"ถ้าคุณขับรถพาผมไปลงข้างทางเพราะมัวแต่ส่องกระจกมองหลังเพื่อเช็กความหล่อของตัวเอง ผมจะหักเงินเดือนคุณจริงๆ ด้วยนะ, อาทิตย์"
เสียงบ่นง้องแง้งดังขึ้นจากเบาะข้างคนขับ พร้อมกับร่างบางของรินที่กำลังพยายามยัดกระเป๋าเป้ใบโตคู่ใจไว้ที่วางเท้าด้านหลังอย่างทุลักทุเล วันนี้เธอยอมรับตามตรงว่าแปลกใจไม่น้อย เมื่อตagaล้องหน้านิ่งสายเซอร์อย่างเขา จู่ๆ ก็เดินมาเคาะประตูห้องพักตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง พร้อมกับกุญแจรถยนต์คันโก้ที่ไปติดต่อเช่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้ พ่วงด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทเป็นเอกลักษณ์ว่า *'วันนี้ผมเป็นสารถีส่วนตัวให้คุณหนึ่งวันเต็มๆ อยากไปไหนสั่งได้เลยครับ ยกเว้นกลับบ้าน'*
อาทิตย์เหลือบมองคนข้างกายผ่านหางตาเล็กน้อย เขายังคงสวมแว่นกันแดดทรงวินเทจคลาสสิก เสื้อเชิ้ตลินินสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามแบบฉบับของผู้ชายสุขภาพดี มือหนาวางอยู่บนพวงมาลัยหนังแท้ด้วยท่าทางผ่อนคลาย ต่างจากรินที่นั่งเกร็งหลังตรงราวกับเตรียมตัวไปกระโดดร่ม
"กลัวผมขับรถตกถนน หรือกลัวห้ามใจไม่ให้มองหน้าผมไม่ไหวกันแน่ครับ คุณบล็อกเกอร์ปากเก่ง" อาทิตย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความขบขันอย่างชัดเจนขณะเหยียบคันเร่งเบาๆ พาตัวรถเคลื่อนออกจากลานจอดพักแรมท่ามกลางทัศนียภาพสองข้างทางที่เป็นทุ่งหญ้ากว้างและแนวภูเขาซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ
"หลงตัวเองขั้นสุด! หน้าตาอย่างคุณเนี่ยนะ... อืม ก็พอดูได้แหละ แต่ถ้าเทียบกับวิวข้างทางแล้ว..." รินแกล้งทำเป็นมองออกไปนอกหน้าต่าง ทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเพื่อกวนประสาทเขากลับ "วิวชนะขาดลอยครับ!"
"อ้าว เจ็บนะครับเนี่ย" อาทิตย์แสร้งทำเป็นยกมือข้างหนึ่งทาบอก ทำหน้าตาน่าหมั่นไส้จนรินอยากจะหยิกแขนสักที "อุตส่าห์ตื่นแต่ตีห้ามารอต่อคิวเช่ารถคันนี้เพื่อให้คุณได้นั่งสบายๆ ไม่ต้องไปเบียดเสียดกับรถโดยสารประจำทาง ปรากฏว่าคุณบล็อกเกอร์รินมองเห็นผมมีค่าแค่ทิวทัศน์ข้างทางงั้นเหรอครับเนี่ย"
"ใครใช้ให้คุณตื่นเช้าขนาดนั้นเล่า!" รินหันขวับมามอง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "แล้วใครบอกให้คุณมาเป็นสารถีส่วนตัวให้ฉันด้วย ฉันเที่ยวคนเดียวคล่องจะตายไป"
