คุณชายสายเปย์กับเซียนประมูลมือหนึ่ง•ตอนที่ 21

ศึกชิงมรดกเลือด

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
"แกมัน... เป็นไปไม่ได้!" เสียงตะโกนแหบแห้งของธนัตถ์ดังสะท้อนก้องห้องพิจารณาคดีชั้นพิเศษ แรงกระแทกจากการทุบโต๊ะทำให้แฟ้มเอกสารหนาเตอะสั่นสะเทือน แต่สำหรับลลิลแล้ว มันเป็นเพียงเสียงคำรามของสุนัขจนตรอกที่ใกล้จะหมดลมหายใจเท่านั้น ดวงตากลมโตคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เรียบหรูมองตรงไปยังร่างที่กำลังสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวของญาติผู้พี่ เธอนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามบนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง รอยยิ้มมุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตา คราบน้ำตาและความอ่อนแอที่ตระกูลนี้เคยเหยียบย่ำเมื่อหลายปีก่อน ได้ถูกชำระล้างจนหมดสิ้นด้วยอำนาจและมันสมองที่พวกมันไม่มีวันเอื้อมถึง "ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะคุณธนัตถ์" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น ลลิลค่อยๆ เอื้อมมือเรียวระหงไปหยิบเอกสารสิทธิ์ฉบับจริงขึ้นมาพลิกดูอย่างใจ1เย็น "ในเมื่อสำนักงานสิทธิบัตรนานาชาติอนุมัติให้ ‘แพลตฟอร์มการประมูลอัจฉริยะ’ เป็นลิขสิทธิ์ขาดของฉันแต่เพียงผู้เดียวมาตั้งแต่แรก ส่วนเอกสารปลอมแปลงที่คุณอุตส่าห์ไปจ้างทนายมือตกอับมาฟ้องร้อง... เกรงว่าจะต้องใช้เวลาอีกสักสามชาติถึงจะเอามาอ้างสิทธิ์บนหยาดเหงื่อของฉันได้นะคะ" ใบหน้าของธนัตถ์ซีดเผือดลงทีละน้อย เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ เมื่อครู่เขามั่นใจเหลือเกินว่าหลักฐานเส้นทางการเงินและการอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของตระกูลจะสามารถบีบให้เซียนประมูลมือหนึ่งอย่างเธอยอมคุกเข่าจำนนได้ แต่เขากล้าดียังไงถึงลืมไปว่า... เบื้องหลังผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่เด็กสาวไร้ค่าที่ถูกเขี่ยทิ้งออกจากตระกูลอีกต่อไปแล้ว "แก... แกมันคนอกตัญญู! เอาชื่อเสียงและทรัพย์สินของตระกูลไปหาประโยชน์ใส่ตัว!" ธนัตถ์ยังคงดิ้นรนพยายามตะโกนกล่าวหาเพื่อกอบกู้หน้า ทว่าคณะกรรมการผู้ทรงเกียรติและผู้พิพากษากลับมองด้วยสายตาเวทนาแกiแกmแกมดูถูก "ทรัพย์สินของตระกูลเหรอคะ?" ลลิลหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ตอนที่พวกคุณยึดบ้านของแม่ฉัน ตอนที่พวกคุณขับไล่ฉันออกไปกลางสายฝนโดยไม่มีแม้แต่บาทเดียว... ทำไมถึงไม่เห็นพูดคำว่าตระกูลบ้างล่ะคะ? วันนี้ฉันเอาทุกอย่างที่พวกคุณเคยปล้นไปคืนมาทบต้นทบดอก แถมยังเหยียบศักดิ์ศรีของพวกคุณจมดินด้วยความสามารถของตัวเอง มันเจ็บปวดมากใช่ไหมคะที่รู้ว่า... ต่อให้พวกคุณพยายามกี่ครั้ง ก็ไม่มีวันเทียบชั้นกับคนที่พวกคุณเคยเหยียบย่ำได้เลยสักนิด" บรรยากาศในห้องพิจารณาคดีเงียบกริบ ไร้ซึ่งเสียงโต้แย้งใดๆ นอกจากเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของธนัตถ์ที่ทรุดฮวบลงนั่งกับเก้าอี้ราวกับคนไร้กระดูกสันหลัง เกมนี้... เขาแพ้ราบคาบ แพ้อย่างไม่มีทางแก้ตัว และวินาทีนี้เองที่ความหวาดกลัวอันดำมืดเข้าเกาะกุมหัวใจ เมื่อเขานึกถึงอำนาจมืดที่คอยหนุนหลังผู้หญิงคนนี้อยู่ ทว่า ก่อนที่ความเงียบงันจะถูกทำลายด้วยคำพิพากษาขั้น1เด็ดขาด ประตูบานใหญ่เบื้องหน้าก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านเข้ามาในห้องทันทีราวกับอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงนับสิบองศา ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเข้ารูปปรากฏกายขึ้น กลิ่นอายความดุดันและทรงอำนาจแผ่ขยายกดทับจนทุกคนในห้องแทบไม่กล้าหายใจ กรธนก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและทรงพลัง ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองผู้คนที่ขวางทางราวกับพญาอินทรีมองมดปลวก