เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องพักวิวหลักล้านริมหน้าผาของรีสอร์ตเมืองรองไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นเท่าไหร่ จนกระทั่งได้ยินเสียงทุบประัวรัวเร็วแบบไร้ซึ่งมารยาทสังคม พร้อมกับเสียงแหลมสูงที่ตะโกนทะลุกรอบไม้เข้ามาด้วยความคุ้นเคยระดับที่ต่อให้หลับตาฟัง ผมก็จำได้แม่นยำยิ่งกว่าค่าเลนส์กล้องตัวโปรด
"ริน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ! ฉันรู้ว่าเธออยู่ในนั้น!"
ร่างบางของบล็อกเกอร์สาวที่เมื่อครู่ยังนั่งขยับนิ้วจิ้มหน้าจอโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้าฮึดฮัด ชะงักกึกทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลونออกมานอกเบ้า เธอลุกพรวดจากโซฟาจนหมอนอิงแทบจะร่วงลงไปกองกับพื้น ปากบางอ้าพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ก่อนจะหันขวับมามองหน้าผมด้วยสายตาราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ
"นะ... น과의ะ... นที?!" รินอุทานเสียงหลง มือเล็กสั่นเทาชี้ไปที่ประตูห้องพักราวกับมันกำลังจะกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด "แฟนเก่าฉัน! ทำไมตาบ้านั่นถึงตามมาโผล่ที่นี่ได้เล่า! นี่ฉันหนีมาสุดขอบโลกแล้วนะ!"
ผมเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างใช้ความคิด วางกล้องในมือลงบนโต๊ะไม้ด้วยความนุ่มนวล รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นมาบางเบาโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่เพราะความตกใจ แต่เป็นความรู้สึกเหมือนเจอแจ็กพอตในรายการเกมโชว์ที่ไม่ได้ตั้งใจสมัคร
"อ๋อ... ผู้ชายคนที่เธอเพิ่งเล่าให้ฟังเมื่อคืนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเป็นโรคจิตชอบตามตื๊อ จนเธอต้องบินหนีมาหาโลเคชันถ่ายรูปสงบๆ กับผมสินะครับ" ผมทวนความจำด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววกวนประสาทชนิดที่รินเห็นแล้วอยากจะกระโดดมาบีบคอผมให้ตายคามือ
"ใช่ซะที่ไหนเล่า! นี่ไม่ใช่เวลามานั่งจัดลำดับความสัมพันธ์นะยะ!" รินพุ่งเข้ามาคว้าแขนผมเขย่าไปมาด้วยความลนลาน สติสตางค์ของแม่บล็อกเกอร์สายลุยหลุดลอยไปถึงดาวอังคารเรียบร้อยแล้ว "ซ่อนสิ! ซ่อนฉัน... เอ้ย! ซ่อนเขา! หมายถึงทำยังไงก็ได้อย่าให้เขาเข้ามาเห็นฉันในสภาพหน้าสดหัวฟูแบบนี้เด็ดขาด!"
"เดี๋ยวก่อนครับคุณริน ตั้งสติก่อน" ผมรวบมือเล็กทั้งสองข้างที่กำลังเขย่าแขนเสื้อผมไว้เบาๆ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเธอสั่นระริกจนน่าสงสาร "ห้องนี้มีทางออกทางเดียวคือประตูหน้า ส่วนระเบียงข้างนอกเป็นหน้าผาสูงชัน ถ้าคุณไม่อยากโดดลงไปเจอหน่วยกู้ภัย ผมว่าเรามาเปิดประตูต้อนรับ 'แขกไม่ได้รับเชิญ' คนนี้แบบผู้มีอารยะกันดีกว่าไหมครับ"
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดดเดือดขึ้นกว่าเดิม ราวกับบานประตูไม้สักทองราคาแพงกำลังจะพังทลายลงมาจริงๆ ตามด้วยเสียงตะโกนโวยวายของนทีที่ดังลอดเข้ามาอีกระลอก
"ริน! ผมรู้นะว่าเธออยู่กับใคร! เพื่อนร่วมงานบ้าบออะไรถึงต้องมานอนรีสอร์ตห้องเดียวกันสองต่อสอง เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นผมพังห้องจริงๆ ด้วย!"
