เสียงถอนหายใจยาวเหยียดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของลลิล ไม่ได้เจือความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายตาคมกริบดั่งใบมีดที่วับวามอยู่ในความมืดของห้องทำงานส่วนตัว ปลายสายยังคงรายงานสถานการณ์ด้วยน้ำเสียงลนลานราวกับสติจะหลุดอยู่รอมร่อ แต่เธอกลับยกมือขึ้นแตะหน้าจอแท็บเล็ตอย่างใจเย็น นิ้วเรียวกรีดกรายลงบนกระจกใสเพื่อปิดระบบเสียงสปีกเกอร์โฟน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแนบหูด้วยท่าทีที่สงบนิ่งจนน่ากลัว
"ปล่อยให้มันเล่นสนุกไปก่อนค่ะ..." น้ำเสียงหวานใสแต่เยียบเย็นเอ่ยลอดไรฟัน "ในเมื่อพวกมันอยากขโมยข้อมูลการประมูลล็อตใหญ่ที่สุดของปีนัก ก็สมควรได้รับโอกาสให้ลิ้มรสความตื่นเต้นสักหน่อยไม่ใช่หรือคะ"
กรธนที่ยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ทอดสายตามองทัศนียภาพยามค่ำคืนของมหานครเบื้องล่าง รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก ใบหน้าหล่อเหลาคมคายฉายแววดุดันและเย่อหยิ่งในอำนาจที่ไร้ขีดจำกัด เขาหมุนแหวนทองคำขาวบนนิ้วเล่นช้าๆ ก่อนจะแค่นเสียงในลำคอ
"หนอนกระ่อนในองค์กร... จัดการง่ายกว่าการตามหาเพชรเม็ดงามเสียอีกค่ะที่รัก" กรธนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง "ในเมื่อมีคนใจกล้าพอจะขายข้อมูลมูลค่าหมื่นล้านให้ไอ้พวกสวะอย่างธนัตถ์ เราก็แค่ต้องดูว่า... สุนัขตัวไหนที่กำลังกระดิกหางรอรับเศษกระดูก"
ลลิลวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง *กริ๊ก* ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ข้อมูลลับระดับสูงเกี่ยวกับสิทธิ์การครอบครองเกาะส่วนตัวและบัญชีรายชื่อทรัพย์สินโบราณ รั่วไหลออกไปอย่างเป็นระบบ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าถึงรหัสผ่านระดับนี้ หนึ่งในนั้นคือมือขวาที่เธอไว้ใจที่สุด... พนักงานสาวผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานหลายปีอย่าง 'มีน'
ประตูห้องทำงานถูกเคาะเบาๆ สองครั้ง ก่อนที่ประตูกระจกนิรภัยจะเปิดออกอย่างนิ่มนวล มีนก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด สองมือถือแฟ้มเอกสารสั่นเทาเล็กน้อย รอยยิ้มเจื่อนๆ ถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้าอย่างฝืนทน
"คุณลลิลคะ... คือว่า... ฝ่ายรักษาความปลอดภัยแจ้งมาว่าระบบหลักมีปัญหาค่ะ มีนเลยรีบเอาเอกสารสำรองมาให้ตรวจสอบ..." เสียงของมีนสั่นพร่าอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาหลบเลี่ยงไม่กล้าสบตาเจ้านายตรงๆ
ลลิลไม่ได้ขยับตัวไปไหน เธอยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าของหญิงสาวตรงหน้า ความเงียบภายในห้องแผ่ขยายความกดดันจนแทบหายใจไม่ออก มีนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องทำงานถูกตั้งอุณหภูมิไว้ค่อนข้างต่ำ
"มีนคะ... คุณทำงานกับฉันมานานเท่าไหร่แล้วนะ?" ลลิลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกหนีบหนาวไปถึงกระดูกดำ
"สะ... ะ... สามปีค่ะ คุณลลิลมีอะไรหรือเปล่าคะ?"
"สามปี... เป็นระยะเวลาที่นานพอสมควรนะคะ ที่จะทำให้คนเราลืมไปว่า... ใครกันแน่ที่เป็นคนยื่นมือดึงคุณขึ้นมาจากโคลนตม" ลลิลลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงภายใต้ชุดสูทเข้ารูปสีขาวสะอาดตาเดินเข้าไปใกล้ลูกน้องคนสนิททีละก้าว เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังความตาย "แล้วก็เป็นเวลาที่นานพอจะทำให้ใครบางคน... คิดว่าตัวเองฉลาดพอที่จะหักหลังฉัน"
มีนสะดุ้งสุดตัว หน้าถอดสีจนขาวซีดราวกระดาษ รีบโบกไม้โบกมือปฏิសัณฑ์พัลวัน "มะ... ไม่นะคะ! คุณลลิลกำลังเข้าใจมีนผิดแน่ๆ ค่ะ มีนจะไปหักหลังคุณได้อย่างไร มีนมีแต่ความจงรักภักดี..."
"จงรักภักดีงั้นเหรอคะ?" กรธนที่ยืนเงียบมานานก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวลลิล พร้อมกับยกแขนโอบเอวบางไว้แสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย นัยน์ตาสสีเข้มคู่นั้นกวาดมองมีนด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ราวกับกำลังมองเศษขยะ "ถ้าจงรักภักดีจริง... แล้วเงินจำนวนสิบล้านบาทที่ถูกโอนเข้าบัญชีลับของคุณจากเครือข่ายของธนัตถ์เมื่อช่วงบ่ายล่ะ จะอธิบายว่าอย่างไร หืม?"
ร่างของมีนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นทันที ความตื่นตระหนกแผ่ซ่านไปทั่วร่างเมื่อความลับที่คิดว่าปิดมิดชิดกลับถูกเปิดโปงออกมาอย่างง่ายดายในชั่วพริบตา เธอน้ำตาคลอเบ้า รีบคลานเข้าไปควชายเสื้อสูทของลลิลด้วยความสิ้นหวัง
"คุณลลิลคะ! ได้โปรดเมตตาด้วยค่ะ! มีนถูกบังคับ! ทางนั้น... ทางนั้นขู่ว่าจะเปิดเผยเรื่องครอบครัวของมีนที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว ถ้ามีนไม่ยอมส่งข้อมูลการประมูลให้ พวกเขาจะส่งคนไปทำลายชีวิตพ่อแม่มีนนะคะ!" มีนปล่อยโฮออกมาเสียงดัง พยายามโม่มนัสอ้อนวอนขอความเห็นใจ
ลลิลมองภาพนั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่ความสงสารหลงเหลืออยู่ ความทรยศก็คือความทรยศ ต่อให้จะมีเหตุผลร้อยแปดพันประการมารองรับ มันก็ไม่สามารถลบล้างความเสียหายที่เกิดขึ้นได้
"น่าสมเพชจริงๆ นะคะ..." ลลิลย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตารอยู่ในระดับเดียวกับอดีตลูกน้อง มือเรียวเอื้อมไปเชยคางของมีนให้เงยขึ้นบังคับสบตา "คุณเลือกที่จะปกป้องครอบครัวของคุณ โดยการเหยียบย่ำอนาคตและหยาดเหงื่อของฉันอย่างนั้นหรือคะ มีน... คุณคิดจริงๆ เหรอว่าธนัตถ์จะรักษาสัญญาช่วยปลดหนี้ให้คุณ? คนอย่างมัน... ใช้เงินซื้อคนอื่นได้ ก็ยพร้อมจะโยนทิ้งเหมือนกระดาษชำระเมื่อหมดประโยชน์ค่ะ"
ก่อนที่ลลิลจะได้เอ่ยคำพิพากษาใดๆ เพิ่มเติม เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของมีનที่ตกอยู่บนพื้นก็แผדเสียงริ่งโทนดังลั่น หน้าจอแสดงชื่อผู้โทรเข้าชัดเจน... 'ท่านประธานธนัตถ์'
กรธนก้มลงหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมาด้วยปลายนิ้วราวกับมันเป็นสิ่งสกปรก เขากดรับสายแล้วเปิดสปีกเกอร์โฟนทันที ก่อนจะส่งยิ้มเยาะเย้ยให้ลลิล
"(มีน! จัดการเรียบร้อยดีไหม? ข้อมูลรหัสผ่านเกาะส่วนตัวมาอยู่andมือแกครบถ้วนหรือเปล่า? ฮ่าๆๆ นังลลิลมันคงกำลังนั่งโง่ร้องไห้อยู่แน่ๆ ที่โดนฉันตลบหลังในนาทีสุดท้ายแบบนี้!)" เสียงหัวเราะอย่างลำพองใจของธนัตถ์ดังลอดออกมาจากลำโพงอย่างชัดถ้อยชัดคำ เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและลำพองในชัยชนะที่ยังไม่ทันได้มาครอบครองอย่างแท้จริง
ลลิลแย้มรอยยิ้มหวานหยดย้อยออกมาทันที เป็นรอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกไม้พิษ แต่นัยน์ตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก เธอก้มลงกระซิบข้างหูมีนที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
"รับสซิคะ... บอกเจ้านายใหม่ของคุณสิคะ ว่าข้อมูลที่เขาได้ไป... เป็นของขวัญชิ้นพิเศษจากเรา"
มีนอ้าปากพะงาบๆ ด้วยความหวาดกลัว แต่แรงกดดันจากสายตาของกรธนทำให้เธอต้องละล่ำละลักกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ด้วยความสั่นเครือ "ทะ... ท่านประธานธนัตถ์คะ..."
