เสียงกริ๊งแหลมเล็กของโทรศัพท์ที่ร่วงกระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงจัดแสดงงานประมูลระดับไฮเอนด์ แต่มันกลับเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบเมื่อเทียบกับเสียงคำรามในโสตประสาทของลลิล
ดวงตากลมโตคู่สวยที่มักจะฉายแววเฉียบคมและมั่นใจเสมอ บัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างเพรียวบางในชุดราตรีสั่งตัดพิเศษสั่นสะท้านเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บจากเครื่องปรับอากาศ แต่เป็นเพราะเงาร่างที่ยืนอยู่ตรงระเบียงชั้นสอง ดวงตาทรงเสน่ห์คู่นั้นจ้องมองลงมา พร้อมรอยแผลเป็นแปลกประหลาดที่หางตาขวา—รอยแผลที่เธอไม่มีวันลืม เพราะมันคือเครื่องหมายของโศกนาฏกรรมเมื่อห้าปีก่อน
"พ...แพรพรรณ?" ลลิลพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอกลืนหายไปในลำคอ สมองขาวโพลนราวกับถูกไฟแผดเผาซ้ำสอง
ผู้หญิงที่ควรจะกลายเป็นเถ้าถ่านไปพร้อมกับคฤหาสน์หลังเก่าในคืนที่ครอบครัวของเธอพังทลาย กลับมายืนอยู่ตรงนี้ ยิ้มเยาะเธอด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ
"อุ๊ย ลลิลจ๋า... ตกใจอะไรขนาดนั้นคะ หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว"
เสียงหวานแหลมที่ดัดจนน่ารำคาญดังขึ้น พร้อมกับการก้าวลงมาจากบันไดวนของหญิงสาวในชุดเดรสยาวสีแดงเพลิง แพรพรรณไม่ได้เดินมาคนเดียว ด้านข้างของเธอยังมีธนัตถ์ ญาติหน้าเลือดผู้เคยพยายามฮุบสมบัติของลลิลเดินประกบคู่มาด้วย ใบหน้าของธนัตถ์ประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่แฝงความสะใจไว้อย่างไม่คิดจะปิดบัง
ความโกลาหลเล็กๆ เกิดขึ้นรอบตัว แขกเหรื่อเริ่มหันมาซุบซิบเมื่อเห็นการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ แต่สำหรับลลิลแล้ว เสียงรอบข้างทั้งหมดราวกับถูกปิดสวิตช์
"เธอ..." ลลิลสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติอันกระเจิดกระเจิงกลับคืนมา มือเรียวบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความหวาดกลัวในทีแรกถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาและสัญชาตญาณการเอาตัวรอด "เธอยังไม่ตาย... หรือว่าทั้งหมดเมื่อห้าปีก่อน มันคือแผนการของพวกเธอตั้งแต่แรก?"
แพรพรรณหัวเราะคิกคัก ยกมือขึ้นป้องปากอย่างจริตจะก้าน ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ลลิลมากขึ้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฉุนกึกจนลลิลต้องขมวดคิ้ว
"ฉลาดสมกับที่เป็นเซียนประมูลมือหนึ่งเลยนี่คะ แต่เสียดาย... รู้ตัวช้าไปหน่อยนะ" แพรพรรณกระซิบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "คิดเหรอว่าผู้หญิงซุ่มซ่าม ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ จะคู่ควรกับการยืนเคียงข้างผู้ชายอย่างคุณกรธน? ฉันแค่นอนพักผ่อนไปสักระยะ เพื่อรอเวลาให้พวกเธอกัดกันเองจนตายไปข้างหนึ่ง... และดูตอนนี้สิคะ เธอกำลังจะสูญเสียทุกอย่างอีกครั้งแล้วล่ะ"
บรรยากาศรอบตัวเริ่มตึงเครียด ธนัตถ์ก้าวออกมายืนเคียงข้างแพรพรรณ ดวงตาคมกริบมองลลิลด้วยความเหยียดหยามเช่นเคย
"ลลิล เธอคิดว่าการเกาะท่านประธานกรธนแล้วจะทำให้เธอสูงส่งขึ้นมาได้งั้นเหรอ?" ธนัตถ์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความดูถูกเหียดหยาม "ตระกูลกรธนเป็นถึงกลุ่มทุนข้ามชาติระดับโลกเขามีเบื้องหลังที่สะอาดและทรงเกียรติ แต่เธอ... ผู้หญิงที่มีประวัติคาวโฉ่ ครอบครัวล้มละลายแถมยังมีข่าวฉาวเรื่องการโกงประมูล คิดจริงๆ เหรอว่าเขาจะจริงจังกับผู้หญิงขายหน้าอย่างเธอ? แพรพรรณต่างหาก... คู่หมั้นที่แท้จริงของกรธนที่ผู้ใหญ่ทางนู้นเขายอมรับ!"
