"ถ้าคุณข้ามเส้นสีเทานี้มาแม้แต่เซนติเมตรเดียว ผมจะถือว่าคุณมีเจตนาคุกคามทางเพศ และผมจะฟ้องร้องคุณข้อหาอนาจารในที่สาธารณะ... หมายถึง ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี่แหละครับ!"
นิ้วกลมๆ ของรินกวาดลงบนพื้นไม้เก่าๆ ของโฮมสเตย์ปลายดอยอย่างเอาเป็นเอาตาย ชอล์กสีขาวที่เธอไปขอมาจากคุณป้าเจ้าของบ้านถูกขีดลากเป็นเส้นตรงยาวเหยียด ผ่ากลางห้องพักขนาดกะทัดรัดออกเป็นสองซีกราวกับเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ไม่มีผิดเพี้ยน
อาทิตย์ที่กำลังยืนพิงกรอบประตู กอดอกมองการกระทำอันจริงจังราวกับจะไปกู้ชาติของบล็อกเกอร์สาวด้วยรอยยิ้มมุมปาก ดวงตาเรียวรีใต้กรอบแว่นสายตาพราวระยับ เขายกมือขึ้นดันแว่นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ ที่ชวนให้อารมณ์ขึ้นสมอง
"รินครับ... นี่เรามาทริปถ่ายภาพสารคดีท่องเที่ยวธรรมชาติเชิงอนุรักษ์ หรือคุณกำลังจะเปิดสำนักลัทธิประหลาดล้างโลกครับเนี่ย ขีดเส้นซะหนาเชียว กลัวผมเดินละเมอไปปล้นตังค์ในกระเป๋าคุณ หรือกลัวห้ามใจตัวเองไม่ไหวจนต้องแอบมาซบไหล่ผมตอนดึกๆ กันแน่ครับ"
"อีตากล้องหลงตัวเอง!" รินสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับมาแยกเขี้ยวใส่ ยืนเท้าสะเอวด้วยท่าทางเอาเรื่องสุดฤทธิ์ "ใครจะไปอยากซบคุณยะ ฝันไปเถอะ! นี่คือ 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ของการร่วมห้องพักกับคนแปลกหน้าต่างเพศต่างสถานะต่างอุดมการณ์ต่างหากเล่า! ฟังให้ดีนะยะ ถ้าไม่อยากให้ทริปนี้กลายเป็นโศกนาฏกรรมฆาตกรรมอำพรางบนดอยสูง จงจำและปฏิบัติตามซะ!"
รินชูนิ้วขึ้นมาทีละข้อ น้ำเสียงจริงจังราวกับประธานบริษัทกำลังประกาศมาตรการลดต้นทุน
"ข้อหนึ่ง! ห้ามล้ำเส้นเขตแดนเด็ดขาด ฝั่งซ้ายของฉัน ฝั่งขวาของคุณ ห้ามรุกล้ำอาณาเขต ยกเว้นกรณีเกิดแผ่นดินไหว ไฟไหม้ หรือภูเขาไฟระเบิด"
"ข้อสอง!" เธอยกนิ้วที่สองขึ้น "ห้ามส่งเสียงดังหลังเที่ยงคืน ไม่ว่าจะเป็นการคุยโทรศัพท์ หัวเราะ หรือ... เอ่อ กรนเสียงดังเกิน 60 เดซิเบล ฉันมีหูที่เซนซิทีฟมาก"
"ข้อสาม!" นิ้วที่สามตามมาติดๆ "ห้ามแอบถ่ายรูปฉันตอนหน้าสดเพิ่งตื่นนอนตอนเช้าเด็ดขาด! โดยเฉพาะตอนที่ฉันกำลังน้ำลายยืดหรือหน้าตาเหมือนซอมบี้ เพราะภาพพวกนั้นมันจะทำลายภาพลักษณ์เซเลบสายเที่ยวของฉันป่นปี้หมด"
"ข้อสี่!" รินสูดหายใจเข้าลึก1ครั้ง แล้วชูนิ้วที่สี่ "ห้ามก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่องสัมภาระและ... ไอ้กล้องวินเทจประหลาดที่คุณสะพายอยู่เนี่ย เลิกทำตัวลับๆ ล่อๆ กับมันสักทีเถอะ!"
คำพูดประโยคสุดท้ายของรินสะดุดกึก บรรยากาศในห้องที่เคยเต็มไปด้วยเสียงโต้เถียงแบบโบ๊ะบ๊ะพลันเงียบลงวูบหนึ่ง เมื่อสมองของทั้งคู่ต่างพุ่งตรงไปที่เหตุการณ์จากค่ำคืนก่อน—ข่าวลือเรื่อง 'เงาดำปริศนา' ที่วนเวียนอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุไฟไหม้ และกล้องถ่ายรูปสไตล์วินเทจแบบเดียวกันกับที่อาทิตย์สะพายติดตัวอยู่ตลอดเวลา
ดวงตาของอาทิตย์ที่เคยพราวระยับด้วยความขี้เล่น หรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทจางหายไปจากใบหน้าคมคายชั่วขณะ เขามองหน้าบล็อกเกอร์สาวที่กำลังจ้องเขากลับมาด้วยแววตาระแวงสงสัย ก่อนที่มุมปากของเขาจะกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตามเดิมอย่างรวดเร็วราวกับปรับโหมดไม่ทัน
"แล้วข้อห้าล่ะครับ..." อาทิตย์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เส้นชอล์กสีขาวที่รินเพิ่งขีดไว้หมาดๆ ชนิดที่ปลายรองเท้าผ้าใบของเขาสัมผัสกับเส้นพอดีเป๊ะ จนรินต้องเผลถอยหลังกรูด "ข้อสำคัญที่สุด... คืออะไรเหรอครับ คุณบล็อกเกอร์คนสวย"
"ยะ... ຢ่าเดินเข้ามานะ!" รินเสียงสั่นเล็กน้อยเมื่อถูกกดดันด้วยส่วนสูงและรัศมีออร่าที่จู่ๆ ก็ดูจริงจังขึ้นมาดื้อๆ "ข้อห้ามข้อที่ห้า... คือ ห้ามทำตัวน่าสงสัย! ห้ามมีความลับ! และ... และห้ามมองฉันด้วยสายตาแบบเมื่อกี้นี้ด้วย!"