ผมถอนหายใจเบาๆ ปรายตามองรินที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเหมือนคนกำลังจะร้องไห้แต่ก็โกรธจนหน้าดำครึ้ม เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความเคียดแค้น
"ไอ้สารเลวเอ๊ย... ตามมาหลอกหลอนแม้กระทั่งตอนหนีเที่ยว"
ผมอดไม่ได้ที่จะหัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทีพะว้าพะวงของแม่นางเอกจำเป็นคนนี้ มือหนายกขึ้นแตะกลุ่มผมนุ่มของเธอเบาๆ อย่างลืมตัว เป็นการปลอบประโลมที่ตั้งใจกวนประสาทในเวลาเดียวกัน
"ไม่ต้องห่วงหรอกครับ... ถ้าเขาจะพังห้องเข้ามาจริงๆ ผมในฐานะช่างภาพมืออาชีพ จะช่วยเก็บภาพวินาทีที่แฟนเก่าคุณพังประตูด้วยสีหน้าทุเรศที่สุดไว้เป็นหลักฐานฟ้องศาลให้ฟรีๆ เลย"
"ไอ้อาทิตย์! นี่ยังมีอารมณ์มาเล่นอีกเหรอ!" รินแยกเขี้ยวใส่ผมจนตาแทบจะถลน แต่ก่อนที่เธอจะได้ต่อว่าผมไปมากกว่านั้น เสียงบิดลูกบิดประตูก็ดังขึ้น!
กรี๊ดดด!
รินหวีดร้องเบาๆ ด้วยความตกใจจนต้องกระโดดหลบไปแอบอยู่ข้างหลังผม มือเล็กๆ กำชายเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์ของผมไว้แน่นราวกับมันเป็นเกราะป้องกันสุดท้ายบนโลกใบนี้
และในวินาทีนั้นเอง บานประตูห้องพักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท
ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมยับยู่ยี่ ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูคมคายแต่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธและเหนื่อยล้าจากการเดินทางก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง นทีหอบหายใจหนักหน่วง กวาดสายตาคมกริบมองสำรวจรอบห้องอย่างรวดเร็วกว่าเรดาร์ทหาร ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะมาสะดุดเข้าที่ร่างของผม ซึ่งยืนบังรินไว้มิดชิด และ... มือของรินที่ยังคงกำชายเสื้อผมแน่นสนิท
บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันทีราวกับเปิดแอร์ติดลบสิบองศา
นทีจ้องหน้าผมนิ่ง ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความหึงหวงและโทสะที่พุ่งทะลุปรอท เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
"แกเป็นใคร..." น้ำเสียงของนทีลอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้น "แล้วทำไมแฟนฉันถึงมาอยู่ในห้องของแกได้!"
ผมไม่ได้สะทกสะท้านกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของชายตรงหน้าแม้แต่น้อย ผมเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นยิ้มบางๆ อย่างสุภาพตามวิสัยของสุภาพบุรุษผู้ถือคติ 'เหนือกว่าทุกสถานการณ์' ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้คนข้างหลังได้มีพื้นที่หายใจ พร้อมกับเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนประสาทกิน
"สวัสดีครับ..." ผมเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ "ยินดีต้อนรับสู่ทริปกระชับมิตรนะครับ... คุณคือ 'อดีต' แฟนของคุณรินใช่ไหมครับ พอดีเลย ผมกำลังเก็บบันทึกภาพบรรยากาศการเดินทางอยู่พอดี คุณสนใจจะร่วมเฟรมด้วยในฐานะ 'แขกไม่ได้รับเชิญ' หรือจะให้ผมช่วยเช็คตั๋วเครื่องบินขากลับให้ตอนนี้เลยดีครับ?"
