทำให้ฉันต้องหมดความอดทน"
มือเรียวบางตวัดขึ้นกลางอากาศ สายลมคมกริบราวกับใบมีดนับร้อยพุ่งแหวกอากาศ ตัดผ่านร่างของบอสกลายพันธุ์จนขาดเป็นชิ้นๆ ในพริบตา เลือดสีดำกระเซ็นเปรอะเปื้อนผนังห้องทดลอง ทว่าไม่มีหยดใดแตะต้องตัวเธอได้เลย เนื่องจากมีม่านพลังงานสีดำสนิทปกป้องไว้อย่างไร้ที่ติ ความเงียบสงบเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของเรย์น่าที่ค่อยๆ ปรับเข้าสู่จังหวะปกติ
เธอกวาดมือลงข้างลำตัว ดวงตาสีแดงฉานค่อยๆ กลับคืนสู่สีนิลตามเดิม เรย์น่าหันกลับมาเผชิญหน้ากับคิน รอยยิ้มทรงเสน่ห์ปรากฏบนใบหน้าอีกครั้ง ราวกับว่าเหตุการณ์นองเลือดเมื่อครู่เป็นเพียงการเดินเล่นในสวนดอกไม้
"ไงคะ... ตะลึงจนพูดไม่ออกเลยหรือไง?" เธอเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย พลางเดินเข้ามาใกล้คินที่ยังยืนนิ่งเป็นรูปปั้น
คินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขามองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น พยายามค้นหาเงาของความหวาดกลัวหรือความบ้าคลั่ง แต่สิ่งที่เขาพบมีเพียงความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง
"คุณ... ซ่อนเรื่องแบบนี้ไว้ตั้งนานเลยเหรอครับ... อ้ะ ไม่ใช่... ตั้งนานเลยนะคะ" คินเผลอหลุดปากใช้สรรพนามเดิมเกือบไม่ทัน เรย์น่าหัวريكเบาๆ ในลำคออย่างชอบใจที่เห็นหนุ่มเจ้าเล่ห์เสียอาการเป็นครั้งแรก
"ความลับค่ะ... คนฉลาดอย่างคุณคิน น่าจะรู้นะคะว่าบางเรื่องรู้มากไปก็ไม่ดี" เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา กลิ่นหอมหวานประหลาดลอยเข้าจมูก ปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ "เว้นเสียแต่ว่า... คุณจะยอมเป็นพวกเดียวกับฉันแบบถอนตัวไม่ขึ้นเสียก่อน"
คินกำลังจะเอ่ยปากตอบโต้เพื่อรักษาฟอร์มของตัวเอง ทว่าจู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เย็นเฉียบลงอย่างฉับพลัน แสงไฟนีออนที่กะพริบอยู่เหนือเพดานดับวูบลงพร้อมกันทั้งหมด ความมืดมิดกลืนกินห้องทดลองในเสี้ยววินาที
*[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมนอกเหนือจากฐานข้อมูล! พลังงานปริศนากำลังเข้าใกล้พิกัดปัจจุบันด้วยความเร็วเหนือแสง]*
*[คำเตือน: เจ้าของห้องทดลองตัวจริง... ตื่นจากการหลับใหลแล้ว]*
ก่อนที่เรย์น่าและคินจะทันได้ตั้งตัว เสียงฝีเท้าที่หนักหน่วงราวกับภูเขาทั้งลูกถล่มทับก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องลึก พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ติดอยู่ข้างหูของคิน—เสียงที่ไม่ได้มาจากเรย์น่า และไม่ได้มาจากมอนสเตอร์ตัวไหนทั้งสิ้น
*"ยินดีต้อนรับ... สู่หลุมศพของพวกเจ้า... เจ้าหนูตระกูลดาราสวรรค์ และ... ลูกหลานทรยศ"*
ดาริกาส่องแสงขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับตัวละครของเราในตอนนี้นะคะ
ระบบภารกิจติดบั๊ก: เมื่อผมต้องจีบคุณหนูจอมโหดเพื่ออัปเลเวล•ตอนที่ 14
สกิลลับของเรย์น่า
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบภารกิจติดบั๊ก: เมื่อผมต้องจีบคุณหนูจอมโหดเพื่ออัปเลเวล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!