"สายตาแบบไหนเหรอครับ?" อาทิตย์แกล้งโน้มใบหน้าลงมาต่ำระดับสายตาของเธอ แว่นตาใสสะท้อนภาพใบหน้าตื่นตระหนกของรินที่กำลังเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวผิดจังหวะจนเสียงมันดังแข่งกับเสียงจิ้งหรีดนอกหน้าต่าง "แบบที่กำลังเอ็นดูคนขี้โวยวาย แต่อยากแกล้งให้สติหลุดเนี่ยนะ..."
"ไอ้... คนฉวยโอกาส!" รินผลักอกแกร่งเต็มแรงจนอาทิตย์เซถอยหลังไปสองก้าว แต่เจ้าตัวกลับหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดีเสียอย่างนั้น "ถอยไปเลยนะ! กฎ 5 ข้อนี้ถ้าใครฝั่งใดฝั่งหนึ่งแหกแม้แต่ข้อเดียว คนนั้นต้องเป็นคนลุกขึ้นมาซักผ้า ถุงเท้า และเป็นคนจ่ายค่าหมูกระทะมื้อเย็นนี้ทั้งหมด เข้าใจไหม!"
"โอเคครับ ยอมรับเงื่อนไขทุกประการ" อาทิตย์ยกมือขึ้นยอมจำนนระดับหัวไหล่ ดวงตาคู่คมยังคงพราวระยับ "แต่ผมว่านะ... กฎพวกนี้ มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ 'แหก' ตั้งแต่คืนแรกต่างหากล่ะครับ ริน"
รินแยกเขี้ยวใส่คำพูดกวนประสาทนั้น แต่ยังไม่ทันที่เธอจะสรรหาคำด่าเจ็บๆ มาตอบโต้ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"คุณอาทิตย์! คุณริน! เปิดประตูให้ผมหน่อยครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
เสียงตะโกนอย่างร้อนรนของไกด์ท้องถิ่นหนุ่มดังทะลุประตูไม้เก่าๆ เข้ามา ใบหน้าของรินเผือดสีลงทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติในยามวิกาลแบบนี้ อาทิตย์หันไปมองหน้าประตูแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาสบตากับรินที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังเส้นชอล์ก
มือหนาของอาทิตย์เอื้อมไปหมุนลูกบิดประตูไม้ทันทีโดยไม่ลังเล ประตูเปิดออกเผยให้เห็นใบหน้าตื่นตระหนกของไกด์หนุ่มที่หอบหายใจตัวโยน เหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก
"เกิดอะไรขึ้นครับ" อาทิตย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบแต่เฉียบคม
"มีคน... มีคนเจอของสิ่งนี้ตกอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุไฟไหม้เมื่อคืนครับ..." ไกด์หนุ่มยื่นวัตถุชิ้นหนึ่งห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าเก่าๆ ส่งให้อาทิตย์ มือของไกด์สั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด "แล้วชาวบ้านเขา... เขาเริ่มลือกันใหญ่แล้วว่า มันเป็นของคนนอกพื้นที่ที่เพิ่งมาถึงเมื่อวานนี้..."
อาทิตย์รับห่อผ้ามา ค่อยๆ เปิดผ้าออกช้าๆ
ภายใต้แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟหน้าห้องพัก วัตถุโลหะสีเงินวาวสะท้อนแสงเข้าตา รินที่ชะเง้อมองข้ามไหล่ของชายหนุ่มถึงกับอ้าปากค้าง หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
มันคือ 'ฟิล์มถ่ายรูป' แบบม้วนรุ่นเก่า ที่สลักสัญลักษณ์ตัวอักษรย่อภาษาอังกฤษตัวเดียวกับที่สลักอยู่บนตัวกล้องวินเทจสะพายข้างของอาทิตย์ไม่มีผิดเพี้ยน!
"คุณอาทิตย์..." รินหันไปมองหน้าชายหนุ่ม เสียงของเธอแห้งผาก ขາเรียวเล็กก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติจนชนเข้ากับมุมโต๊ะ "นั่นมัน... ฟิล์มของคุณไม่ใช่เหรอ..."
อาทิตย์นิ่งเงียบ เข้มงวดขึ้นในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบมองฟิล์มในมือสลับกับใบหน้าซีดเผือดของริน ก่อนที่นิ้วมือเรียวยาวของเขาจะเอื้อมไปหยิบฟิล์มม้วนนั้นขึ้นมา ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกแล้วหันไปกระซิบเสียงต่ำข้างหูริน
"ดูเหมือนว่า... กฎข้อที่สี่ของคุณ ที่บอกว่าห้ามก้าวก่ายเรื่องกล้องและสัมภาระ คงต้องถูกยกเลิกแล้วล่ะครับริน... เพราะความลับที่ผมซ่อนไว้ในกล้องตัวนี้ กำลังจะทำให้เราสองคนกลายเป็นผู้ต้องสงสัยคดีวางเพลิงในอีกสามวินาทีข้างหน้านี้แล้วล่ะครับ"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกอบอุ่นนี้ไปด้วยกันนะครับ
เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง•ตอนที่ 3
กฎ 5 ข้อของคนร่วมห้อง
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!