"นี่คุณอาทิตย์... เลิกทำหน้าเหมือนโดนบังคับมาเที่ยวสักทีได้ไหมครับ หรือว่าค่าทริปที่ผมจ่ายให้มันยังไม่คุ้มค่าความหล่อของคุณกันแน่"
เสียงโวยวายเบาๆ ของรินดังขึ้นทันทีที่เราทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้หินอ่อนเก่าแก่ ใกล้กับจัตุรัสกลางเมืองโบราณ รินในชุดเสื้อฮู้ดสีครีมตัวโคร่งกับกางเกงยีนส์เซอร์ๆ กำลังใช้มือพัดไล่ความร้อนที่ใบหน้า ปากเล็กๆ นั่นบ่นพึมพำไม่หยุดตั้งแต่เดินออกจากร้านกาแฟหัวมุมถนน แต่ถึงจะบ่นอย่างไร แก้มป่องๆ ที่ขึ้นสีเรื่อเพราะความเหนื่อยอ่อนก็ยังคงดึงดูดสายตาผมได้ดีเสมอ
ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที ผมเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ขยับกล้องในมือที่เพิ่งกดชัตเตอร์ไปหมาดๆ แล้วแกล้งทำเป็นก้มลงตรวจเช็กภาพบนจอ LCD เพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังระบายอยู่บนมุมปาก
"ผมก็ทำหน้าปกติของผมนี่ครับ หรือว่าคุณรินแอบมองหน้าผมนานเกินไป จนเริ่มคิดไปไกลว่าผมแอบหลงเสน่ห์คุณเข้าแล้วล่ะครับ" ผมเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มกวนประสาทตามสไตล์ถนัดไปให้
"อี๋! หลงตัวเองขั้นสุด! ใครจะไปมองหน้าคุณกัน ประสาท!" รินสะดุ้งโหยงทันทีราวกับโดนน้ำร้อนลวก มือเล็กๆ ยกขึ้นชี้หน้าผมอย่างคาดโทษ ใบหน้าหวานหันหนีไปอีกทางอย่างรวดเร็ว แต่ผมทันได้เห็นใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงต้นคอ... ชัดเจนเลยนะครับว่าอาการแบบนี้ไม่ได้เกิดจากอากาศร้อนรอบตัวแน่นอน
ย้อนกลับไปจากเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ผมเกือบจะทำความลับแตก... ตอนที่ผมยืนนิ่งเป็นหิน มือถือกล้องสั่นไหวกับภาพใบหน้าเผลอๆ ของรินที่เพิ่งปรากฏขึ้นบนจอ มันไม่ใช่ภาพทิวทัศน์หรือสถาปัตยกรรมชิคๆ คูลๆ อย่างที่บล็อกเกอร์สายลุยชื่อดังคนนี้ควรจะมีในกล้องของตากล้องฟรีแลนซ์ แต่มันคือภาพรอยยิ้มกว้างอย่างไร้การปรุงแต่ง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับขณะที่เจ้าตัวกำลังตื่นเต้นกับไอศกรีมเจลาโตในมือ รินในมุมที่ไม่มีฟิลเตอร์ ไม่มีฟอร์ม และโครตจะน่ารักจนผมเผลอกดชัตเตอร์รัวๆ ไปหลายรูปโดยไม่รู้ตัว
และความซวย (หรือโชคดีก็ไม่รู้) คือ รินดันหันขวับมาเห็นพอดีเป๊ะตอนที่ผมกำลังยืนจ้องหน้าจอด้วยสายตาที่คงจะ "คลั่งรัก" เกินมาตรฐานตากล้องทั่วไปไปหน่อย
"ไหน... ส่งกล้องมาดูเดี๋ยวนี้เลยนะคุณอาทิตย์!" รินหันกลับมาพร้อมกับยื่นมือเรียวเล็กมาข้างหน้า ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างจับผิด "ฉันมั่นใจว่าเมื่อกี้คุณแอบถ่ายรูปแปลกๆ ของฉันแน่ๆ เอามานี่เลย ห้ามลบด้วย!"
