เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง•ตอนที่ 27

นาทีตัดสินใจก่อนทริปจบ

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ สองครั้งในความเงียบสงัดยามเที่ยงคืนของเมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบ คือสัญญาณเตือนภัยที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจของผมพุ่งทะยานเกินร้อยโดยไม่ต้องพึ่งคาเฟอีน ผม—อาทิตย์ ตากล้องหน้านิ่งที่ใครๆ ก็หาว่ากวนประสาท—กำลังยืนพิงกรอบประตูห้องพักหมายเลข 402 ด้วยท่าทีที่พยายามรักษาฟอร์มให้ดูนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในมือข้างหนึ่งที่ซ่อนไว้ข้างลำตัวกำลังกำสายสะพายกล้องแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขึ้นสีขาว แอด... เสียงบานประตูไม้เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของบล็อกเกอร์สาวตัวแสบ รินยืนกอดอกพิงขอบประตู ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองผมด้วยแววตาระคนความสงสัยปนระแวง เธอยังอยู่ในชุดนอนเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงเลย์สีซีด สภาพยุ่งเหยิงนิดๆ แบบเพิ่งลุกจากเตียง แต่บอกตามตรงว่าต่อให้เธออยู่ในสภาพไหน รอยยิ้มมุมปากของผมก็มักจะเผลอหลุดออกมาเวลาที่ได้ยืนประจันหน้ากับเธอบนระยะห่างแค่คืบแบบนี้อยู่ดี "ดึกดื่นป่านนี้ ไม่ยอมไปนอนแบกเป้ฝันหวานถึงไหน หรือว่าคิดถึงวิวหลังห้องฉันจนนอนไม่หลับล่ะคุณตากล้อง" น้ำเสียงห้วนๆ ที่พยายามทำเป็นแข็งกร้าว แต่หางเสียงกลับสั่นไหวเล็กน้อยนั้น คืออาวุธลับที่รินใช้กลบเกลื่อนความประหม่าทุกครั้ง ซึ่งเธอก็คงไม่รู้ตัวเลยว่ามันน่ารักเสียจนผมแทบอยากจะยื่นมือไปขยี้กลุ่มผมยุ่งๆ นั่นให้หายหมั่นเขี้ยว "ผมไม่ได้คิดถึงวิวหรอกครับ..." ผมเว้นจังหวะ ปล่อยให้สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ดวงตาคู่สวยริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันน้อยๆ จนถึงลาดไหล่บาง "แต่ผมคิดถึงคนยืนบังวิวมากกว่า ถึงได้มายืนเคาะห้องเรียกตอนเที่ยงคืนแบบนี้" ให้ตายเถอะ... สิ้นคำพูดนั้น แก้มเนียนใสของรินก็ขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหูทันที เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ก่อนจะเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตา "ปากหวานแบบนี้... สงสัยกินน้ำตาลปี๊บแทนข้าวมากเกินไปล่ะสิ หลบไปเลยนะ ฉงจะนอน พรุ่งนี้เราต้องตั๋วรถไฟรอบเช้ากลับสถานีใหญ่แล้วนะคุณ" รินทำท่าจะผลักอกผมให้ออกห่าง แต่มีหรือที่คนอย่างผมจะยอมขยับ ผมยกมือขึ้นข้างหนึ่ง ยันกรอบประตูไว้กันไม่ให้เธอบานปิดหนี บรรยากาศรอบตัวเราในค่ำคืนนี้เงียบสงบ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงคลื่นซัดฝั่งอยู่ไกลๆ เป็นฉากหลัง ความใกล้ชิดที่ถูกบีบอัดด้วยกรอบเวลาของทริปเดินทางที่เดินทางมาถึงบท 27 จากทั้งหมด 30 ตอน ทำให้ความรู้สึกบางอย่างที่พวกเราต่างฝ่ายต่างเก็บซ่อนไว้ตลอดทางเริ่มสุกงอมเกินกว่าจะปล่อยให้มันผ่านเลยไป "ถ้ารอบรถไฟออกพรุ่งนี้เช้า... แปลว่าเราเหลือเวลาคุยกันอีกไม่กี่ชั่วโมงแล้วสิครับ ริน" ผมเปลี่ยนน้ำเสียงจากการหยอกล้อเป็นจริงจังขึ้น ดวงตาที่มักจะมองผ่านเลนส์กล้องตลอดเวลา บัดนี้จดจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของเธอตรงๆ รินชะงัก มือที่ทำท่าจะผลักผมลดลงข้างลำตัว เธอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ความซุกซนหายวับไปจากแววตา เหลือเพียงความลังเลและคำถามมากมายที่สะท้อนอยู่ในนั้น "คุณจะมาไม้ไหนอีกเนี่ย อาทิตย์..." เธอถามเสียงแผ่ว ไม่กล้าสบตาตรงๆ "ผมไม่ได้มาไม้ไหนครับ..." ผมก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นแชมพูอ่อนๆ ลอยเข้าจมูก "ตลอดเวลาที่เราแบกเป้ร่วมทางกันมา ผ่านทั้งเรื่องตลก เรื่องน่าปวดหัว รถไฟตกราง ฝนตกกระหน่ำจนกล้องเกือบพัง... คุณก็รู้ใช่ไหมว่าผมไม่ได้มองคุณเป็นแค่เพื่อนร่วมทริป" หัวใจของผมเต้นรัวราวกับกลองชุดในคอนเสิร์ต รินเงยหน้าขึ้นสบตาผม ชั่วขณะหนึ่งมีความตื่นตระหนกฉายชัดในแววตากลมโตนั้น เธออ้าปากพะงาบๆ เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็กลืนคำพูดกลับลงไป ปากไวๆ ของเธอที่มักจะเถียงผมฉอดๆ กลับกลายเป็นใบ้สนิทในวินาทีชี้ชะตานี้ "คือ... แบบว่า..." รินหลบตาอีกครั้ง