เสียงถ่านไม้ในเตาผิงปะทุเบาๆ ท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืนกลางหุบเขา ลลิลขยับเปลือกตาขึ้นช้าๆ ความหนาวเหน็บระดับติดลบของยอดเขาไคเซอร์ทำให้ปลายนิ้วของเธอยังคงชาหนึบ แม้จะสวมเสื้อกันหนาวขนเป็ดหนาเตอะถึงสองชั้นก็ตาม
"ตื่นแล้วหรือคะ คนเก่ง"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืด ลลิลหันขวับไปมองตามต้นเสียง ดวงตาคู่คมกวาดมองผ่านแสงสลัวของกองไฟ ก็พบกรธนกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้สนามตัวเตี้ย แผ่นหลังกว้างของเขาถูกคลุมทับด้วยเสื้อโค้ทแคชเมียร์ราคาแพงระยับ แต่น่าแปลกที่เขาไม่ได้สวมมัน ปล่อยให้มันทำหน้าที่เป็นผ้าห่มคลุมไหล่ให้เธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้
ลลิลเม้มริมฝีปากแน่น พยายามดันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล ความอ่อนล้าจากการเดินทางไกลและการปีนเขาเพื่อหนีการตามล่าของพวกธนัตถ์เมื่อช่วงบ่ายยังคงเล่นงานกล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกาย แต่ทิฐิและสัญชาตญาณการป้องกันตัวทำให้เธอยังคงเชิดหน้าขึ้น แม้สภาพจะดูยับเยินเพียงใดก็ตาม
"ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดต้องให้คุณมาห่มผ้าให้หรอกค่ะ ประธานกรธน" ลลิลเอ่ยเสียงเรียบ พยายามซ่อนอาการสั่นเทาจากความหนาวไว้ใต้ร่มผ้า
กรธนไม่โต้ตอบ เขายังคงจ้องมองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา แสงไฟสีส้มสาดกระทบสันจมูกโด่งเป็นคมและโครงหน้าชัดเจนราวกับรูปสลัก ในยามที่ไม่มีสูทราคาแพงหรือบอดี้การ์ดนับสิบรายล้อม ผู้ชายคนนี้กลับดูอันตรายและทรงเสน่ห์อย่างประหลาด—เสน่ห์แบบดิบเถื่อนที่ถูกขัดเกลาด้วยความเย่อหยิ่งอันเป็นเอกลักษณ์
"ปากเก่งเสียจริง ทั้งที่ริมฝีปากซีดจนแทบจะไม่มีสีเลือดอยู่แล้ว" กรธนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้เธอก่อนจะย่อตัวลงนั่งยองๆ เบื้องหน้า กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายสนจางๆ ลอยปะทะจมูกลลิลทันที
ก่อนที่เธอจะทันได้ถอยหนี นิ้วเรียวยาวและอบอุ่นของเขาก็เอื้อมมาแตะที่ปลายคางมนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่นุ่มนวลอย่างไม่น่าเชื่อทำให้ลลิลชะงักกึก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่รักดี
"คุณจะทำอะไร..."
"อย่าดื้อค่ะ ลลิล" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าปกติเล็กน้อย เจือความดุดันที่แฝงไว้ด้วยความห่วงใยอย่างแนบเนียน กรธนหยิบถ้วยกระเบื้องเคลือบที่บรรจุชาร้อนกรุ่นขึ้นมาจรดริมฝีปากเธอ "ดื่มเสีย ร่างกายคุณกำลังแย่ ถ้าคุณเป็นอะไรไปกลางป่าเขาแบบนี้ แผนการตบหน้าพวกสารเลวตระกูลนั้นคงต้องพับ The Auction House ของคุณก็คงไร้คนดูแลไปด้วย"
คำพูดของเขาเฉียบคมบาดใจเหมือนเคย แต่การกระทำกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง เมื่อเขายอมประคองถ้วยชาให้เธอจิบทีละนิดอย่างอดทน ราวกับเธอกำลังทำแก้วผลึกราคาแพงแตก
ลลิลหลบสายตา วางมือเรียวลงบนขอบถ้วยเพื่อประคองมันด้วยตัวเอง รสชาติอุ่นละมุนของชาสมุนไพรไหลผ่านลำคอ ช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูกได้ชะงักนัก ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองชายหนุ่มที่นั่งยองๆ อยู่เบื้องหน้าอีกครั้ง
ภาพของประธานหนุ่มผู้เย็นชา ไร้ความปรานี และพร้อมจะกว้านซื้อบริษัทคู่แข่งให้ล่มสลายภายในเวลาสามวินาที... ในตอนนี้กลับเหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งเฝ้ากองไฟ คอยดูแลเซียนประมูลจอมพยศอย่างเงียบๆ โดยไม่ปริปากบ่นสักคำ
"แปลกนะคะ..." ลลิลเอ่ยทำลายความเงียบ เสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นโดยไม่รู้ตัว "คนอย่างคุณ กรธนผู้กุมอำนาจครึ่งค่อนประเทศ ทำไมถึงต้องมาลำบากตกระกำลำบากกับฉันบนเขาโง่ๆ นี่ด้วย จะส่งฉันไว้ที่สถานีตำรวจแล้วบินกลับคฤหาสน์หรูของคุณไป มันก็ง่ายกว่าตั้งเยอะไม่ใช่หรือคะ"
กรธนเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเธอ สะท้อนภาพเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอยู่ในนั้น มุมปากหนายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เต็มไปด้วยความเย้ยหยันหรือเล่ห์เหลี่ยมทางธุรกิจอย่างเคย แต่เป็นรอยยิ้มที่ลลิลไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