"ก็คนแถวนี้เมื่อวานบ่นอุบอูบว่าปวดขา เดินจนรองเท้าผ้าใบแทบพังไม่ใช่เหรอครับ" อาทิตย์หันมาสบตาเธอนิ่งชั่วขณะ แว่นกันแดดถูกเลื่อนลงมาอยู่ที่ปลายจมูก เปิดเผยดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนจนรินต้องรีบเบนสายตาหนีแทบไม่ทัน "ผมไม่อยากเห็นคนปากเก่งต้องมานั่งนวดขาหยอยๆ ในห้องพักหรอกนะ เดี๋ยวมันจะหมดสนุกซะก่อน"
บรรยากาศในรถเงียบลงไปชั่วอึดใจ มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ จากเครื่องเสียงติดรถยนต์ที่คลอเคล้าไปกับเสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำๆ ทว่าหัวใจของรินกลับเต้นผิดจังหวะอย่างน่าประหลาด ความใส่ใจแบบเนียนๆ ของผู้ชายคนนี้มักจะมีพลังทำลายล้างความเกราะกำบังของเธอได้เสมอ เธอแอบลอบมองเสี้ยวหน้าของเขาผ่านกระจกเงา สันจมูกโด่งเป็นสันคมและริมฝีปากที่มักจะมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่เสมอ... ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไร ยิ่งมองยิ่งอันตรายต่อหัวใจ
รถยนต์ขับลัดเลาะไปตามถนนสายรองที่คดเคี้ยวไปตามไหล่เขา สองข้างทางเต็มไปด้วยดอกไม้ป่าสีม่วงและเหลืองบานสะพรั่งแข่งกันรับแสงแดดยามสาย อาทิตย์เปิดกระจกฝั่งคนขับลงเล็กน้อย สายลมเย็นฉ่ำพัดเข้ามาปะทะใบจนเส้นผมสีเข้มของเขายุ่งเหยิงเล็กน้อย แต่กลับดูมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก
"แวะตรงนี้แป๊บหนึ่งซิ" รินร้องบอกเสียงหลงเมื่อรถวิ่งผ่านจุดชมวิวเล็กๆ ที่ยื่นออกไปหน้าผา มองเห็นทะเลหมอกบางๆ ลอยคลอเคลียอยู่เหนือยอดไม้เบื้องล่าง "วิวตรงนี้น่าถ่ายรูปมาก จอดรถเลยๆ"
อาทิตย์พยักหน้ารับอย่างตามใจ เขาหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าจอดข้างทางอย่างนิ่มนวล ก่อนจะดับเครื่องยนต์ รินไม่รอช้ารีบปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วผลักประตูลงไปยืนรับลมทันที ความสดชื่นของอากาศบริสุทธิ์ทำให้เธอหลับตาลงสูดหายใจเข้าเต็มปอด ยืดแขนบิดขี้เกียจซ้ายขวาอย่างลืมตัว
แชะ!
เสียงชัต터จากกล้องตัวโปรดดังขึ้น รินลืมตาโพรงแล้วหันขวับไปมองต้นตอทันที เห็นอาทิตย์กำลังยืนถือกล้องเลนส์เทเลตัวยักษ์ส่องมาทางเธอ พร้อมกับทำหน้าลอยชายไม่รู้ไม่ชี้
"คุณอาทิตย์! ลบรูปเมื่อกี้เดี๋ยวนี้เลยนะ ท่าทางตอนฉันบิดขี้เกียจเมื่อกี้มันทุเรศมากแน่ๆ!" รินโวยวายเสียงดัง พยายามจะพุ่งตัวเข้าไปแย่งกล้องจากมือเขา แต่อีกฝ่ายไว Go-Ahead กว่า เขายกกล้องหลบขึ้นสูงเหนือศีรษะ ด้วยความที่ส่วนสูงต่างกันพอสมควร ทำให้รินที่กระโดดคว้าเท่าไหร่ก็ไม่ถึงได้แต่ฮึดฮัดหน้าดำหน้าแดง
"ใครบอกว่าทุเรศล่ะครับ" อาทิตย์ลดกล้องลงมาในระดับสายตา รอยยิ้มเอ็นดูