เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง•ตอนที่ 24

สถานการณ์ตึงเครียดของสามคน

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"ถ้าจะกรุณาช่วยถอยออกจากพื้นที่ส่วนตัวของแฟนผมสักสองก้าว... ผมว่ามันจะดูงามกว่านี้นะครับ" น้ำเสียงของอาทิตย์ไม่ได้ดุดัน ไม่ได้ตะคอก หรือแม้แต่จะยกระดับเสียงให้ดังเกินกว่าระดับสนทนาปกติด้วยซ้ำ แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารริมหน้าต่างของร้านกาแฟสไตล์มินิมอลในย่านเมืองเก่าแห่งนี้ เยือกเย็นลงอย่างฉับพลัน ชนิดที่ว่าต่อให้มีเครื่องปรับอากาศเปิดไว้สิบตัว ก็ไม่อาจลดความอึดอัดที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตาคู่คมของตากล้องหนุ่มที่กำลังจ้องมอง 'กรณ์' รุ่นพี่หนุ่มนักธุรกิจการท่องเที่ยวที่บินลัดฟ้าตามตื๊อรินมาถึงต่างประเทศได้ รินถึงกับสำลักกาแฟลาเต้ร้อนที่เพิ่งจิบเข้าไปคำใหญ่ เธอไอแคกๆ ออกมาจนหน้าดำหน้าแดง มือเรียวรีบคว้าทิชชูมาเช็ดปากพัลวัน สมองในหัวประมวลผลคำพูดของคนข้างกายแทบไม่ทัน *'แฟนผม'* งั้นเหรอ? เมื่อกี้หมอนี่พูดคำว่าแฟนออกมาเต็มสองรูหูเลยสินะ! "แฟน?" กรณ์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของชายหนุ่มดังขึ้นเบาๆ แต่ดวงตากระด้างไม่ได้ยิ้มตามเลยแม้แต่น้อย "เท่าที่ผมจำได้ ตั้งแต่เริ่มทริปจนถึงเมื่อวาน รินยังเป็นโสดสนิทแถมยังประกาศกร้าวด้วยซ้ำว่ามาทริปทำงานเดี่ยวๆ แล้วจู่ๆ คุณตากล้องฟรีแลนซ์ฟอร์มจัดอย่างคุณ ก็เลื่อนขั้นตัวเองมาเป็นเจ้าของชีวิตคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่กันครับ?" บรรยากาศเริ่มคุกรุ่นขึ้นทีละน้อย เหมือนน้ำที่ตั้งไฟไว้แล้วเริ่มมีฟองอากาศผุดขึ้นมาจากก้นหม้อ รินที่เพิ่งหายจากการสำลักรีบยกมือขึ้นเป็นเชิงปราม พร้อมกับขยับตัวถอยห่างจากกรณ์เล็กน้อยโดยอัตโนมัติ—เป็นสัญชาตญาณของการป้องกันตัวเมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ตึงเครียดที่เธอเกลียดนักหนา "พี่กรณ์ครับ คือว่า..." รินกำลังจะอ้าปากอธิบายเพื่อลดความตึงเครียด เพราะเธอรู้ดีว่านิสัยของกรณ์เป็นคนประเภทอีโก้สูงและไม่ชอบยอมแพ้ใคร ยิ่งเจอคนกวนประสาทใส่อย่างอาทิตย์ มีหวังได้วางมวยกันกลางร้านกาแฟฮิปๆ นี่แน่ แต่อาทิตย์กลับไม่เปิดโอกาสให้เคนพูดจบ มือหนาที่ถือกล้องตัวโปรดอยู่ วางมันลงบนโต๊ะเสียงดัง 'ตุบ' เบาๆ ก่อนที่ท่อนแขนแข็งแรงจะเอื้อมผ่านหลังเก้าอี้ที่รินนั่งอยู่ ปลายเล็บและฝ่ามือหนาวางพาดพิงพนักพิงใกล้กับไหล่บางของหญิงสาว เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของที่ชัดเจนเสียยิ่งกว่าการตะโกนบอกเสียอีก รินสะดุ้งสุดตัว หัวใจเจ้ากรรมกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไออุ่นจากตัวของอาทิตย์ที่โน้มเข้ามาใกล้ ทำให้กลิ่นอายน้ำหอมผสมกลิ่นอายแดดและกล้องถ่ายรูปจางๆ ลอยเข้าจมูก เธอตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน แพ้ทางคนสายเปย์และคนขี้หยอดเนียนๆ แบบนี้ทุกทีสินะ! "ผมไม่ได้บอกว่าผมเป็นเจ้าของชีวิตเขานะครับ..." อาทิตย์ปรายตามองกรณ์ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ รอยยิ้มที่รินรู้ดีว่ามันคือสัญญาณเตือนภัยระดับสิบ "ผมแค่บอกว่า... เขาเป็นคนของผม หมายถึงในแง่ของความรู้สึกน่ะนะ คุณกรณีก็น่าจะโตพอที่จะเข้าใจภาษามนุษย์ทั่วไปนะ หรือว่าต้องให้ผมอธิบายเป็นภาพถ่ายโคลสอัพชัดๆ ถึงจะเก็ทครับ?" โอ้โห... พ่อคุณประคุณรุนช่อง! ปากคอเราะร้ายยิ่งกว่ากรรไกรตัดผ้า! รินเหลือบตามองค้อนอาทิตย์วงใหญ่ แอบหยิกเข้าที่ต้นแขนหนาของอีกฝ่ายใต้โต๊ะแรงๆ หนึ่งทีเพื่อเป็นการหมั่นไส้ แต่อาทิตย์กลับทำเพียงแค่ยิ้มกริ่ม ไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด แถมยังกระชับวงแขนที่พาดพิงพนักเก้าอี้ให้เข้ามาใกล้รินขึ้นไปอีก จนไหล่ของเธอแทบจะแนบชิดกับอกแกร่งของเขาอยู่แล้ว กรณ์หน้าเสียไปถนัดตา ความมั่นอกมั่นใจที่พกพามาเต็มกระเป๋าเดินทางจากกรุงเทพฯ ถูกความกวนประสาทและท่าทีนิ่งสงบแต่เชือดเฉือนของอาทิตย์บดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี เขามองหน้าตรฐานของรินสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ฉาบด้วยรอยยิ้มกวนๆ ของตากล้องหนุ่ม ก่อนจะแค่น "หึ... เก่งได้แค่ตอนนี้แหละครับริน ระวังเถอะ คนประเภทที่เข้ามาฉาบฉวยในยามที่คุณเหนื่อยล้า สุดท้ายก็มักจะทิ้งคุณไว้กลางทางเหมือนเศษกระดาษใช้แล้วนั่นแหละ" กรณ์กัดฟันพูดด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ากระเป๋าเป้สะพายแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากร้านทันที ทิ้งให้บรรยากาศรอบโต๊ะกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่ทว่า... หัวใจของรินกลับเต้นระรัวจนแทบควบคุมไม่ได้ ทันทีที่แผ่นหลังของกรณ์ลับตาไปจากกระจกหน้าร้าน รินก็รีบสะบัดตัวออกจากการโอบล้อมของอาทิตย์ทันที เธอยกมือขึ้นกอดอกแล้วหันไปแยกเขี้ยวใส่คนข้างๆ ทันที "นี่คุณอาทิตย์! ใครเป็นคนของนายกันหะ พูดจาอะไรไม่เกรงใจชาวบ้านเขาเลย หน้าด้านจริงนะ!" รินโวยวายกลบเกลื่อนความเขินที่กำลังพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงใบหู ร้อนผ่าวไปหมดทั้งหน้าจนต้องยกมือขึ้นพัดโบก อาทิตย์หัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยความขบขัน เขานั่งพิงพนักเก้าอี้สบายๆ ผิดกับเมื่อครู่ลิบลับ "อ้าว ก็เมื่อกี้ถ้าผมไม่พูดแบบนั้น พี่กรณ์สุดหล่อของคุณก็คงจะตื๊อคุณไม่เลิกสิครับ ผมแค่วางอำนาจ... เอ๊ย ปกป้องสิทธิ์ในฐานะ... เอ่อ ในฐานะเพื่อนร่วมทริปที่ดีต่างหาก" "เพื่อนร่วมทริปบ้าบออะไร มีการโอบไหล่แถมยังบอกว่าเป็นคนของนายเนี่ยนะ! นายฉวยโอกาสชัดๆ!" รินเถียงเสียงแข็ง ทั้งที่มุมปากแอบกระตุกยิ้มอย่างปิดไม่มิดกับคำว่า 'คนของนาย' ที่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท "แล้วเมื่อกี้... ใครกันนะที่บอกว่าแพ้ทางคนสายเปย์กับคนหยอดเนียนๆ" อาทิตย์แกล้งเอียงคอถาม น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเจือความเจ้าเล่ห์ "เมื่อกี้ที่โดนโอบไหล่ไป ใจเต้นแรงจนเสียงตึงตังมาถึงหูผมเลยนะคุณบล็อกเกอร์" "ไอ้... ไอ้บ้าอาทิตย์! ใครใจเต้นแรงกัน อย่ามามั่วซ้ำเติมนะ!" รินหน้าแดงแจ๋ยิ่งกว่าเดิม เธอคว้าสมุดบันทึกเล่มหนาบนโต๊ะขึ้นมาทำท่าจะปาใส่หน้าคนกวนประสาท แต่อีกฝ่ายไว Nur เร็วกว่า คว้าข้อมือเธอเอาไว้ได้อย่างนิ่มนวล ปลายนิ้วอุ่นๆ ที่สัมผัสลงบนข้อมือ ทำเอาแรงโวยวายของรินมลายหายไปในพริบตา ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆ จากลำโพงร้าน และสายตาของอาทิตย์ที่มองตรงมาที่เธอ... สายตาที่เต็มไปด้วยความจริงจังจนรินไม่กล้าแม้แต่จะสบตาตรงๆ "ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเธอเบาๆ ไร้ซึ่งความกวนประสาทเช่นเคย "อะ... อะไรอีกเล่า" รินหลบตา มองไปที่แก้วกาแฟบนโต๊ะ "ที่ผมพูดเมื่อกี้..." อาทิตย์เว้นจังหวะเล็กน้อย