"(มีอะไรวะ เสียงแกสั่นเป็นเจ้าเข้าแบบนั้น ทำไม? สำเร็จแล้วใช่ไหม ส่งไฟล์ข้อมูลมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!)"
ลลิลเป็นฝ่ายแย่งโทรศัพท์มือถือมาถือไว้เอง เธอหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงกังวานใสแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจเอ่ยตอกกลับไปด้วยความเย้ยหยันขั้นสุด
"เสียใจด้วยนะคะคุณธนัตถ์... ข้อมูลที่คุณได้ไปน่ะ เป็นแค่ 'กับดัก' ที่เราจงใจปล่อยให้สุนัขอย่างคุณคาบไปแทะเล่นเท่านั้นค่ะ"
"(ลลิล! แก... นังสารเลว!)" เสียงปลายสายแผดลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปน
ลลิลไม่ได้สนใจเสียงคำรามราวกับคนบ้าของญาติผู้พี่คนนั้น เธอตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะโยนโทรศัพท์เครื่องนั้นลงบนพื้นแล้วใช้ส้นสูงเหยียบซ้ำจนหน้าจอแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ภายใต้ความเงียบสงบที่กลับคืนมา
แต่ทว่า... ความเงียบนั้นอยู่ได้ไม่ถึงสามวินาที เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งคฤหาสน์และระบบเครือข่ายส่วนตัว หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในห้องทำงานพร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก่อนจะปรากฏข้อความตัวอักษรสีเลือดพุ่งขึ้นมาเต็มจอ
**[คำเตือน: เซิร์ฟเวอร์หลักและฐานข้อมูลการประมูลทั้งหมดถูกแฮกจากภายนอก... และกำลังถูกลบทำลายอย่างถาวรในอีก 60 วินาที!]**
ลลิลหน้าถอดสีเป็นครั้งแรก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ข้อมูลมูลค่าหลายแสนล้านกำลังจะหายวับไปกับตา!
ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ประตูห้องทำงานถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบอดี้การ์ดมือหนึ่งที่หอบหายใจโยนรายงานฉบับสุดท้ายลงบนโต๊ะ
"คุณลลิลครับ! แฮกเกอร์ปริศนาไม่ได้แค่เจาะระบบ... แต่พวกมันกำลังโอนเงินทั้งหมดในบัญชีสำรองของบริษัทออกไปยังบัญชีต่างประเทศ... และเจ้าของบัญชีปลายทางที่รับเงินก้อนสุดท้ายไปเมื่อสามวินาทีที่แล้วคือ..." บอดี้การ์ดกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ด้วยความตื่นตระหนก "คือ 'คุณกรธน' ครับ!"
ลลิลหันขวับไปมองชายหนุ่มที่ยืนโอบเอวเธออยู่เมื่อครู่ทันที รอยยิ้มอันตรายที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนกำลังระบายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้น กรธนค่อยๆ ปล่อยมือออกจากเอวเธออย่างช้าๆ พร้อมกับก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
---
รี้ดเดอร์คะ... เตรียมใจรับแรงกระแทกในตอนต่อไปกันไว้ให้ดีนะคะ! 💖 — "เค้กวานิลลา"
คุณชายสายเปย์กับเซียนประมูลมือหนึ่ง•ตอนที่ 10
รอยร้าวในกลุ่มพันธมิตร
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเปย์กับเซียนประมูลมือหนึ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!