เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์รุ่นทหารที่กรรโชกกระหน่ำลงมา ราวกับกำลังประกาศศักดาแห่งผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ กลิ่นอายของความตื่นตระหนกและกลิ่นควันจางๆ ลอยคละคลุ้งไปทั่วลานกว้างหน้าอาคารตระหง่าน บอดี้การ์ดในชุดสูทสากลสีดำสนิทนับสิบชีวิตก้าวลงมาจากเครื่องด้วยระเบียบวินัยอันเฉียบขาด พวกเขายืนเรียงรายเป็นกำแพงมนุษย์อย่างรวดเร็ว เพื่อเปิดทางให้ร่างสูงสง่าของกรธนก้าวออกมา ท่ามกลางแสงไฟแฟลชที่สาดส่องราวกับเป็นรันเวย์ส่วนตัว
ลลิลยืนนิ่งสงสง่าอยู่เบื้องหน้า รอยยิ้มบางเบาแต้มอยู่บนเรียวปากสีชาด เธอมองภาพความอลหม่านตรงหน้าด้วยสายตาที่เยือกเย็นและเฉียบคมดั่งเพชรน้ำงาม ในมือเรียวบางถือแท็บเล็ตหน้าจอที่กำลังแสดงกราฟดิ่งลงเหวของราคาหุ้นบริษัทตระกูลธนัตถ์
"เป็นอย่างไรบ้างคะ คุณธนัตถ์... สีหน้าดูไม่ค่อยสู้ดีเลยนะคะ"
น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงไปด้วยพิษร้ายเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกกดทับด้วยแรงอำนาจของกรธน ประธานหนุ่มก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเธอ มือหนาเอื้อมมาโอบเอวคอดกิ่วไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย สายตาดุดันคู่นั้นกวาดมองธนัตถ์ที่กำลังยืนตัวสั่นเทาด้วยความเคียดแค้นผสมความหวาดกลัว
ธนัตถ์หน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้า ร่างกายที่เคยผทผยพองขนด้วยความลำพองใจ บัดนี้กลับห่อเหี่ยวลงจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม สายตาของเขาจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือที่สั่นระริก ข้อความแจ้งเตือนจากตลาดหลักทรัพย์เด้งขึ้นมาไม่ขาดสาย— *หุ้นบริษัทร่วงติดฟลอร์ต่อเนื่องเป็นนาทีที่สิบ* มูลค่าความมั่งคั่งที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิตกำลังละลายหายไปต่อหน้าต่อตา ราวกับปราสาททรายที่ถูกคลื่นยักษ์ซัดสาดจนพังทลายในชั่วพริบตา
"แก... แกทำอะไรกับหุ้นของฉัน!" ธนัตถ์แผדเสียงคำรามลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ เขาพยายามจะพุ่งเข้ามาหาลลิล แต่ทว่าบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนข้างกายกรธนกลับขยับตัวเพียงนิดเดียว แรงกดดันมหาศาลก็กดทับให้เขาต้องชะงักฝ่าเท้าลงทันที
"ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ..." ลลิลเอียงคอเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง "ฉันแค่... ปล่อยให้เกมมันดำเนินไปตามกลไกที่ควรจะเป็นเท่านั้นเอง คุณต่างหากล่ะคะที่โลภมาก อยากได้สมบัติที่ไม่มีวันเป็นของคุณ จนยอมเอาบริษัททั้งบริษัทไปค้ำประกันกับกองทุนปริศนา... อ่า น่าเสียดายจังนะคะ กองทุนนั้นบังเอิญว่าเป็นหนึ่งในบริษัทลูกของกรธนพอดีเสียด้วยสิคะ"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมของธนัตถ์ ร่างทั้งร่างเซถลาจนเกือบล้ม เขาลืมตาโพรงด้วยความตกตะลึงสุดขีด ความจริงที่เพิ่งกระจ่างทำให้เขาตระหนักได้ทันทีว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขากำลังเดินเข้าไปติดกับดักที่สองคนนี้ร่วมกันขุดหลุมฝังเอาไว้ล่วงหน้าอย่างแยบยล!
"พวกแก... วางแผนไว้หมดแล้ว..." เสียงของธนัตถ์แหบพร่า ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสิ้นหวัง
กรธนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น ทำเอาบรรยากาศรอบตัวหนาทึบจนแทบหายใจไม่ออก "คนโง่เท่านั้นที่คิดจะเหยียบย่ำคนอื่นโดยไม่ดูว่าใต้ฝ่าเท้าของตัวเองเหยียบอยู่บนปากเหวหรือเปล่า ลลิลใจดีเกินไปด้วยซ้ำที่เลือกจะใช้กฎหมายและเกมธุรกิจจัดการคุณ... แต่สำหรับผมแล้ว ถ้าใครบังเอิญกล้าทำร้ายผู้หญิงของผม..."
