“กาแฟถ้วยนี้รสชาติจืดชืดพอๆ กับคำโกหกของคุณเลยนะคะ ‘คุณรินรดา’”
ลลิลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะวางถ้วยกระเบื้องเคลือบราคาแพงลงบนจานรอง เสียงกระทบกันเบาๆ นั้นกลับดังก้องในโสตประสาทของทุกคนที่อยู่ในห้องรับรองส่วนตัวของโรงแรมหรู
รินรดา อดีตคู่หมั้นของกรธนในคราบหญิงสาวผู้แสนดีที่ดูถูกลลิลมาตลอดทาง แข็งทื่อไปทันที ใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างประณีตเริ่มปรากฏริ้วรอยแห่งความไม่พอใจ “คุณลลิลคะ บางทีการเป็นคนนอกที่โชคดีได้เกาะชายเสื้อคุณกรธนมา ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีสิทธิ์ตัดสินรสนิยมของคนอื่นนะคะ”
กรธนที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้างๆ ลลิลไม่แม้แต่จะปรายตามองหญิงสาวตรงหน้า เขาเพียงแค่หยิบเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมาพลิกอ่านราวกับว่าการสนทนานี้เป็นเพียงเสียงแมลงรบกวน แต่ทว่าแววตาที่เย็นเยียบและท่าทางกดดันนั้น ทำให้รินรดาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“คนนอกเหรอคะ?” ลลิลหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบดุจเซียนประมูลมือหนึ่งกวาดมองเอกสารที่เธอเพิ่งวางไว้กลางโต๊ะ “ฉันว่าคำนี้ควรจะมอบให้คนที่กำลังจะสูญเสียทุกอย่างมากกว่านะคะ”
“หมายความว่ายังไง?” ธนัตถ์ที่นั่งเงียบอยู่นานโพล่งขึ้นมาพร้อมขมวดคิ้วแน่น เขาพยายามรักษามาดนักธุรกิจผู้สุขุมไว้ แต่เหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ซึมตามไรผมกลับทรยศเขาอย่างสิ้นเชิง
ลลิลไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่เธอใช้นิ้วเรียวยาวเลื่อนแท็บเล็ตส่วนตัวไปตรงหน้าธนัตถ์ บนหน้าจอปรากฏข้อมูลเส้นทางการเงินที่ถูกตัดต่อและอำพรางมาอย่างดี แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนระดับลลิล ผู้ซึ่งใช้เวลาทั้งคืนร่วมกับทีมไอทีของกรธนเพื่อขุดรากถอนโคน
“ยอดเงินในกองทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เมื่อไตรมาสที่สาม มีการโอนออกไปยังบัญชีต่างประเทศในชื่อนอมินีของคุณ… อ้อ และที่น่าสนใจกว่าคือ มันมีรอยรั่วจากการทุจริตในบริษัทของตระกูลคุณเองด้วยนะคะ” ลลิลเว้นจังหวะให้ลมหายใจของคู่สนทนาขาดห้วง “ถ้าหลักฐานชุดนี้ไปถึงมือคณะกรรมการตรวจสอบและสรรพากรในเช้าวันพรุ่งนี้ คุณคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นคะ? ชีวิตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบของคุณ จะกลายเป็นกรงขังแคบๆ ภายในกี่นาที?”
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกราวกับถูกแช่แข็ง รินรดาหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เธอหันไปมองธนัตถ์อย่างขอความช่วยเหลือ แต่ชายหนุ่มที่เคยโอหังกลับนั่งตัวสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความกลัวต่ออำนาจของตระกูลกรธนเพียงอย่างเดียว แต่เพราะเขารู้ดีว่า 'หลุมศพ' ที่ลลิลขุดไว้นั้นมันลึกและไร้ทางออกแค่ไหน
“เธอทำแบบนี้ทำไม… เราก็แค่คนเคยรู้จักกัน!” ธนัตถ์เค้นเสียงลอดไรฟัน
“เคยรู้จักเหรอคะ?” กรธนเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมปลาบของเขาจ้องมองธนัตถ์ราวกับกำลังมองสิ่งมีชีวิตที่ไร้ค่า “ในโลกของธุรกิจ คำว่าเคยรู้จักไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรหรอกครับ สิ่งเดียวที่มีคือ ‘ความถูกต้อง’ และ ‘ความฉิบหาย’ ที่คุณเลือกจะรับมันด้วยตัวเอง”
ลลิลลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอจัดชุดเดรสเรียบหรูของตนเองให้เข้าที่ ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของรินรดาที่กำลังสั่นระริก
“น้ำชาถ้วยนี้ฉันอุตส่าห์จ่ายเงินค่าบริการราคาแพงเพื่อรินให้พวกคุณดื่มเป็นครั้งสุดท้าย หวังว่าจะถูกปากนะคะ เพราะหลังจากนี้... ในคุกคงไม่มีชาคุณภาพดีแบบนี้ให้ดื่มแล้วล่ะค่ะ”
ในจังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากมือถือของธนัตถ์ก็ดังขึ้นรัวๆ ราวกับพายุเข้า ข้อมูลการตรวจสอบภายในถูกปล่อยออกสู่สาธารณะโดยที่เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความสิ้นหวังอย่างเห็นได้ชัด ลลิลหันหลังเดินออกมาโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมองซากปรักหักพังที่เธอเพิ่งสร้างขึ้น
แต่ทว่า ในขณะที่เธอและกรธนกำลังจะก้าวพ้นประตูโรงแรม ชายชุดดำสี่คนที่สวมสูทสั่งตัดดูคุ้นตาอย่างประหลาดก็เดินสวนเข้ามา พวกเขาไม่ได้มาเพื่อทำร้าย แต่หัวหน้าทีมในชุดสูทสีเทาเข้มกลับหยุดยืนขวางทางไว้ พร้อมกับยื่นซองจดหมายตราประทับสีแดงฉานให้แก่กรธนด้วยท่าทีนอบน้อม
“นายท่านครับ... ทางเบื้องบนแจ้งมาว่า 'เกมกระดาน' ที่ท่านกำลังเล่นอยู่ตอนนี้ ได้รับความสนใจจากผู้เล่นระดับที่ท่านไม่คาดคิดมาก่อนครับ”
กรธนรับซองจดหมายนั้นมา ก่อนจะเปิดอ่านเพียงแวบเดียว แววตาของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นความเคร่งขรึมที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เขาหันมาสบตาลิลด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
“ลลิล... ดูเหมือนสิ่งที่พวกเราคิดว่าเป็นแค่การกำจัดแมลงสาบ จะเป็นเพียงแค่การเปิดประตูไปสู่รังของงูพิษที่ใหญ่กว่านี้มากแล้วล่ะ”
เค้กวานิลลาหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกคนจะตื่นเต้นไปกับจุดพลิกผันในตอนหน้ากันนะคะ!
คุณชายสายเปย์กับเซียนประมูลมือหนึ่ง•ตอนที่ 13
ศึกน้ำชาประสานงา
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเปย์กับเซียนประมูลมือหนึ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!