"หน้าจอขึ้นว่า 'อ่านแล้ว' ครับคุณริน... และถ้าผมตาไม่ฝาด ไกด์หนุ่มหน้าหล่อคนนั้นกำลังพิมพ์ตอบยาวเป็นหางว่าว พร้อมกับส่งสติกเกอร์รูปหัวใจดวงโตมาให้คุณด้วยนะครับ"
ผมแกล้งทำเป็นก้มลงมองแก้วกาแฟลาเต้ร้อนๆ ในมือ พยายามซ่อนมุมปากที่กระตุกยิ้มอย่างเหนือกว่าไว้ใต้ขอบแก้ว ทั้งที่ในใจตอนนี้บอกเลยว่า รังสีความหึงหวงกำลังแผ่ซ่านจนโต๊ะไม้สักเก่าๆ ในคาเฟ่ริมแม่น้ำแถบเมืองเก่าแทบจะลุกเป็นไฟ
รินสะดุ้งสุดตัวราวกับโดนน้ำร้อนลวก เธอรีบคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงกับโต๊ะทันทีจนเกิดเสียงดัง 'ปั้ง' เรียกสายตาจากโต๊ะข้างๆ ให้หันมามองเป็นตาเดียว แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้สนใจสายตาใครเลย นอกจากใบหน้าบึ้งตึงที่พยายามกลบเกลื่อนความพิรุธสุดฤทธิ์
"มัน... มันก็แค่มารยาททางการท่องเที่ยวไหมล่ะคุณอาทิตย์!" รินเสียงสูงใส่ผมทันทีตามฟอร์มเวลาที่เถียงไม่ออก เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าหนีไปทางหน้าต่างกระจกใสที่สะท้อนภาพเรือเพรียววิ่งผ่านผืนน้ำ "อีกอย่าง น้องปาล์มเขาเป็นไกด์ท้องถิ่น หน้าที่เขาคือต้องดูแลลูกทัวร์ให้ประทับใจต่างหากเล่า"
"น้องปาล์ม..." ผมทวนชื่อนั้นช้าๆ ด้วยน้ำเสียงที่จงใจลากยาวเป็นพิเศษ พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "สนิทกันเร็วจังนะครับ ตั้งแต่เมื่อวานตอนบ่ายจนถึงตอนนี้ มีการเรียกชื่อเล่นกันด้วย... นี่ถ้าไม่ติดว่าผมยืนถือกล้องอยู่ข้างๆ นึกว่ามาเดตกันสองต่อสองแล้วนะครับเนี่ย"
"นี่คุณ! พูดจาหาเรื่องอีกแล้วนะ!" รินหันขวับมาแยกเขี้ยวใส่ผม ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความหงุดหงิดที่ถูกจับไต๋ได้ "ก็แค่น้องเขาแนะนำร้านอร่อยกับมุมถ่ายรูปลับๆ ให้ มันผิดตรงไหน สภาพอย่างคุณน่ะ ถ้าไม่มีฉันคอยช่วยคุยภาษาอังกฤษสำเนียงพื้นเมืองปะปนกับภาษาท้องถิ่น ป่านนี้คุณหลงทางอยู่ในตรอกแคบๆ นั่นไปแล้ว!"
