เสียงตบโต๊ะประชุมดังสนั่นหวั่นไหว จนแก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงบนโต๊ะสั่นระริก กาแฟสีเข้มกระฉอกเปื้อนเอกสารสัญญามูลค่าหลายร้อยล้านที่ธนัตถ์เพิ่งเซ็นชื่อลงไปอย่างลำพองใจ ใบหน้าของชายวัยกลางคนบิดเบี้ยวด้วยความเย่อหยิ่งและสะใจ ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองลลิลด้วยแววตาราวกับกำลังมองเศษขยะข้างถนน
"เอกสารโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดอยู่ในมือฉันแล้ว ยัยลลิล! เธอมันก็แค่เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า ที่อาศัยบารมีตระกูลเราจนเติบใหญ่ วันนี้สำนักงานประมูลของเธอ หุ้นทุกตัว และสมบัติทุกชิ้นของแม่เธอ ตกเป็นของฉันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว!"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของธนัตถ์ดังลั่นห้องประชุมใหญ่ บรรดาญาติสนิทมิตรสหายที่เคยเมินเฉยต่อลลิล ต่างพากันส่งเสียงหัวเราะคิกคักสมน้ำหน้า พวกเขายืนล้อมรอบโต๊ะประชุมราวกับฝูงแร้งที่กำลังรุมทึ้งซากสัตว์ ลลิลในชุดสูทเข้ารูปสีขาวสะอาดตาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังชมละครสัตว์ฉากหนึ่ง
"เซ็นเสร็จแล้วใช่ไหมคะ?" ลลิลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเธอกลับทำให้ธนัตถ์รู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด
"ใช่! เซ็นแล้ว และเธอก็ไสหัวออกไปจากที่นี่ได้แล้ว!" ธนัตถ์กระแทกแฟ้มเอกสารลงกับโต๊ะ
"ถ้าอย่างนั้น... ก็ถึงเวลาที่ฉันควรจะแสดง 'แขกพิเศษ' ให้คุณดูสักหน่อยนะคะ" ลลิลปรายตามองนาฬิกาข้อมือเรือนหรู
ประตูกระจกบานใหญ่ของห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลีของกรธนก้าวเข้ามาด้วยบรรยากาศกดดันที่แผ่ซ่านจนทุกคนในห้องต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองผู้คนที่ยืนอยู่ราวกับพวกมันเป็นเพียงฝุ่นผง กรธนเดินตรงเข้ามาหย่อนกายลงนั่งเคียงข้างลลิล พร้อมกับวางกระเป๋าเอกสารหนังแท้ลงบนโต๊ะเสียงดัง 'ตุบ'
"คุณกรธน? ท่านประธานกลุ่มทุนเคทีโกลบอลมาทำอะไรที่นี่ครับ หรือว่าจะมาแสดงความยินดีที่เราฮุบกิจการของยัยนี่ได้สำเร็จ?" ธนัตถ์เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มประจบประแจงทันที แม้ในใจจะเริ่มหวาดหวั่นกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่ม
กรธนไม่แม้แต่จะชายตามองธนัตถ์ เขาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวของลลิลขึ้นมาจูบเบาๆ ที่หลังมืออย่างทะนุถนอม ความอ่อนโยนนี้ขัดกับแววตาดุดันตอนที่หันไปมองกลุ่มญาติจอมโลภอย่างสิ้นเชิง
"ยินดีงั้นเหรอคะ?" กรธนแค่นหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ ฟังดูน่ากลัวจนธนัตถ์ต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "คุณคงเข้าใจผิดอะไร M&A หรือการฮุบกิจการอะไรนั่น มันเป็นเกมของคนระดับล่าง แต่สิ่งที่ฉันกำลังจะทำ... คือการกวาดล้างพวกปลิงที่เกาะกินตระกูลภักดีภัทรต่างหาก"
ธนัตถ์หน้าถอดสี รีบโพล่งขึ้นเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว "คุณพูดเรื่องอะไร! ลลิลมันเป็นแค่เด็กถูกทิ้ง! ตระกูลภักดีภัทรไม่มีใครเอาอีเด็กนี่แล้ว เอกสารทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย!"
"กฎหมายเหรอคะ?" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดังขึ้นจากด้านหลังประตูกระจกอีกครั้ง
ทีมทนายความระดับโลกในชุดสูทสีดำสนิทไม่ต่ำกว่าสิบคนเดินเรียงหน้ากระดานเข้ามาในห้อง เอกสารกองมหึถูกวางลงบนโต๊ะต่อหน้าธนัตถ์ หัวหน้าทีมทนายความ ซึ่งเป็นทนายมือหนึ่งผู้ไม่เคยลิ้มรสความพ่ายแพ้ในศาลคดีระหว่างประเทศ ขยับแว่นตาก่อนจะเปิดแฟ้มเอกสารหน้าแรกให้อีกฝ่ายดู
"เรียนคุณธนัตถ์ครับ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินและเอกสารพินัยกรรมฉบับจริงที่เพิ่งถูกกู้คืนเมื่อสามชั่วโมงก่อน พบว่าการเซ็นโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดที่คุณทำกับลลิล เป็นโมฆะ เนื่องจากคุณไม่มีอำนาจทางกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น และทรัพย์สินทั้งหมด 100% ของตระกูลภักดีภัทร ถูกโอนย้ายสิทธิ์ขาดไปยังทายาทสายตรงผู้ถือครองตราประทับประจำตระกูล... ซึ่งก็คือคุณลลิลครับ"
เพล้ง!
