เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเป็นจังหวะ ไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในห้องวีไอพีส่วนตัวของหอศิลป์โบราณผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนราวกับอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น
ลลิลเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักได้ว่า... ตัวตนที่แท้จริงและเบื้องหลังอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากำลังจะก้าวเข้ามาถึงหน้าประตูห้องนี้แล้ว
"เข้ามา"
น้ำเสียงของกรธนไม่ได้ดังนัก แต่มันเต็มไปด้วยอำนาจดิบเถื่อนที่ทรงพลังจนคนฟังต้องขนลุกซู่ เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจดจ้องอยู่ที่บานประตูไม้แกะสลักอย่างไม่วางตา มือหนาข้างหนึ่งเคาะนิ้วลงกับพนักแขนเบาๆ เป็นจังหวะเดียวกับหัวใจของลลิลที่เต้นรำด้วยความตื่นระทึก
แอด...
บานประตูค่อยๆ ถูกผลักเปิดออก ปรากฏร่างของเลขาฯ ส่วนตัวของกรธนที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ารengเคร่ง พร้อมกับบุคคลที่สามที่ทำให้มุมปากของลลิลกระตุกยิ้มเยาะในทันที
ธนัตถ์...
ชายหนุ่มผู้เคยเหยียดย่างและพยายามเหยียบย่ำเธอให้จมดินในงานประมูลเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน บัดนี้ใบหน้าอันมั่นอกมั่นใจกลับซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม ดวงตาหลuกลี้หวาดระแวงราวกับสุนัขจนตรอก เมื่อก้าวเข้ามาในห้องและพบว่าผู้ทรงอิทธิพลระดับมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่มีเซียนประมูลมือหนึ่งอย่างเธอยืนสง่านิ่งอยู่เคียงข้าง
"ทะ... ท่านประธานกรธนครับ" ธนัตถ์รีบก้มหัวโค้งคำนับจนแทบจะขนานกับพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด "ผม... ผมได้รับการติดต่อจากเลขาฯ ของท่านว่า..."
"รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเรียกนายมาที่นี่, ธนัตถ์" กรธนตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นเยียบจนน่าขนลุก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาบังร่างของลลิลไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณของการปกป้อง แต่มันกลับแฝงไว้ด้วยความรู้สึกครอบครองที่เด่นชัดเจน
ลลิลช้อนสายตาขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า หัวใจที่เคยแข็งกระด้างมาตลอดเพราะการถูกทรยศหักหลังโดยคนในครอบครัว กลับมีความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านเข้ามาโอบกอดอย่างประหลาด ผู้ชายคนนี้... ไม่เคยปล่อยให้เธอต้องเผชิญหน้ากับเศษสวะพวกนี้เพียงลำพังเลยสักครั้ง
"ผะ... ผมไม่ทราบจริงๆ ครับท่านประธาน หากผมทำอะไรให้ไม่พอใจ..." ธนัตถ์ละล่ำละลักแก้ตัว หน้าตาบิดเบี้ยวใกล้ร้องไห้
"ไม่พอใจงั้นเหรอ?" กรธนแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปหาช้าๆ ราวกับราชสีห์กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม "การที่แกพยายามส่งสายข่าวมาสืบเรื่องการถือครองหุ้นของลลิลในเครือบริษัทอัญมณี... แกคิดว่าตาบอดหรือโง่เง่าถึงคิดว่าฉันจะมองไม่เห็น?"
ธนัตถ์ทรรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันที ขาสั่นพับจนแทบก้าวไม่ออก เขาละล่ำละลักปฏิเสธเสียงสั่นเครือ "มะ... ไม่จริงนะครับ! ผมไม่ได้ทำ..."
"หุบปาก" กรธนเอ่ยคำเดียวสั้นๆ แต่ทรงพลังราวกับอสุนิบาตฟาดลงกลางกระบาล ธนัตถ์สะดุ้งสุดตัว เงียบกริบทันทีด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ลลิลมองภาพนั้นด้วยแววตาสงบนิ่ง เธอก้าวเท้าออกมาจากเงาของชายหนุ่มเล็กน้อย ยกมือขึ้นกอดอก ปรายตามองเศษสวะที่เคยเหยียบย่ำเธอด้วยความสมเพชเวทนา รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากสวยทำให้ธนัตถ์ถึงกับหน้าชาดิก
"แปลกจริงนะคะคุณธนัตถ์..." ลลิลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานใสแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ "วันก่อนยังทำท่าทางราวกับเป็นเจ้าของแผ่นดิน แต่ทำไมวันนี้ถึงได้กลายร่างเป็นสุนัขจนตรอกไปเสียแล้วล่ะคะ?"
ธนัตถ์เงยหน้าขึ้นมองลลิลด้วยความแค้นเคืองปนตื่นตระหนก "คุณ... นังลลิล! แกมีส่วนรู้เห็นใช่ไหม..."
เพียะ!
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหว ไม่ใช่ฝ่ามือของใครอื่น แต่เป็นฝ่ามือหนาของกรธนที่กระแทกลงบนโต๊ะไม้ราคาแพงจนมันสั่นสะเทือน ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันน่ากลัวจนแทบจะฆ่าคนได้ในรัศมีสามเมตร รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงจนหนาวเยือก
"ใครอนุญาตให้แกเรียกชื่อเธอห๊ะ?" กรธนคำรามต่ำในลำคอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยโทสะที่ถูกจุดชนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว "กล้าดียังไงถึงใช้สรรพนามต่ำทรามกับภรรยา... อ้อ ไม่สิ กับผู้หญิงที่ฉันหมายปองจะวางไว้ในตำแหน่งที่สูงที่สุดของตระกูล!"