"เพราะสถานีตำรวจไม่มีคุณนั่งมองผมด้วยสายตาพยศๆ แบบนี้อย่างไรคะ ลลิล" กรธนตอบเสียงทุ้มต่ำ ชิดใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่แทบจะหลอมรวมกันในอากาศหนาว
ลลิลรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม ทั้งที่รอบตัวหนาวเหน็บจนน้ำค้างแข็งเกาะตามใบไม้ เธียรรีบเบือนหน้าหนีซ่อนความเขินอาย แต่กรธนกลับหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เป็นเสียงหัวเราะที่อบอุ่นและมีชีวิตชีวาที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนนี้เคยได้ยินจากปากเขา
"พักผ่อนเสียเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันเฝ้ากองไฟให้เอง พรุ่งนี้เรายังมีงานใหญ่ต้องสะสางกับไอ้ธนัตถ์มันอีกยาว" กรธนเอ่ยพลางดึงผ้าโค้ทห่มให้เธอแน่นขึ้นอีกนิด ก่อนจะขยับไปนั่งประจำที่เดิม คอยเติมฟืนใส่เตาผิงไม่ให้มันมอดดับ
ลลิลทอดมองแผ่นหลังกว้างนั้นภายใต้แสงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกปิดตายไว้หลังกำแพงแห่งความแค้นและการชิงดีชิงเด่นเริ่มสั่นคลอนทีละน้อย หัวใจที่เคยด้านชาเพราะถูกคนในครอบครัวหักหลัง กลับเริ่มเต้นเป็นจังหวะแปลกๆ ให้กับความอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดเผด็จการของคนตรงหน้า
แต่ทว่า... ความเงียบสงบของค่ำคืนใต้แสงดาวไม่ได้อยู่กับพวกเขานานนัก
*แกร๊ก...*
เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นมาจากพงหญ้ามืดทึบห่างจากจุดตั้งแคมป์ไปไม่ถึงยี่สิบเมตร กรธนหยุดชะงักมือที่กำลังจะหยิบฟืน ใบหน้าคมคายที่เมื่อครู่ยังเจือความอ่อนโยน กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันราวนักล่าในพริบตาเดียว!
ลลิลสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณเซียนประมูลเตือนภัยขั้นสูงสุด เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยถาม แต่กรธนกลับยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากตัวเอง ส่งสัญญาณให้เธอเงียบกริบ
ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มกวาดมองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะเหยียดยิ้มเยาะหยันออกมาอย่างน่ากลัว
"หึ... ตามมาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะไอ้สวะ"
กรธนเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอด้วยความเร็วแสง นิ้วเรียวกดปุ่มส่งสัญญาณฉุกเฉินเข้ารหัสลับ พร้อมกับเสียงข้อความแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวจากบัญชีธนาคารระดับ Black Card ที่ถูกตั้งค่าโอนเงินมูลค่ามหาศาลเพื่อทำลายล้างหุ้นทุกตัวของบริษัทธนัตถ์ในทันทีที่เขากดปุ่มยืนยัน!
"คุณกรธน..." ลลิลครางชื่อเขาเบื้องหน้า เมื่อเงาสกปรกหลายร่างค่อยๆ ก้าวพ้นความมืดออกมาพร้อมอาวุธครบมือ
กรธนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บังร่างของลลิลไว้มิดชิด เขายื่นมืออีกข้างมาคว้ามือเรียวของเธอมากุมไว้แน่น ฝ่ามือของเขาอบอุ่นและมั่นคงเสียจนความกลัวทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา
"อย่ากลัวเลยค่ะคนสวย..." กรธนกระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงทรงพลังเยือกเย็นแต่เปี่ยมด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด "คืนนี้เรามาดูกันว่า... ระหว่างกระสุนปืนของพวกมัน กับวงเงินไม่จำกัดของผม ใครจะเปย์ความหายนะให้ฝ่ายตรงข้ามได้สะใจกว่ากัน!"
สิ้นเสียงคำประกาศกร้าว แสงไฟแฟลชจากเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวนับสามลำก็สาดส่องลงมาจากฟากฟ้าราวยามวิกาล เสียงใบพัดกรรโชกแรงตีวงกว้างพร้อมกับเงาร่างของบอดี้การ์ดนับสิบคนที่โรยตัวลงมาล้อมรอบพื้นที่ไว้ทั้งหมดในชั่วพริบตา!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "เค้กวานิลลา" เสมอมานะคะ!
คุณชายสายเปย์กับเซียนประมูลมือหนึ่ง•ตอนที่ 6
ความลับใต้แสงดาว
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเปย์กับเซียนประมูลมือหนึ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!