คำว่า 'คู่หมั้นที่แท้จริง' พ่นออกมาจากปากของธนัตถ์ราวกับระเบิดเวลาที่ถูกจุดชนวน แขกในงานต่างฮือฮาขึ้นมาทันที ข่าวลือเรื่องเบื้องหลังของเซียนประมูลสาวคนดังถูกหยิบยกมานินทากันสนั่นฮอลล์
ลลิลเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจกระหน่ำเต้นด้วยความโกรธเกรี้ยว เธอมองหน้าแพรพรรณสลับกับธนัตถ์ แววตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความดุดันที่ไม่เคยแสดงให้ใครเห็นบ่อยนัก ความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกหักหลังเมื่ออดีตกำลังเดือดพล่านขึ้นมาเป็นริ้วๆ แต่ในขณะเดียวกัน สมองอันเฉียบคมของเธอก็เริ่มคำนวณหมากทุกตัวบนกระดานนี้อย่างรวดเร็ว
พวกมันคิดจะดิสเครดิตเธอในงานประมูลสำคัญ เพื่อทำลายชื่อเสียงและตัดขาดเธอออกจากกรธนสินะ? ช่างเป็นแผนการที่ตื้นเขินและน่าสมเพชเสียจริง
"คู่หมั้นงั้นเหรอ?" ลลิลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของแพรพรรณชะงักไปชั่วขณะ เธอก้าวเข้าไปหาแพรพรรณหนึ่งก้าว ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่มีรอยแผลเป็นนั้นอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าผู้หญิงหน้าตาอัปลักษณ์ที่ต้องศัลยกรรมจนหน้าเบี้ยวแล้วหนีคดีซ่อนตัวอยู่เงาอย่างเธอ คือคู่หมั้นที่ตระกูลกรธนภาคภูมิใจ... งั้นฉันก็คงต้องแสดงความเสียใจด้วยนะ ที่รสนิยมของคนตระกูลนั้นคงต่ำตมกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะ"
"กรี๊ด! นังลลิล ปากดีนักนะ!" แพรพรรณกรีดร้องออกมาด้วยความโกรธจัด ภาพลักษณ์ผู้ดีที่พยายามสร้างมาพังทลายลงในพริบตาเมื่อถูกจี้ใจดำเรื่องรอยแผลและอดีตอันเน่าเฟะ
"ปากดีแล้วยังไงคะ? ดีกว่าพวกที่ตายไปแล้วแต่ดันหน้าด้านฟื้นคืนชีพมาเพื่อเป็นตัวตลกให้คนอื่นดู" ลลิลเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเหนือกว่า "จำไว้นะคะแพรพรรณ ของเก่าที่เขาเขี่ยทิ้งลงถังขยะไปแล้ว ต่อให้เธอจะไปทำหน้าใหม่กี่รอบ มันก็ยังเป็นแค่ 'ของเหลือเดน' ที่ไม่มีวันมีค่าพอบนโต๊ะของฉันหรอค๊ะ"
"เธอ! นังตัวดี!" แพรพรรณเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าลลิลด้วยความบันดาลโทสะที่พุ่งถึงขีดสุด
ทว่า ก่อนที่มือเรียวที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างดีจะทันได้กระทบผิวแก้มของลลิล ข้อมือของเธอกลับถูกคว้าเอาไว้ด้วยมือหนาของใครบางคนที่มีแรงบีบมหาศาลจนกระดูกแทบแหลก
"ใคร..." แพรพรรณหันขวับไปด้วยความเจ็บปวด แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของมือคู่นั้น ใบหน้าที่เคยโกรธเกรี้ยวก็ซีดเผือดลงทันที ราวกับเห็นมัจจุราชยืนอยู่ตรงหน้า
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิท กลิ่นอายความเยือกเย็นและอำนาจดิบเถื่อนแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นพายุ กรธนก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างพวกเธอ แววตาคมกริบคู่นั้นมองแพรพรรณด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ยิ่งกว่ามองเศษขยะบนพื้นถนน
"ใครอนุญาตให้เธอแตะต้องผู้หญิงของฉัน?"
เสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำลงจนน่ากลัวดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัดของทุกคนในห้องโถง กรธนปัดมือแพรพรรณทิ้งอย่างไม่ใยดี จนเธเซถอยหลังไปชนธนัตถ์แทบไม่เป็นท่า
ลลิลหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอ สายตาของเขาสะท้อนความคลั่งรักและความดุดันที่พร้อมจะทำลายทุกคนที่กล้ามาทำร้ายเธอให้พินิจไปต่อหน้า
ก่อนที่ใครจะได้ทันเอ่ยคำพูดใดแก้ตัว เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่กำลังลงจอดบนดาดฟ้าของโรงแรมหรู พร้อมกับบอดี้การ์ดในชุดสูทนับสิบคนที่เดินเรียงแถวเข้ามาปิดล้อมทางออกทุกด้าน ก็ทำให้ทุกคนในงานต้องหยุดหายใจ
กรธนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย สายตากวาดมองธนัตถ์และแพรพรรณด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด
"ในเมื่อพวกเธออยากรื้อฟื้นอดีตนัก... งั้นก็ตามสบาย เพราะฉันเตรียม 'หลุมศพชุดใหญ่' เอาไว้ให้พวกเธอฝังตัวเองเรียบร้อยแล้วล่ะ"
—-------------------------------------------------------
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เค้กวานิลลา" มาโดยตลอดนะคะ!
คุณชายสายเปย์กับเซียนประมูลมือหนึ่ง•ตอนที่ 12
การกลับมาของอดีต
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเปย์กับเซียนประมูลมือหนึ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!