รินที่แอบอยู่ข้างหลังผมถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง เธอฟาดมือเพียะลงบนหลังผมแรงๆ หนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้ แต่ผมรู้ว่าในใจเธอน่ะกำลังแอบอมยิ้มให้กับความกวนประสาทของผมอยู่แน่ๆ
นทีหน้าดำครึ้มลงไปอีกเมื่อเจอคำพูดและการกระทำที่เยาะเย้ยทางอ้อมของผม เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัว พร้อมที่จะระเบิดอารมณ์ใส่เต็มที่
"แก... ไอ้ช่างภาพกระจอก!" นทีคำรามลั่น พุ่งมือเข้ามาหมายจะกระชากคอเสื้อผม
แต่ทว่า... ก่อนที่มือของนทีจะทันได้สัมผัสตัวผม รินที่ยืนนิ่งเงียบมาตลอดก็สะบัดตัวก้าวออกมาจากด้านหลัง เธอยืนขวางหน้าผมไว้ด้วยท่าทางเอาเรื่อง ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
"พอกבเถอะนที! เลิกทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาแล้วไสหัวกลับกรุงเทพฯ ไปซะ!" เสียงหวานตวาดลั่นห้องจนนทีชะงักกึก "ฉันกับนายมันจบกันไปตั้งแต่เดือนก่อนแล้ว และที่สำคัญ..."
รินชะงักไปนิด เธอหันกลับมามองหน้าผมแวบหนึ่งด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับแฟนเก่าด้วยความมั่นอกมั่นใจ
"...คนที่ฉันเดินทางด้วยตอนนี้ เขาไม่ใช่คนแปลกหน้า... และเขาคือคนที่ฉัน..."
รินเว้นจังหวะไปชั่วอึดใจ หัวใจของผมกระตุกวูบโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นใบหน้างามที่กำลังแดงก่ำด้วยความเขินอายแต่ต้องทำใจดีสู้เสือ
"...คือคนที่ฉันกำลังจะเริ่มต้นใหม่ด้วย!"
สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบสงัดก็ปกคลุมทั่วทั้งห้องพักในทันที นทีอ้าปากค้างด้วยความช็อก ส่วนผม... ผมยืนนิ่งสนิท สมองประมวลผลคำพูดเมื่อครู่ของเธอย้อนกลับไปซ้ำๆ จนหัวใจเต้นโครมครามรุนแรงยิ่งกว่าตอนเจอแผ่นดินไหว
นี่เธอยอมรับออกไปโต้งๆ แบบนี้เลยเหรอเนี่ย...
รินสูดหายใจเข้าลึก and ทำท่าจะหันมามองผมด้วยความเลิกลั่กที่เผลอพูดอะไรเกินเลยออกไป แต่อยู่ๆ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตของผมก็สั่นครืดคราดขึ้นมาทำลายความเงียบ
ผมก้มลงมองหน้าจอ... และพบข้อความแชตจากใครบางคนที่ถูกส่งเข้ามาในกรุ๊ปแชตส่วนตัวของเราสองคน เป็นข้อความเสียงยาวสามวินาที พร้อมกับประโยคสั้นๆ ที่ส่งตรงมาจากความรู้สึกของคนข้างๆ ที่พิมพ์ส่งผิดจังหวะเพราะความลนลาน
*[ริน]: "ไอ้อาทิตย์... เมื่อกี้ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้นนะยะ! แค่แกล้งบลัฟตานั่นเฉยๆ ห้ามคิดเข้าข้างตัวเองเด็ดขาด!"*
ผมจ้องมองหน้าจอข้อความนั้นนิ่งอยู่สามวินาที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของข้อความที่ตอนนี้หน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของผมทันที
"อ้าวเหรอครับ..." ผมกระซิบเสียงนุ่มชิดริมหูเธอจนรินสะดุ้งสุดตัว "แต่เสียดายจัง... ผมดันคิดเข้าข้างตัวเองไปเรียบร้อยแล้วล่ะครับ"
ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น และคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "แบกเป้ท่องโลก" คนนี้ด้วยนะครับ!
เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง•ตอนที่ 23
แขกไม่ได้รับเชิญโผล่มาเซอร์ไพรส์
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!