คุณชายสายเปย์กับเซียนประมูลมือหนึ่ง•ตอนที่ 8

เกมจิตวิทยา

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
"สวัสดีครับ คุณลลิล... ดูเหมือนว่าเกมสนุกๆ นี้ จะยังจบลงง่ายเกินไปหน่อยนะครับ" เสียงทุ้มต่ำผ่านโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของลลิล ทว่าในวินาทีนี้ รอยยิ้มเยาะหยันของธนัตถ์ที่อยู่ปลายสายกลับไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง เมื่อเทียบกับแสงไฟสปอตไลท์นับร้อยดวงที่สาดส่องลงมากลางเวทีประมูลระดับประเทศ ณ ค่ำคืนนี้ ลลิลมิได้ตอบโต้อะไรกลับไป เธอเพียงแค่กดตัดสายทิ้งอย่างไม่แยแส ก่อนจะวางสมาร์ทโฟนลงบนโต๊ะกระจกใสด้วยท่าทีสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ ทว่าดวงตากลมโตคู่สวยภายใต้กรอบแว่นกันแดดแฟชั่นแบรนด์ดังกลับฉายแววคมกริบดั่งใบมีดอาบยาพิษ เธอกำลังยืนอยู่ ณ จุดศูนย์กลางของห้องโถงจัดประมูลทรัพย์สินโบราณที่หรูหราอลังการที่สุดในมหานครแห่งนี้ รอบกายเต็มไปด้วยมหาเศรษฐี นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล และสื่อมวลชนสำนักต่างๆ ที่ต่างพากันจับจ้องมาที่เธอเป็นตาเดียว บนจอแอลอีดีขนาดยักษ์ด้านหลังเวที บัดนี้ภาพของ ‘แจกันลายครามราชวงศ์หมิง’ ชิ้นโบแดงที่เพิ่งถูกเคาะขายไปด้วยราคาสูงลิ่วถึงแปด رقม กำลังถูกฉายซ้ำด้วยความละเอียดสูง ธนัตถ์ ญาติผู้พี่ที่เคยเหยียดหยามและขับไล่เธอออกจากตระกูล พร้อมกับฮุบมรดกชิ้นสุดท้ายของมารดาไปอย่างไร้ความปรานี กำลังยืนยิ้มกริ่มรับคำชื่นชมจากแขกเหรื่อรอบกาย เขาคือผู้ชนะการประมูลชิ้นงานล้ำค่านี้ในฐานะตัวแทนของกลุ่มทุนใหญ่ และเขากำลังมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า การเปิดตัวสินค้าชิ้นนี้จะสามารถกอบกู้ชื่อเสียงและสร้างกำไรมหาศาลให้กับบริษัทของเขาที่กำลังสั่นคลอนได้ "เชิญผู้ชนะการประมูล คุณธนัตถ์ ขึ้นมากล่าวความรู้สึกและรับมอบใบรับรองความเป็นของแท้ระดับสากลได้เลยครับ!" เสียงพิธีกรบนเวทีกล่าวด้วยความตื่นเต้น ธนัตถ์ก้าวขึ้นเวทีด้วยท่าทางผยอง ไหล่ผึ่งผาย รอยยิ้มกว้างจนแทบจะฉีกถึงใบหู เขาชำเลืองมองมาทางลลิลด้วยหางตา คล้ายจะเยาะเย้ยว่าต่อให้เธอจะฉลาดเป็นกรดแค่ไหน สุดท้ายก็เป็นได้แค่ผู้หญิงไร้ค่าที่ต้องยืนมองความสำเร็จของเขาจากแถวหลัง แต่ทว่า... ลลิลกลับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหวานละมุนที่เคลือบยาพิษถูกระบายลงบนเรียวปากอิ่ม เธอหันไปสบตากับกรธน ประธานกลุ่มทุนข้ามชาติหนุ่มผู้ทรงอำนาจ ที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา VIP ด้านข้าง สายตาคมกราบของเขาไม่ได้มองใครนอกจากเธอ มีเพียงความคลั่งรักและความดุดันที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งที่กล้ามาขวางทางหญิงสาวคนนี้ กรธนยื่นมือหนามาสัมผัสหลังมือเรียวของเธอเบาๆ เป็นเชิงสนับสนุน น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหูอย่างอ่อนโยน "อยากให้ผมสั่งรื้อตึกนี้ทิ้งตอนนี้เลยไหมครับ... หรือจะปล่อยให้คุณเล่นสนุกกับเหยื่อตัวนี้อีกสักหน่อยดีล่ะ หืม?" "ใจเย็นก่อนสิคะคุณกรธน ของอร่อย... ต้องค่อยๆ ละเลียดชิมถึงจะสะใจค่ะ" ลลิลตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบที่เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ ทันทีที่ธนัตถ์รับมอบกล่องไม้กำมะหยี่บรรจุแจกันล้ำค่าจากประธานกรรมการผู้ทรงเกียรติของสมาคมนักสะสมโบราณวัตถุ และกำลังจะยกมันขึ้นโชว์ต่อหน้าสื่อมวลชน ลลิลก็ก้าวเท้าออกไปข้างหน้า เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง *กริ๊บ... กริ๊บ...