ประธานหนุ่มเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคมกริบราวกับพญามารจ้องมองเหยื่อ "มันต้องไม่เหลือแม้กระทั่งแผ่นดินจะให้ยืนค่ะ"
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของธนัตถ์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นข้อความจากธนาคารหลักที่ปล่อยสินเชื่อให้บริษัทของเขากำลังเรียกหลักประกันเพิ่มทันที มิฉะนั้นจะดำเนินการยึดทรัพย์สินทั้งหมดภายในสามสิบนาทีนี้!
ธนัตถ์เข่าอ่อนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นซีเมนต์เย็นเฉียบ ความอีโก้และความหยิ่งผยองทั้งมวลมลายหายสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ตนเคยเหยียดหยามว่าเป็นเพียงแค่เด็กไร้ค่าที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูล บัดนี้เธอกลับยืนตระหง่านอยู่เบื้องสูง ราวกับเทพีแห่งการพิพากษาที่กุมชะตาชีวิตของเขาไว้ในกำมือ
"ลลิล... ฉันขอร้อง... ช่วยฉันด้วย เวิร์กช็อปนั้น หุ้นพวกนั้น ฉันยกให้เธอหมดเลย ขอแค่เธอปล่อยบริษัทฉันไป..." เสียงร้องขอชีวิตสั่นเครือเต็มไปด้วยความน่าสมเพช ธนัตถ์คลานเข้าไปใกล้ปลายรองเท้าส้นสูงของหญิงสาว หมายจะเอื้อมมือไปแตะชายกระโปรงเพื่ออ้อนวอน
แต่ลลิลกลับถอยหลังหลบอย่างรังเกียจ ราวกับกำลังมองดูแมลงตัวหนึ่งที่น่าสมเพช เธอก้มมองเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้ความปรานี
"สายไปแล้วค่ะ..." ลลิลเอ่ยเสียงเรียบ "ตอนที่คุณไล่ฉันออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย คุณไม่เคยคิดถึงคำว่า 'ขอร้อง' เลยสักนิดเดียว วันนี้... จงชดใช้มันให้สาสมเถอะค่ะ"
กรธนโอบไหล่บางของลลิลให้ขยับเข้ามาใกล้ พร้อมกับส่งสัญญาณมือให้บอดี้การ์ดเข้าจัดการพื้นที่ ทั้งคู่หันหลังเตรียมก้าวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวเพื่อเดินทางกลับ ทิ้งให้ธนัตถ์กรีดร้องออกมาด้วยความคลุ้มคลั่งท่ามกลางฝูงนักข่าวที่แห่แหนกันเข้ามาทำข่าวความล่มสลายครั้งประวัติศาสตร์นี้
ทว่า... ในวินาทีที่ลลิลก้าวเท้าขึ้นบันไดของเฮลิคอปเตอร์และเสียงใบพัดกำลังเร่งรอบความเร็วสูงสุดเพื่อทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้านั้นเอง หน้าจอแท็บเล็ตในมือของเธอกลับปรากฏหน้าต่างแจ้งเตือนปริศนาเด้งขึ้นมาขัดจังหวะ—
*รหัสผ่านการโอนถ่ายหุ้นลับถูกปฏิเสธ... มีคำสั่งซื้อวงเงินระดับท็อปจากบุคคลนิรนามกำลังเข้าซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดของธนัตถ์แบบกวาดล้างร้อยเปอร์เซ็นต์ในราคาพรีเมียม!*
ดวงตาคู่สวยของลลิลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเป็นครั้งแรก เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากทักท้วงอะไร ประตูห้องโดยสารฝั่งตรงข้ามก็เปิดผางออก พร้อมกับร่างของใครบางคนก้าวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์อีกลำที่เพิ่งบินมาจอดเทียบเคียงในความมืด...
"สวัสดีครับ คุณลลิล... ดูเหมือนว่าเกมสนุกๆ นี้ จะยังจบลงง่ายเกินไปหน่อยนะครับ"
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้เสมอนะคะ
คุณชายสายเปย์กับเซียนประมูลมือหนึ่ง•ตอนที่ 7
ก้าวพลาดของศัตรู
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเปย์กับเซียนประมูลมือหนึ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!