"ผมยอมหลงทางดีกว่ายืนมองคุณส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้ผู้ชายอื่นหรอกครับ"
ผมพูดออกไปตามตรง น้ำเสียงไม่ได้ประชดประชัน แต่มันคือความรู้สึกจริงๆ ที่ตกตะกอนอยู่ข้างใน ตั้งแต่เริ่มต้นทริป 'เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง' นี้ หน้าที่ของผมคือการเก็บบันทึกภาพวิวทิวทัศน์และความงดงามของโลกใบนี้ผ่านเลนส์กล้อง แต่ยิ่งเดินทางไกลเท่าไหร่ โฟกัสในช่องมองภาพของผมก็เริ่มเปลี่ยนไปจากทิวทัศน์รอบตัว มาหยุดอยู่ที่ผู้หญิงปากเก่งคนนี้คนเดียวโดยไม่รู้ตัว
รินชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินประโยคเรียบๆ แต่จริงจังของผม เธอกะพริบตาปริบๆ ริมฝีปากที่กำลังจะอ้าเถียงหุบลงฉับพลัน สีระเรื่อจางๆ ค่อยๆ Loom ขึ้นบนพวงแก้มขาวเนียนอย่างปิดไม่มิด ท่าทีเก่งกล้าสามารถเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงเด็กสาวขี้เขินที่พยายามเบนสายตาหนีไปมองกอเฟิร์นริมหน้าต่างแทน
"Erm... พูดอะไรเนี่ย อยู่ๆ ก็เลี่ยนขึ้นมาซะงั้น กินผิดยาอะไรมาหรือเปล่าคุณอาทิตย์" เสียงของเธอเบาลงครึ่งหนึ่ง ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่นี้กลายสภาพเป็นความเงอะงะน่าเอ็นดูที่ผมเห็นจนชินตา
ผมลอบถอนหายใจเบาๆ กับความปากแข็งของเธอ ก่อนจะตัดสินใจรุกคืบต่ออีกนิดเพื่อทำลายกำแพงบางๆ ที่เธอก่อขึ้น
"ไม่ได้กินยาอะไรหรอกครับ... แต่แค่สังเกตเห็นว่า ตั้งแต่เรานั่งรถไฟข้ามเขตมาเมื่อวาน คุณก้มหน้าจิ้มโทรศัพท์ตอบแชตไกด์หนุ่มคนนั้นไปแล้วสามสิบแปดครั้ง" ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้โต๊ะอีกนิด ลดระดับเสียงลงจนกลายเป็นกระซิบกระซาบที่ได้ยินกันแค่สองคน "บอกผมหน่อยได้ไหมครับว่า... อย่าใจดีกับคนอื่นมากกว่าพี่ได้ไหม"
*เคร้ง!*
เสียงช้อนกาแฟในมือของรินหลุดร่วงกระทบกับจานรองกระเบื้องดังสนั่น เธอนั่งตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอีกครั้งในรอบวัน ขณะที่ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ร่างกายของบล็อกเกอร์สาวสายลุยผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครในปฐพี ตอนนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความทำอะไรไม่ถูก
ผมแอบยิ้มในใจกับปฏิกิริยาตอบสนองที่คุ้มค่าเกินคาด คำว่า 'พี่' ที่หลุดออกจากปากผมเมื่อครู่นี้ ไม่ใช่การเผลอตัว แต่มันคือการประกาศอาณาเขตแบบสุภาพบุรุษที่ตั้งใจให้เธอจำขึ้นใจ
"เอ่อ... คือ... ฉัน..." รินอ้าปากพะงาบๆ หาเสียงตัวเองไม่เจอ นิ้วเรียวเล็กยกขึ้นเกาแก้มแก้เขินไปมาอย่างเก้ๆ กังๆ สมองของเธอน่าจะกำลังประมวลผลคำพูดของผมด้วยความเร็วสูงจนระบบเกือบจะรวน
แต่ก่อนที่ผมจะได้หยอดคำหวานใส่เธอให้มากกว่านี้เพื่อดูอาการน่ารักๆ นั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความโทรศัพท์มือถือของผมก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศสีชมพูจางๆ บนโต๊ะ
*ติ๊ง!*
ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความรำคาญใจว่าใครกันนะช่างขัดจังหวะเวลาสำคัญ แต่เพียงแค่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ บนหน้าจอ รอยยิ้มพึงพอใจบนใบหน้าของผมก็มลายหายวับไปในพริบตา ความเย็นวาบแล่นพล่านขึ้นมาจากสันหลังจนถึงต้นคอ
ชื่อผู้ส่งข้อความปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ... เป็นเบอร์โทรศัพท์ที่ผมไม่ได้เห็นหน้าค่าตาและไม่ได้ยินเสียงมานานนับปี แต่จดจำลายมือและน้ำเสียงนั้นได้แม่นยำยิ่งกว่าสิ่งใด
*['อาทิตย์... จำพี่ได้ไหม? พี่อยู่ที่ล็อบบี้โรงแรมเดียวกับที่เรานัดหมายแล้วนะ ออกมาเจอพี่หน่อย... เรามีเรื่องต้องคุยกันเรื่องทริปของเรา']*
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ความรู้สึกอึดอัดใจตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อกทันที ขณะที่รินซึ่งเริ่มตั้งสติได้จากการเขินอายเมื่อครู่ เงยหน้าขึ้นมองผมด้วยแววตาสงสัยระคนเป็นห่วงเมื่อเห็นสีหน้าของผมเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเปิดหน้ากระดาษบันทึกความทรงจำบทนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง•ตอนที่ 7
อย่าใจดีกับคนอื่นมากกว่าพี่ได้ไหม
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!