* เป็นจังหวะที่ทรงพลังและดึงดูดทุกสายตาให้เบนกลับมาหาเธอ "เดี๋ยวก่อนค่ะคุณธนัตถ์..." เสียงใสแต่กังวานก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่ ทำให้ทุกย่างก้าวของธนัตถ์ต้องชะงักงัน เขากวาดสายตามองด้วยความหงุดหงิด "ลลิล? เธอเข้ามาในงานนี้ได้อย่างไร? ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนตกอับอย่างเธอ ออกไปซะ!" เสียงซุบซิบดังระงมไปทั่วห้อง บรรดาไฮโซต่างพากันมองลลิลด้วยสายตารังเกียจและสงสัย เพราะรู้ดีว่าเธอถูกตัดออกจากตระกูลและไม่มีแม้แต่บาทเดียวติดตัว แต่ลลิลหาได้สะทกสะท้านไม่ เธอยกมือขึ้นถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นดวงตากลมโตที่เปล่งประกายความเฉลียวฉลาดและเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี "ฉันจะมาที่นี่ในฐานะอะไร คงไม่สำคัญเท่ากับว่า... ของที่คุณถืออยู่นั้น มันคือของปลอมค่ะ!" สิ้นคำพูดนั้น ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องโถง ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะเยาะจะดังขึ้นจากปากของธนัตถ์ "ฮ่าๆๆๆ! นังบ้าเอ๊ย! เธอกล้าดียังไงมาพูดจาเพ้อเจ้อแบบนี้? นี่คือแจกันราชวงศ์หมิงแท้ๆ ที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมาแล้ว เธอเป็นแค่เด็กกะפילที่เพิ่งถูกไล่ออกจากบ้าน จะไปรู้อะไรเรื่องโบราณวัตถุล้ำค่า!" ธนัตถ์แผดเสียงหัวเราะกลบเกลื่อนความประหม่าที่เริ่มก่อตัวในอก ลลิลไม่โต้เถียงด้วยคำพูด เธอเพียงแค่ก้าวขึ้นบันไดเวทีทีละก้าวอย่างสง่างาม ราวกับพญาหงส์ที่กำลังเดินตรวจอาณาจักรของตนเอง เธอยืนหยุดอยู่ตรงหน้าธนัตถ์ ระยะห่างเพียงแค่คืบทำให้เธอสามารถมองเห็นเหงื่อกาฬที่เริ่มผุดขึ้นตามไรผมของชายหนุ่มได้อย่างชัดเจน "ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกที่คุณว่า... คงจะเป็นตาแก่ตาถั่วที่รับสินบนจากคุณสินะคะ ถึงได้ดูไม่ออกเลยว่า เนื้อดินเผานั่นมันเป็นเซรามิกเลียนแบบยุคศตวรรษที่ 20" ลลิลเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "เหลวไหล! มีหลักฐานอะไรมาปรักปร้ำฉัน!" ธนัตถ์เริ่มหน้าถอดสี เสียงของเขาเริ่มสั่นพร่า "หลักฐานน่ะเหรอคะ?" ลลิลหยิบแท็บเล็ตเครื่องบางออกจากกระเป๋าคลัตช์ของกรธนที่ยื่นส่งให้อย่างรู้ใจ เธอปัดหน้าจอเบาๆ ก่อนจะเชื่อมต่อมันเข้ากับจอแอลอีดีขนาดยักษ์ด้านหลังทันที ภาพถ่ายโคลสอัปเนื้อผิวของแจกันถูกขยายใหญ่ขึ้นจนเห็นถึงระดับโครงสร้างโมเลกุล ลลิลหยิบปากกาเลเซอร์สีแดงขึ้นมาชี้นำสายตาทุกคู่ในห้อง "ดูรอยเคลือบตรงฐานสิคะ... สีน้ำ “ชิงฮวา” ที่ใช้เขียนลายมังกรนี้ แม้จะทำเลียนแบบได้แนบเนียน แต่ถ้าใช้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูงส่องดู จะพบร่องรอยของสารเคมีสังเคราะห์สมัยใหม่ ซึ่งในยุคราชวงศ์หมิงยังไม่มีเทคโนโลยีนี้อย่างแน่นอน และที่สำคัญที่สุด..." ลลิลเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองธนัตถ์ที่ตอนนี้ใบเริ่มซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย "ตราประทับใต้ฐานแจกัน... ตัวอักษรตัวที่สามมีการเขียนสลับขวาซ้าย ซึ่งเป็นความผิดพลาดคลาสสิกของโรงงานทำของปลอมในเมืองอี้우เมื่อสามปีก่อน