นิ้วมือเกี่ยวชายเสื้อตัวเองแน่น "ทริปนี้มันก็... สนุกดีหรอกนะ แต่ว่า..." "ไม่มีแต่ครับ ริน" ผมตัดบทด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนจากผิวแก้มของเธอทำให้ผมรู้ว่าเธอกำลังเขินจนแทบระเบิด "ผมไม่อยากเป็นแค่เพื่อนร่วมทางในไดอารีการเดินทางของคุณอีกต่อไปแล้ว... ผมอยากเป็นคนสุดท้ายที่คุณนึกถึง เวลาที่คุณคิดจะออกเดินทางไปไหนต่อในอนาคต" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่หน้าห้องพักชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของเราสองคนที่เต้นแข่งกัน รินตัวแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจกับคำสารภาพที่ตรงไปตรงมาจนไม่มีช่องให้หนี เธอนิ่งงันไปนานหลายวินาที ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง สมองของบล็อกเกอร์สาวสายลุยคงกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่ผมโยนใส่แบบไม่ทันตั้งตัว ในจังหวะที่ผมกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด รินก็สูดลมหายใจเข้าลึกEจนเต็มปอด เธอยกมือขึ้นดันแผงอกผมเบาๆ ให้ถอยห่างออกไปหนึ่งก้าว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาผมด้วยแววตาที่ฉายความมุ่งมั่นแปลกประศาล "คุณมันบ้าจริงๆ อาทิตย์..." รินพึมพำออกมา ใบหน้ายังคงแดงก่ำ "รู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่... นี่มันกลางดึกนะ ไม่ใช่เวลามาเล่นมุกจีบสาวในบล็อกท่องเที่ยว!" "ผมไม่ได้เล่นมุกครับ และผมก็จริงจังที่สุดในชีวิตแล้ว" ผมตอบกลับทันควัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้งเมื่อเห็นเธอยังพยายามฟอร์มจัด "ว่ายังไงล่ะครับ... คำตอบของทริปนี้ คืออะไร?" รินอ้าปากค้าง เธอกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างจนมุม มือไม้เกะกะไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูนั้นทำให้ผมเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาเสียให้ได้ "ฉัน... ฉันยังไม่ได้คิด..." เธออ้างเสียงตะกุกตะกัก "งั้นให้เวลาคิดถึงเช้าพรุ่งนี้..." ผมโน้มตัวเข้าไปกระซิบชิดริมหูเธอเบาๆ จนคนฟังสะดุ้งสุดตัว "แต่บอกไว้ก่อนนะครับว่า ถ้าคำตอบไม่ใช่คำว่า 'ตกลง' ผมอาจจะยึดพาสปอร์ตคุณไว้ ไม่ยอมให้กลับกรุงเทพฯ จริงๆ ด้วย" พูดจบผมก็ผละตัวถอยหลังออกมา ยิ้มให้เธอทีหนึ่งก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปยังห้องพักของตัวเองที่อยู่ถัดไปอีกสองห้อง ปล่อยให้รินยืนค้างอยู่หน้าประตูด้วยใบหน้าที่แดงแจ๋จนแทบจะเป็นลูกมะเขือเทศสุก ผมไขกุญแจเปิดประตูห้องตัวเองแล้วก้าวเข้าไปข้างใน ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอนพร้อมกับถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก แม้จะยังไม่ได้คำตอบชัดเจน แต่รอยยิ้มและอาการเขินจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อครู่ ก็เป็นสัญญาณที่ดีเกินคาด ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดหน้าจอแชทที่ค้างไว้กับริน ตั้งใจจะพิมพ์ข้อความกวนๆ ไปส่งท้ายราตรีสตรีมมิ่งเสียหน่อย แต่นิ้วเจ้ากรรมดันพิมพ์ข้อความสารภาพความในใจยาวเหยียดลงไปอีกรอบด้วยความเผลอตัว *['รินครับ... จริงๆ แล้วผมรักคุณตั้งแต่ทริปแรกที่เราหลงทางด้วยกันที่เชียงใหม่แล้วล่ะ']* ชิบหายแล้ว... ผมเบิกตากว้างเมื่อมองเห็นแถบสถานะกำลังส่งข้อความออกไป ปลายนิ้วรีบละลานละเลงกดปุ่มกดยกเลิกข้อความอย่างรวดเร็วกว่าแสง แต่ทว่า... หน้าจอกลับปรากฏสัญลักษณ์เครื่องหมายถูกสองอันพร้อมข้อความเตือนเด่นหรา **(อ่านแล้ว)** เชี่ย! ยกเลิกไม่ทัน! ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตั้งสติ เสียงเคาะประตูกระจกห้องของผมก็ดังขึ้นรัวๆ ตามมาด้วยเสียงตะโกนโวยวายที่คุ้นเคยจากอีกฝั่ง "ไอ้ตากล้องเจ้าเล่ห์! เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ! กล้าดียังไงมาส่งข้อความแบบนี้แล้วชิ่งหนีเข้าห้องห้ะ!" ผมกุมขมับทันที พลางหัวเราะออกมาเบาๆ กับความซุ่มซ่ามของตัวเอง... ดูท่าทางค่ำคืนนี้ คงไม่ได้นอนง่ายๆ อย่างที่คิดเสียแล้วล่ะครับ --- ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น และคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "แบกเป้ท่องโลก" คนนี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%