"จะบ้าหรือครับ กล้องตัวนี้ราคาแพงกว่ากระเป๋าผ้าที่คุณสะพายอยู่อีกนะ เกิดมือไม้สั่นทำตกขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ" ผมแกล้งทำเป็นถอยหลังหนี พร้อมกับยกกล้องหนีขึ้นสูงเหนือศีรษะ ด้วยความที่ส่วนสูงของเราต่างกันพอสมควร รินที่พยายามเขย่งปลายเท้าคว้าอากาศจึงดูเหมือนแมวตัวน้อยที่กำลังพยายามตะปบของเล่นบนตู้สูง ไม่มีผิด
"นี่! ขี้โกงนี่นา! เอามานะ!" รินเริ่มออกอาการฮึดฮัด กระโดดเหยงๆ สองสามครั้งจนผมต้องรีบควσόข้อมือเล็กนั้นไว้เบาๆ เพื่อไม่ให้เธอเสียหลักล้มลงไปบนพื้นหิน
สัมผัสจากข้อมือบางที่ส่งผ่านความอบอุ่นมาทำให้จังหวะการหายใจของผมสะดุดไปชั่วขณะ รินเองก็ชะงักไปเช่นกัน ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองหน้าผม ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้ใกล้เสียจนผมได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่ลอยมากับสายลม ความกวนประสาทเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเงียบงันที่มีเสียงหัวใจของคนสองคนดังแข่งกันอยู่ในอก
"เอ่อ..." รินเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นก่อน เสียงของเธอเบากว่าปกติและขาดช่วง "ปล่อย... ปล่อยมือก่อนสิครับ... เอ๊ย! ปล่อยมือก่อนส่าย" เจ้าตัวรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้คำลงท้ายของผม
ผมอมยิ้มบางๆ ค่อยๆ คลายมือออกอย่างนุ่มนวล แต่ยังคงถือกล้องไว้ในมืออีกข้าง "โอเคครับ ยอมให้ดูก็ได้ แต่ต้องดูด้วยกันนะ ห้ามแย่ง"
ผมกดเปิดอัลบั้มรูปภาพล่าสุด ยื่นหน้าจอให้รินดูใกล้ๆ
ภาพที่ปรากฏบนจอไม่ใช่ภาพที่รินทำหน้าเหวอหรือหน้าตลกอย่างที่เจ้าตัวคาดคิด แต่เป็นภาพถ่าย Candid ในระยะใกล้ที่แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบกับเส้นผมสีน้ำตาลเข้ม รอยยิ้มกว้างจนตาหยี และท่าทางโก๊ะๆ ตอนที่เธอทำไอศกรีมเลอะมุมปาก มันคือความงดงามที่ธรรมดาที่สุด แต่กลับทรงพลังที่สุดในความรู้สึกของผม
รินนิ่งอึ้งไป ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นิ้วเรียวที่ตั้งท่าจะแย่งกล้องค้างกลางอากาศ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น
"นี่... นี่มัน..." เสียงของเธอลดระดับลงจนเกือบกลายเป็นกระซิบ ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงอยู่แล้ว ยิ่งแดงก่ำลามไปจนถึงหน้าผาก "คุณแอบถ่ายฉันตอนเผลออีกแล้วนะ... แถม... แถมยังถ่ายออกมาซะสวยเชียว... แบบนี้มันผิดกติกา!"
"ผมเป็นตากล้องนะครับ ถ่ายรูปสวยมันคือหน้าที่" ผมตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกว่าปกติ สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบพ้นความเขินอายของคนตรงหน้า "แต่ถ้าถามว่าทำไมถึงถ่ายรูปนี้... อาจจะเป็นเพราะว่า สำหรับผมแล้ว ภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยที่สุดในทริปนี้ ไม่ใช่ตึกเก่าหรือภูเขาไกลโพ้นหรอกครับ"
รินเงยหน้าขึ้นสบตาผมทันที หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอกำลังเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้งท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่เหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ คำพูดหยอกล้อโบ๊ะบ๊ะที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความหมายลึกซึ้งที่ส่งผ่านทางสายตา
"คุณ... คุณหมายความว่า..." รินอ้าปากค้างเล็กน้อย พยายามจะหาคำมาเถียงแต่สมองกลับประมวลผลไม่ทัน แพ้ทางความเนียนของผมราบคาบเหมือนเช่นเคย
ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทางเอ็นดูนั้น ก่อนจะกดบันทึกภาพนั้นไว้เป็นภาพโปรดในความทรงจำ พร้อมกับคิดในใจว่า... ทางข้างหน้าต่อจากนี้ ถึงแม้จะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่วางแผนไว้ แต่ถ้ามีรอยยิ้มเขินอายแบบนี้ร่วมเดินทางไปด้วยทุกที่ มันก็คงจะเป็นเส้นทางที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตการแบกเป้ของผมแล้วล่ะครับ
และในจังหวะที่ผมกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อทำลายความเขินนี้ หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของผมก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากใครบางคน... คนที่ไม่ควรจะปรากฏตัวขึ้นในทริปนี้เลยแม้แต่น้อย
ข้อความสั้นๆ บนหน้าจอปลุกผมให้หลุดออกจากภวังค์ทันที:
*"ฉันอยู่หน้าโรงแรมที่คุณพักแล้วนะ... อาทิตย์"*
ดวงตาของผมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความหนาแน่นของบรรยากาศโรแมนติกเมื่อครู่ถูกแช่แข็งลงในพริบตาเดียว
---
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเปิดอ่านบันทึกการเดินทางบทนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง•ตอนที่ 5
รูปคู่ใบแรกที่ไม่ได้ตั้งใจ
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!