แจกันใบนี้ราคาประมูลแปดหลักที่คุณภาคภูมิใจนักหนา แท้จริงแล้วมีมูลค่าต้นทุนไม่ถึงสามพันบาทด้วยซ้ำค่ะ!" ห้องโถงทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกริบชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มตก บรรดานักลงทุนและมหาเศรษฐีต่างฮือฮาและหันไปซุบซิบกันด้วยความตกใจ ผู้บริหารระดับสูงของสมาคมประมูลถึงกับหน้าถอดสี รีบวิ่งขึ้นมาบนเวทีเพื่อตรวจสอบแจกันในมือธนัตถ์ด้วยมือที่สั่นเทา และเมื่อพบความจริงตามที่ลลิลกล่าว ประธานสมาคมถึงกับลมแทบจับ ตะโกนสั่งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องทันที ชื่อเสียงของธนัตถ์ที่สั่งสมมานานพังทลายลงในพริบตา มูลค่าหุ้นของบริษัทเขาดิ่งลงเหวอย่างไร้เบรก ท่ามกลางเสียงสาปแช่งและสายตารังเกียจจากผู้คนรอบข้าง ธนัตถ์เข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ เขาเงยหน้าขึ้นมองลลิลด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังและหวาดกลัวสุดขีด "แก... แกทำลายฉัน นังสารเลว!" ธนัตถ์แผดเสียงคำรามด้วยความคลุ้มคลั่ง พยายามจะพุ่งตัวเข้ามาทำร้ายลลิล ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะทันได้แตะชายกระโปรงของหญิงสาว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของกรธนก็ก้าวเข้ามาบังหน้าลลิลไว้ พร้อมกับบอดี้การ์ดร่างยักษ์นับสิบคนที่พุ่งเข้ามาตรึงตัวธนัตถ์กดลงกับพื้นอย่างไร้ความปราณี กรธนปรายตามองธนัตถ์ด้วยสายตาราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่ง น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "กล้าใช้สายตาโสโครกมองคนของฉัน... และยังบังอาจคิดจะทำร้ายเธออีก คิดว่าชีวิตที่เหลือของแกในคุกตาราง จะยาวนานพอให้ชดใช้หนี้สินทั้งหมดที่มีไหมล่ะครับ?" ธนัตถ์ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจนพูดไม่ออก ความมั่งคั่งและอำนาจที่เขาเคยภาคภูมิใจ ถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีด้วยน้ำมือของคนทั้งสอง ลลิลเดินเข้ามาใกล้ร่างที่กำลังสั่นระริกของธนัตถ์ เธอก้มตัวลงเล็กน้อย รอยยิ้มหวานหยดถูกส่งให้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกลากตัวออกไปจากงาน "เกมเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นนะคะคุณพี่ชาย... ความสนุกที่แท้จริง มันกำลังรอคุณอยู่ที่ก้นเหวต่างหากล่ะคะ" ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความจากธนาคารบนสมาร์ทโฟนของลลิลก็ดังขึ้น *ติ๊ง!* เธอก้มลงมองหน้าจอที่มีตัวเลขยอดเงินในบัญชีส่วนตัวพุ่งทะยานขึ้นแบบก้าวกระโดดจากการขายสิทธิ์ครอบครองหุ้นลับที่เธอเพิ่งซื้อคืนมาจากบริษัทของธนัตถ์ในราคาถูกแสนถูก และก่อนที่เธอจะได้หันไปพูดอะไรกับชายหนุ่มข้างกาย จู่ๆ เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มก้องกังวานมาจากดาดฟ้ากระจกด้านบน แสงไฟสปอตไลท์ลำยักษ์ส่องทะลุกระจกเข้ามา พร้อมกับข้อความด่วนบนหน้าจอแท็บเล็ตของกรธนที่ระบุว่า เส้นทางหลบหนีและอาณาจักรธุรกิจใหม่ของเธอได้ถูกเตรียมพร้อมไว้ทั้งหมดแล้วภายใต้ชื่อของเธอเพียงผู้เดียว (โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ) ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนเค้กวานิลลามาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเปย์กับเซียนประมูลมือหนึ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%