แก้วกาแฟในมือของธนัตถ์ร่วงหล่นลงพื้นแตกกระจาย สีหน้าของเขาซีดเผือกราวกับคนตาย ไร้ซึ่งสีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หายใจติดขัดจนต้องอ้าปากพะงาบๆ "มะ...เป็นไปไม่ได้! พินัยกรรมนั้นมันถูกทำลายไปแล้วสิ! แก...พวกแกกุเรื่องขึ้นมา!"
"กุเรื่องงั้นเหรอคะคุณอา?" ลลิลลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากออร่าความเฉียบคมและทรงอำนาจแผ่กระจายออกมาจากตัวเธอ จนญาติผู้เคยเหยียดหยามต้องก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ "ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ที่ฉันยอมให้พวกคุณเหยียบย่ำและขับไล่ออกจากบ้าน ก็เพื่อให้พวกคุณตายใจ และแสดงธาตุแท้ความโลภออกมาให้หมด... และตอนนี้ หลักฐานการยักยอกทรัพย์ การปลอมแปลงเอกสาร และการฮุบสมบัติทบต้นทบดอก ก็อยู่ในมือทีมทนายของสามีฉันเรียบร้อยแล้วค่ะ"
คำว่า 'สามี' ทำให้กรธนที่นั่งมองอยู่ยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ เขาหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิททำจากแบล็กคาร์บอนขอบทองอร่าม ซึ่งเป็นบัตรวงเงินไม่จำกัดที่ออกให้เฉพาะบุคคลระดับมหาเศรษฐีโลกไม่กี่คนขึ้นมาควงเล่นในมือ
"ทนายจัดการฟ้องร้องให้หมดทุกข้อหา... เอาให้พวกมันไม่ต้องมีแผ่นดินจะกลบหน้า และต่อให้ใช้ทรัพย์สินทั้งหมดที่มีมาชดใช้ ก็ยังไม่พอค่าเสียหายที่พวกมันบังaርอาจมาทำกับภรรยาผม" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจสั่งการอย่างไร้ความปรานี
ธนัตถ์เข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น พยายามจะคลานเข้ามาเกาะขากางเกงของลลิลพร้อมกับร้องคร่ำครวญเสียงหลง "ลลิล! หลานรัก! ช่วยอาด้วย อาเป็นญาติเธอนะ ปล่อยอาไปเถอะ..."
ลลิลมองภาพนั้นด้วยแววตานิ่งสนิทไร้ความสงสาร เธอก้มลงมองหน้าเขาเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ตอนที่พวกคุณขับไล่ฉันออกไปในคืนที่ฝนตกหนักโดยไม่เหลือเงินแม้แต่บาทเดียว พวกคุณเคยคิดถึงคำว่า 'ญาติ' บ้างไหมคะ?"
กรธนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โอบเอวบางของภรรยาเข้าหาตัวอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ สายตาคมกริบกวาดมองทุกคนในห้องที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์จะร่อนลงจอดบนดาดฟ้าตึก เสียงใบพัดก้องกังวานบ่งบอกถึงอำนาจอันไร้ขีดจำกัดที่พวกมันไม่มีวันเอื้อมถึง
ทว่า ในขณะที่เกมการแก้แค้นกำลังดำเนินไปถึงจุดสะใจที่สุด เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของกรธนก็ดังขึ้น
ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว สีหน้าที่เคยเยือกเย็นและมั่นใจมาตลอด กลับเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ดวงตาคมกริบหันขวับมามองลลิลด้วยความตกใจระคนเป็นห่วง
"มีอะไรเหรอคะกรธน?" ลลิลขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นปฏิกิริยาที่แปลกไปของสามี
กรธนไม่ได้ตอบคำถามทันที เขายื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้เธอดูข้อความสั้นๆ จากระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดที่เชื่อมต่อกับสนามบินนานาชาติ
[แจ้งเตือนด่วน: เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวรหัส X-99 ของ 'ประมุขสูงสุดแห่งตระกูลหลักที่แท้จริง' ลงจอดแล้ว และเป้าหมายกำลังมุ่งหน้ามาที่อาคารนี้ เพื่อมารับ 'คุณหนูใหญ่' กลับตระกูลที่แท้จริง... ทันที]
ลลิลเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักได้ว่า... ตัวตนที่แท้จริงและเบื้องหลังอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากำลังจะก้าวเข้ามาถึงหน้าประตูห้องนี้แล้ว
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บและคอยซัพพอร์ตเค้กวานิลลามาโดยตลอดนะคะ รักค่ะ!)
คุณชายสายเปย์กับเซียนประมูลมือหนึ่ง•ตอนที่ 22
ทายาทตัวจริง
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเปย์กับเซียนประมูลมือหนึ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!