"ถ้าจะเดินไปยิ้มระรื่นแล้วช่วยถือกระเป๋าให้ยัยไกด์ท้องถิ่นคนนั้นขนาดนั้น... ทำไมไม่ขอเขาย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ด้วยกันเลยล่ะครับคุณอาทิตย์!"
เสียงกระแทกแก้วกาแฟเซรามิกกระทบลงบนโต๊ะไม้สักในร้านกาแฟฮิปสเตอร์กลางเมืองเก่าดัง *ปัง* จนนักท่องเที่ยวโต๊ะข้างๆ สะดุ้งโหยงหันมามองเป็นตาเดียว รินหน้าดำคร่ำเครียด สองมือพับอกแน่น ดวงตากลมโตที่ปกติมักจะเป็นประกายระยิบระยับเวลาส่องหาของกิน ตอนนี้กลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามปฏิเสธหัวชนฝามาตลอดทางสามกิโลเมตร
อาทิตย์ที่เพิ่งเดินกลับมาจากเคาน์เตอร์พร้อมครัวissantร้อนๆ ชะงักเท้าก้าวแรกที่เข้ามาใกล้โต๊ะ ดวงตาคมภายใต้กรอบแว่นสายตากะพริบปริบๆ ก่อนจะยิ้มมุมปากเบาๆ แบบที่รินเห็นแล้วอยากจะคว้าทิชชูมาขยำปาใส่หน้าสักสิบรอบ
"หึงเหรอครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามหน้าตาเฉย ไม่มีพิรุธใดๆ นอกจากความกวนประสาทที่ยกระดับขึ้นไปอีกสเต็ป
"ใคร! ใครหึงคุณ! บ้าหรือเปล่า!" รินสวนกลับทันควัน เสียงสูงปรี๊ดจนแทบจะทะลุเพดานร้าน "ฉันแค่... ฉันแค่กลัวว่าคุณจะเดินหลงทางแล้วเป็นภาระฉันต่างหากล่ะ! ลืมไปแล้วหรือไงว่าทริปนี้ฉันเป็นคนคุมแผนการเดินทางทั้งหมด นายตากลุ่มเป้าหมายจอมมึน!"
"อ๋อ... เป็นห่วงเรื่องแผนการเดินทางนี่เอง นึกว่าห่วงผมกลัวจะไปตกหลุมรักรอยยิ้มหวานๆ ของน้องไกด์คนนั้นซะอีก" อาทิตย์หย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างใจเย็น เขาวางจานครัวissantลงตรงกลาง ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้โต๊ะอีกนิด สายตาสอดประสานกับดวงตาที่กำลังหลบเลี่ยงความจริงอย่างชัดเจน "เห็นคุยกันสนุกเชียว ตอนผมไปยืนสั่งกาแฟ คุณก็แอบมองตาละ้อยู่ไม่ใช่เหรอครับ"
"เปล่าสักหน่อย! ฉันแค่มอง... มองว่าเสื้อที่คุณใส่กับกางเกงมันสีตีกันจนปวดตาต่างหาก!" รินแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ใบเนียนเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู ความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาไม่ได้มาจากอากาศหน้าร้อนของเมืองนี้เลย แต่มันมาจากสายตาพราวระยับของคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามต่างหาก
อาทิตย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ฟังกวนประสาทที่สุดในสามโลก แต่ในขณะเดียวกันก็อบอุ่นจนหัวใจของบล็อกเกอร์สาวสายลุยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ "ปากแข็งจังนะครับ... ทั้งๆ ที่เมื่อกี้ตอนที่น้องเขาเข้ามาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว มือของคุณเนี่ยจิกชายเสื้อตัวเองจนยับยู่ยี่หมดแล้วมั้ง"
"คุณอาทิตย์!" รินกัดริมฝีปากแน่น รู้สึกพ่ายแพ้ให้กับความรู้ทันของอีกฝ่ายจนอยากจะมุดแผ่นดินหนี "ถ้ายังไม่เลิกพูดจากวนประสฉันจะเทคุณไว้ที่นี่จริงๆ ด้วยนะ! กลับโรงแรมเองเลยนะ!"
"โอเคๆ ยอมแพ้แล้วครับ ไม่แกล้งแล้วก็ได้" อาทิตย์ยกมือขึ้นสองข้างเป็นเชิงยอมจำนน รอยยิ้มจางๆ บนมุมปากเปลี่ยนเป็นความจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย เขาดันจานขนมปังเข้าไปใกล้เธอ "กินซะก่อนนะฃเดี๋ยวจะหมดแรงมาเถียงผมอีก... แล้วก็ เลิกทำหน้าบึ้งเป็นตูดแมวได้แล้วครับ หน้าตาบูดๆ แบบนี้ไม่เหมาะกับวิวสวยๆ ด้านนอกนั่นเลย"
รินเหลือบมองขนมปังตรงหน้าสลับกับใบหน้าของคนที่แกล้งเธอจนอกสั่นขวัญแขวน ถึงปากจะบอกว่าไม่อิน แต่กลิ่นหอมเนยสดที่ลอยเตะจมูกกับท้องที่ส่งเสียงร้องประท้วงเบาๆ ก็ทำให้เธอต้องยอมจำนนด้วยอาวุธประจำตัวคือการคว้าครัวissantมากินแก้เขิน โดยพยายามหลีกเลี่ยงการสบตากับคนฝั่งตรงข้ามที่ยังคงจ้องมองเธอด้วยสายตาคู่เดิม—สายตาที่เหมือนอ่านใจเธอทะลุปรุโปร่งไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
บรรยากาศบนโต๊ะกลับมาเงียบสงบลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ คลอเคล้ากับเสียงผู้คนรอบร้าน แต่ระยะห่างระหว่างความรู้สึกของคนทั้งคู่กลับลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง รินเคี้ยวขนมตุบๆ ในปาก สมองก็พยายามคิดหาข้อแก้ตัวหรือประโยคเท่ๆ มาทวงคืนความได้เปรียบ แต่ยังไม่ทันที่สมองจะประมวลผลเสร็จ เสียงแจ้งเตือนข้อความในสมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น *ติ๊ง*
รินก้มลงมองหน้าจอ เป็นข้อความจากเพื่อนร่วมทริปอีกคนส่งเข้ามาถามเรื่องจุดนัดพบตอนเย็น เธอกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์เพื่อกดตอบ แต่อาทิตย์กลับเร็วกว่า เขาหยิบสมาร์ทโฟนของเธอขึ้นมาพลิกดูหน้าจอก่อนจะหัวเราะเบาๆ
"แหม... มีคนทวงงานใหญ่เลยนะครับ แบบนี้เย็นนี้คงต้องรีบเคลียร์คิวให้ผมแล้วล่ะสิ"
"เอาคืนมาเลยนะคุณอาทิตย์! ยุ่งจริง!" รินเอื้อมมือไปแย่งโทรศัพท์คืน แต่ด้วยความรีบร้อนและจังหวะที่ไม่เป็นใจ นิ้วมือของเธอจึงปัดไปโดนหน้าจอเข้าอย่างจัง และภาพความซุ่มซ่ามระดับตำนานก็เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา
หน้าจอแสดงผลการสนทนาในแอปพลิเคชันแชตที่เธอกำลังพิมพ์ค้างไว้ตั้งแต่อยู่บนรถไฟเมื่อวานนี้—ข้อความยาวยืดที่บรรยายความรู้สึกงี่เง่า ความหึงหวง และความอัดอั้นตันใจที่เธอไม่เคยกล้าพูดออกไปตรงๆ แต่ดันเผลอพิมพ์เก็บไว้ในร่างข้อความ และด้วยความซุ่มซ่ามเมื่อครู่ นิ้วเจ้ากรรมดันไปกดปุ่ม **"ส่ง"** เข้าให้อย่างสมบูรณ์แบบ!
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นมาจากโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องที่วางอยู่บนตักของอาทิตย์
เวลาหยุดเดินไปชั่วขณะ รินเบิกตากว้างจนแทบจะหลุดออกจากเบ้า ใบหน้าที่เคยแดงก่ำเพราะความโกรธเมื่อครู่ ตอนนี้ซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด สมองขาวโพลนคิดคำพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
อาทิตย์ค่อยๆ ก้มลงหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเปิดอ่านข้อความที่เพิ่งเด้งเข้ามา ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับรินที่นั่งตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน รอยยิ้มมุมปากที่เคยใช้กวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา แทนที่ด้วยประกายตาคู่คมที่ไหวระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา
"อ๋อ..." อาทิตย์ทวนคำในข้อความเสียงแผ่วเบา "ที่แท้... ที่คุณหึงผมจนควันออกหูเมื่อกี้ ก็เพราะประโยคนี้เองสินะครับ..."
ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น และคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "แบกเป้ท่องโลก" คนนี้ด้วยนะครับ!
เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง•ตอนที่ 25
ทะเลาะกันเพราะความไม่เข้าใจ
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!