ลลิลเบิกตากว้างเล็กน้อย หันขวับไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มทันที หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง ใบหน้านวลเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ความรู้สึกแปลกประหลาดตีรวนอยู่ในอก ทั้งตกใจ ทั้งเขินอาย และ... อมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวกับความหึงหวงที่แสดงออกมาราวกับเด็กหวงของเล่นชิ้นโปรดแบบไม่รักษามาดประธานร้อยล้านเลยสักนิด
*'ผู้ชายคนนี้นี่... คลั่งรักอะไรขนาดนี้กันนะ'* ลลิลคิดในใจ พยายามกลั้นยิ้มจนแก้มแทบปริ แต่ดวงตาคู่สวยที่ระยิบระยับด้วยความขบขันและซาบซึ้งใจก็ไม่สามารถซ่อนเร้นจากสายตาของกรธนไปได้
กรธนหันกลับมามองสบตากลับ ชั่วพริบตานั้น ความดุดันน่ากลัวเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงประกายตารุ่มร้อนที่จ้องมองเธอนิ่งราวกับจะกลืนกิน ลมหายใจของเขาร้อนผ่าวจนลลิลต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาเสียเองด้วยความเขินอาย
"เอ้า มัวแต่นั่งโง่อยู่ทำไม ไสหัวออกไปจากสายตาฉันซะ!" กรธนตวัดสายตากลับไปหาธนัตถ์ด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ "แล้วจำไว้... ถ้าแกยังกล้าโผล่มาแหยมกับคนของฉันอีกแม้แต่ปลายเล็บ ฉันจะทำให้ตระกูลของแกไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินจะซุกหัวนอน!"
ธนัตถ์ลนลานคลานหนีออกจากห้องแทบไม่เป็นขบวน ประตูห้องปิดลงอีกครั้ง ทิ้งให้ความเงียบสงบปกคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ ทว่าบรรยากาศกลับไม่ได้ตึงเครียดเหมือนก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย กลับอบอวลไปด้วยความหวานละมุนที่แปลกแยกอย่างสิ้นเชิง
กรธนก้าวเข้ามาประชิดตัวลลิลอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งตัว แขนแกร่งก็รวบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นจนแผ่นหลังชนกับอกอุ่น ลมหายใจร้อนรดอยู่ข้างใบหู
"อมยิ้มอะไรอยู่คนเดียวหึ... แม่เซียนประมูลคนเก่ง" เสียงทุ้มนุ่มกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงเจือความเจ้าเล่ห์และคลั่งรักอย่างไม่ปิดบัง
"ใครอมยิ้มกันคะ... ฉันแค่กำลังคิดว่าท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่ ชักจะใช้อำนาจในทางมิชอบมาขู่คนอื่นเกินไปหน่อยแล้วนะคะ" ลลิลเชิดหน้าขึ้นเถียง แม้พวงแก้มทั้งสองข้างจะแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู
"ก็คนมันหวง..." กรธนกระซิบเบาๆ ฝังจมูกสูดดมความหอมจากกลุ่มผมนุ่มของเธออย่างหลงใหล "ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มามองเธอด้วยสายตาแบบนั้น... นอกจากฉันคนเดียว"
ลลิลก้มหน้าลงซ่อนรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่แต่งแต้มอยู่บนใบหน้า หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนเผลอเอื้อมมือไปจับชายเสื้อสูทของเขาไว้โดยไม่รู้ตัว
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นจนน้ำตาลเรียกพี่ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของกรธนก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ
กรธนขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขากดตัดสายทิ้งอย่างไม่ใยดี แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา หน้าจอโทรศัพท์ก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้งพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนด่วนจากระบบรักษาความปลอดภัยส่วนตัว
สายตาคมกริบกวาดมองข้อความบนหน้าจอเพียงแวบเดียว ร่างสูงก็ชะงักกึก สีหน้าที่เคยผ่อนคลายและคลั่งรักเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบและอำมหิตขึ้นมาทันทีราวกับคนละคน
ลลิลรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ทันที เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยความสงสัยระคนตื่นตัว "เกิดอะไรขึ้นคะ?"
กรธนไม่ได้ตอบคำถามทันที เขาก้มมองหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ แววตาเต็มไปด้วยประกายลึกล้ำที่ชวนให้ใจหายวาบ
"ดูเหมือนว่า... 'ตัวจริง' ของคนที่อยู่เบื้องหลังธนัตถ์ จะเพิ่งแลนดิ้งลงจอดที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์บนดาดฟ้าตึกนี้แล้วล่ะค่ะ..."
และก่อนที่ลลิลจะได้ทันตั้งคำถามใดๆ กรธนก็คว้ามือเธอมากุมไว้แน่น พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบที่กำลังก้าวตรงเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องวีไอพีห้องนี้!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
(ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่คอยสนับสนุน "เค้กวานิลลา" เสมอมานะคะ!)
คุณชายสายเปย์กับเซียนประมูลมือหนึ่ง•ตอนที่ 23
คำสารภาพที่รอคอย
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเปย์กับเซียนประมูลมือหนึ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!