รังสีความน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกมาจนธนัตถ์ถึงกับตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดผวา ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรแม้แต่คนเดียว ประธานกลุ่มทุนข้ามชาติผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งประเทศ... เสด็จมาปรากฏตัวด้วยตัวเองถึงห้องพิจารณาคดีเล็กๆ แห่งนี้แล้ว กรธนเดินตรงดิ่งเข้าไปหาร่างบางที่นั่งอยู่ ลมหายใจของเขาผ่อนลงเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตคู่สวย สายตาดุดันที่ใช้มองคนทั้งห้องพลันแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและคลั่งรักอย่างปิดไม่มิดในเสี้ยววินาที มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวของลลิลขึ้นมาพิจารณาเบาๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะบอบช้ำจากการใช้ความคิด "จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ" เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์เอמהถามเบาๆ แต่กลับก้องกังวานไปทั่วห้องราวกับประกาศสถานะความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน "ค่ะ เรียบร้อยดี..." ลลิลระบายยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ชายหนุ่ม แววตาส่อประกายความเจ้าเล่ห์เฉียบคม "เร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะคะ สงสัยสุนัขแถวนี้จะแรงหมดเร็วกว่าที่คาดไว้ค่ะ" กรธนยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ เขากวาดสายตาดุจพญาเสือเหลียวมองธนัตถ์ที่นั่งตัวลีบติดเก้าอี้ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ "ในเมื่อจัดการเรื่องน่ารำคาญนี่เสร็จแล้ว... ทีมกฎหมายของผมได้ทำการซื้อหุ้นทั้งหมดของตระกูลคุณธนัตถ์เรียบร้อยแล้วนะคะ เริ่มจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ตึกสำนักงานใหญ่อันทรงเกียรติของพวกคุณ จะถูกเปลี่ยนเป็น... สถานที่ทิ้งขยะรีไซเคิลอย่างเป็นทางการค่ะ" ธนัตถ์เบิกตากว้างจนแทบถล่นออกจากเบ้า สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก ร่างกายชาดิกราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางกระบาล การถูกฟ้องร้องแย่งสิทธิบัตรเป็นเพียงแค่ฉากหน้า ทว่าหมัดน็อคที่แท้จริงคือการกว้านซื้อกิจการตระกูลของเขาจนล้มละลายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง! นี่มันไม่ใช่แค่การแก้แค้น แต่มมันคือการถอนรากถอนโคนไม่ให้ตระกูลนั้นได้ผุดได้เกิดอีกเลยตลอดกาล ลลิลมองภาพตรงหน้าด้วยความสะใจขั้นสุด ความหวานละมุนที่เธอมีถูกหลอมรวมเข้ากับความเด็ดขาดอย่างไร้ความปรานี เคมีระหว่างเธอกับกรธนในตอนนี้เปรียบเสมือนปีศาจคู่ขวัญที่พร้อมจะฉีกกระชากใครก็ตามที่กล้าขวางทางให้แหลกเป็นจุล ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันและรอยยิ้มแห่งชัยชนะ เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อของกรธนก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ เพียงแค่กวาดสายตาผ่านข้อความสั้นๆ สีหน้าของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน กลับฉายแววเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ลลิลสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เธอเอียงคอเล็กน้อยด้วยความสงสัย "มีอะไรเหรอคะกรธน หน้าตาคุณดู..." กรธนเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาคมกริบไหววูบด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของลลิลต้องสะดุดกึก และแขวนหัวใจของคนอ่านทุกคนไว้บนเส้นด้าย "คนจาก 'ตระกูลหลักที่แท้จริง' ของคุณ... เพิ่งลงจากเครื่องบินส่วนตัว และกำลังเดินทางมาที่นี่เพื่อรับตัวคุณกลับบ้านค่ะ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เค้กวานิลลา" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเปย์กับเซียนประมูลมือหนึ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%