เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง•ตอนที่ 13

รอยยิ้มที่ไม่ได้มีไว้ให้ใคร

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"ถ้าคุณอาทิตย์ยังมองกล้องด้วยสายตาแบบนี้อีกรอบเดียว ฉันจะยึดเมมโมรี่การ์ดไปลบภาพทิ้งจริงๆ ด้วยนะครับ... เอ้ย! ไม่ใช่! หมายถึงลบทิ้งจริงๆ นะ!" เสียงโวยวายของรินดังแทรกเสียงคลื่นซัดสาดเข้าชายหาดลับแห่งหนึ่งในเมืองฟุกูโอกะ ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ท้องทะเลสะท้อนแสงสีส้มอมชมพูราวกับฉากในภาพยนตร์โรแมนติก แต่บรรยากาศรอบตัวบล็อกเกอร์สาวกลับไม่ได้โรแมนติกตามวิวเลยสักนิด เมื่อเธอกำลังยืนกอดอก หน้ามุ่ย นิ้วเรียวชี้หน้าตากล้องหนุ่มรัวๆ ด้วยความหมั่นไส้ อาทิตย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท เขาลดกล้อง DSLR ตัวโปรดลงคล้องคอ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นช้าๆ เป็นรอยยิ้มแบบที่รินเริ่มสังเกตเห็นบ่อยขึ้นในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีไว้แจกจ่ายให้ใครหน้าไหนบนโลกใบนี้ นอกจากเธอ "ผมทำอะไรเหรอครับคุณริน แค่กดชัตเตอร์ตามหน้าที่ของตากล้องมืออาชีพเองนะ" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยกลั้วหัวเราะ ดวงตาคมกริบพราวระยับอย่างคนรู้ทัน "หน้าที่ตากล้องบ้าบออะไร มองกล้องทีไรทำหน้าเหมือนคนกำลังจะขอแต่งงานทุกที! เลิกหยอดได้แล้ว ฉันขนลุก!" รินสะบัดหน้าหนี แสร้งทำเป็นสนใจปูตัวเล็กที่ไต่อยู่บนโขดหินข้างๆ เพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ ตั้งแต่เริ่มต้นทริป "เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง" ตอนแรก จนกระทั่งเดินทางมาถึงตอนที่ 13 นี้ รินเพิ่งตระหนักได้ว่า ระยะห่างระหว่างเธอกับอาทิตย์มันช่างสั้นลงเรื่อยๆ จนน่าใจหาย จากตอนแรกที่เป็นแค่คู่กัดปากแจ๋วที่บริษัททัวร์จัดให้มาทำงานร่วมกัน กลายมาเป็นคนที่ต้องกินข้าวโต๊ะเดียวกัน แย่งกันถือกระเป๋า และตอนนี้... กลายเป็นคนที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเธอรวนเรได้ทุกครั้งที่สบตา "ก็ไม่ได้อยากขอแต่งงานหรอกครับ..." อาทิตย์ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของโคโลญจ์ผสมกับกลิ่นไอทะเล "แต่อםถ้าคุณรินพูดขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็อาจจะลองคิดดูอีกทีก็ได้นะ" "ไอ้... คนฉวยโอกาส!" รินหันขวับมาสวนกลับทันควัน แต่เพราะความใกล้ที่ประชิดเกินไปทำให้ปลายจมูกของเธอเกือบจะชนกับปลายจมูกของเขา ชั่ววินาทีนั้นโลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เสียงคลื่นทะเลที่เคยดังอึกทึกกลับเงียบหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ และจังหวะหัวใจที่เต้นรัวโครมครามจนดังแข่งกัน รินเบิกตากว้าง สมองประมวลผลไม่ทัน เธอรีบถอยหลังก้นจ้ำเบ้าลงไปนั่งบนทรายนุ่มนิ่มทันที ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ อาทิตย์หัวเราะร่วนในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายื่นมือหนาออกมาตรงหน้าเธอ "ระวังหน่อยสิครับคุณบล็อกเกอร์สายลุย หรือว่าพื้นทรายมันดึงดูดใจจนอยากนอนกลิ้งเล่นกันแน่" รินค้อนให้วงใหญ่แต่ก็ยอมยื่นมือไปจับฝ่ามืออุ่นของเขาเพื่อดึงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน แรงกระชากเบาๆ ดึงเธอเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างโดยไม่ทันตั้งตัว ลมหายใจของเธอกระชั้นชิดขึ้นไปอีกเมื่อมืออีกข้างของอาทิตย์เอื้อมมาปัดเศษทรายที่ติดอยู่บริเวณหัวไหล่ของเธออย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้รินขนลุกซู่ไปทั้งตัว สมองขาวโพลนคิดคำด่าไม่ออกสักคำ "มองผมแบบนี้... แปลว่าเริ่มใจเต้นแล้วใช่ไหมครับ" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ข้างใบหู ทำเอาซีกแก้มด้านซ้ายของรินร้อนฉ่าราวกับโดนน้ำร้อนลวก "ใคร ใจ... ใจเต้นอะไรเล่า! เดินทางมาเหนื่อยๆ ชีพจรก็ต้องเต้นเร็وเป็นธรรมดาไหม ปล่อยเลยนะ!" รินสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมแล้วเดินดุ่มๆ หนีไปยังทางเดินเลียบชายหาดทันที โดยไม่กล้าหันกลับไปมองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของคนข้างหลังที่กำลังเดินตามมาติดๆ ระหว่างทางเดินกลับไปยังที่พัก แสงไฟจากร้านค้าข้างทางเริ่มเปิดส่องสว่าง บรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองริมทะเลช่างเงียบสงบและเป็นใจเหลือเกิน รินเดินกอดอกก้มหน้ามองเงาตัวเองบนพื้นถนนพยายามสงบสติอารมณ์ที่กระเจิดกระเจิงเมื่อครู่ให้กลับเข้าที่ แต่ภาพรอยยิ้มและสายตาของอาทิตย์เมื่อกี้กลับวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมหยุด *หมอนั่นมันกินอะไรเป็นอาหาร ถึงได้ขยันทำให้คนอื่นเสียอาการอยู่เรื่อยนะ!* รินบ่นพึมพำในใจอย่างหงุดหงิดตัวเองที่แพ้ทางเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า "เดินเร็วขนาดนี้ กลัวผมตามไม่ทัน หรือว่ากลัวผมเห็นว่าหน้าแดงกันแน่ครับ" เสียงกวนประสาทดังขึ้นไล่หลัง พร้อมกับน้ำหนักของเสื้อแจ็กเก็ตกันหนาวตัวใหญ่ที่ถูกนำมาคลุมไหล่ของเธอไว้อย่างนุ่มนวล รินชะงักฝีเท้า หันไปมองหน้าคนตัวสูงที่ยืนยันยิ้มแป้นอยู่ข้างๆ ดวงตาของอาทิตย์ภายใต้แสงไฟสลัวดูอบอุ่นและจริงใจจนรินเผลอกลั้นหายใจ ไม่มีคราบความกวนประสาทเมื่อครู่ เหลือเพียงความใส่ใจที่ส่งผ่านออกมาทางแววตาคู่พราวระยับนั้น "เอามาคืนเลยนะ ฉันไม่ได้หนาวสักหน่อย" รินทำท่าจะดึงเสื้อออก แต่อาทิตย์กลับเอามือมาจับข้อมือเธอไว้เบาๆ "ใส่ไว้เถอะครับ ลมทะเลตอนกลางคืนมันเย็น เดี๋ยวบล็อกเกอร์คนเก่งจะป่วยเอา แล้วทริปนี้ใครจะคอยเถียงกับผมล่ะ" คำพูดหยอกเย้าแต่แฝงความห่วงใยนั้นทำให้รินเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน หล่อนทำได้เพียงพยักหน้ารับเบาๆ แล้วเบือนหน้าหนีไปมองทะเลมืดสนิทเบื้องหน้าเพื่อซ่อนรอยยิ้มกว้างที่ห้ามไม่อยู่ หลังจากกลับมาถึงห้องพักในเรียวกังแบบดั้งเดิม รินทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบบนเสื่อทาทามิ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อเช็กงานและรูปภาพสำหรับอัปเดตบล็อกในวันพรุ่งนี้ นิ้วเรียวเลื่อนดูภาพถ่ายในกล้องที่โอนเข้ามือถือ แต่ละภาพล้วนเป็นฝีมือการถ่ายของอาทิตย์ทั้งสิ้น และที่สำคัญ... ภาพโคลสอัปใบเผลอๆ ของเธอมีจำนวนมากกว่าวิวทิวทัศน์เสียอีก รินกดดูทีละภาพ ใบหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพตอนเธอกำลังกินไอศกรีมแล้วเลอะมุมปาก ภาพตอนเธอกำลังชี้ชวนให้ดูแมวข้างทาง หรือแม้แต่ภาพตอนที่เธอกำลังส่งค้อนให้เขา ทุกภาพล้วนสะท้อนให้เห็นว่า "สายตา" ของคนหลังเลนส์มองเธอด้วยความรู้สึกแบบไหน *หมอนี่... บันทึกภาพฉันไว้เยอะขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ* ด้วยความหมั่นไส้ปนความเขิน รินจึงเปิดแอปพลิเคชันแชตเตรียมจะพิมพ์ข้อความไปต่อว่าตากลักษ์จอมเจ้าเล่ห์ห้องข้างๆ สักหน่อย นิ้วเรียวรัวพิมพ์ข้อความยาวเหยียดด้วยความเร็วสูง *[ริน]: นี่คุณอาทิตย์! ส่งรูปพวกนี้มาให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ตั้งใจแอบถ่ายฉันชัดๆ โรคจิตหรือไงยะ แล้วก็เลิกยิ้มให้ฉันคนเดียวสักทีได้ไหม คนอื่นเขาเข้าใจผิดกันหมดแล้วเนี่ย! ว่าแต่... ยิ้มแบบนั้นมันหมายความว่าอะไรหะ หรือว่าแอบชอบฉันเข้าแล้วจริงๆ ถึงได้ขยันหยอดอยู่ได้ ทุเรศที่สุดเลย รู้ตัวบ้างไหมเนี่ยว่ามันทำให้ฉัน...* พิมพ์ไปถึงตรงนี้ รินก็เพิ่งได้สติ สมองกรีดร้องลั่นว่าเธอกำลังพิมพ์อะไรลงไป! ข้อความสารภาพความในใจแบบรวบรัดตัดตอนและเปิดเผยเกินไปพุ่งพรวดออกมาจากความรู้สึกอัดอั้น รินหน้าซีดเผือด รีบใช้นิ้วรัวกดปุ่มลบข้อความยิกๆ เพื่อจะลบทิ้งให้ทัน แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง ข้อความแจ้งเตือนจากหน้าจอแสดงผลเด้งขึ้นมาขัดจังหวะพอดี *(แจ้งเตือน: คุณได้ส่งข้อความแล้ว)* ดวงตากลมโตเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม นิ้วแข็งค้างกลางอากาศเมื่อเห็นคำว่า "ส่งแล้ว" โชว์หราอยู่บนหน้าจอ โดยที่ยังไม่ทันได้กดยกเลิกข้อความนรกนั่นทัน! ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูกระเบื้องเบาๆ ดังขึ้นจากหน้าห้องพัก พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่ดังทะลุประตูไม้เข้ามาทำเอาเข่ารินแทบทรุด "คุณรินครับ... ข้อความเมื่อกี้ที่คุณส่งมา หมายความว่าผมคิดไปเองคนเดียว หรือว่าผมมีสิทธิ์หวังจริงๆ ครับเนี่ย?" ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น และคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "แบกเป้ท่องโลก" คนนี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%
รอยยิ้มที่ไม่ได้มีไว้ให้ใคร — เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง | yayni