ปลายนิ้วโป้งลูบไล้หลังมือเธอเบาๆ อย่างแผ่วเบา "ไม่ได้พูดเล่นนะครับ" รินชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับเขา หัวใจที่เพิ่งจะเต้นช้าลง กลับมากระหน่ำรัวยิ่งกว่าเดิมเป็นเท่าตัว "หมายความว่า..." ก่อนที่อาทิตย์จะได้เอ่ยประโยคสำคัญที่รินเฝ้ารอ (และแอบกลัว) มาตลอดทริป เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของเขาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกเสียดื้อๆ อาทิตย์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย เขายอมปล่อยมือจากข้อมือของรินอย่างจำใจ ควักโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏว่าเป็นสายด่วนจากกองบรรณาธิการนิตยสารท่องเที่ยวที่เขารับงานถ่ายภาพด้วย โทรมาตามงานเร่งด่วนที่ต้องส่งภาพถ่ายเซ็ตสุดท้ายภายในวันนี้ ตากล้องหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองรินด้วยแววตาเสียดายอย่างเห็นได้ชัด "ดูเหมือนสวรรค์จะอิจฉาผมนะเนี่ย..." รินแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก (ปนเสียดายเล็กน้อยแบบไม่กล้าบอกใคร) เธอยิ้มเยาะใส่เขาทันที "สมน้ำหน้า! ทำเป็นฟอร์มจัดดีนัก โดนตามงานเลยเห็นไหมล่ะ รีบไปคุยโทรศัพท์เลยไป!" อาทิตย์หัวเราะร่วน ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูเธอเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว "เรื่องของเรายังไม่จบแค่นี้หรอกนะครับคุณริน... คืนนี้ เคลียร์คิวว่างไว้ด้วย ผมมีเรื่องจะ 'เคลียร์' ให้มันชัดเจนกว่านี้แน่" พูดจบ เจ้าตัวก็หมุนตัวเดินออกไปรับโทรศัพท์หน้าร้าน ปล่อยให้รินนั่งหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกอยู่คนเดียวท่ามกลางบรรยากาศร้านกาแฟที่อบอวลไปด้วยความหวานที่ชวนให้อดอมยิ้มตามไม่ได้ และในขณะที่รินกำลังก้มหน้าก้มตาใช้ช้อนคนฟองนมในแก้วเพื่อระบายความเขินอยู่นั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความแช็ตในสมาร์ทโฟนของเธอก็ดังขึ้น 'ติ๊ง!' รินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็นข้อความจากแอปพลิเคชันแช็ตยอดฮิต โดยเป็นข้อความจากอาทิตย์ที่เพิ่งเดินออกไปรับโทรศัพท์หน้าร้านเมื่อครู่นี้เอง [อาทิตย์]: *ริน... ความจริงคือ ผมไม่ได้ชอบแค่รอยยิ้มเวลาที่คุณทำงานหรอกนะ แต่ผมชอบทุกอย่างที่เป็นคุณ ตั้งแต่วันแรกที่เราแบกเป้ร่วมทางกันจนถึงวันนี้... เป็นแฟนกันเถอะครับ* รินเบิกตากว้าง หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่ออ่านข้อความนั้นจบ นิ้วเรียวรีบขยับจะพิมพ์ตอบกลับทันทีด้วยความลนลาน แต่ทว่า... พิมพ์ไปได้ครึ่งประโยค อาทิตย์ก็กดปุ่ม **"ยกเลิกข้อความ"** อย่างรวดเร็ว! ข้อความสารภาพรักยาวเหยียดเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงหน้าจอเปล่าๆ และข้อความแจ้งเตือนระบบว่า *'คุณได้ยกเลิกข้อความแล้ว'* รินอ้าปากค้าง สมองตื้อตันทำอะไรไม่ถูก เธอกำโทรศัพท์ในมือแน่น หันขวับไปมองนอกกระจกร้านเพื่อตามหาตัวการ... แต่อาทิตย์กลับยืนหันหลังคุยโทรศัพท์อยู่ไกลออกไป พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งผ่านมาทางหางตา ราวกับจะบอกว่าเขารู้ดีว่าเธออ่านมันทันทุกตัวอักษร! --- ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น และคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "แบกเป้ท่องโลก" คนนี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%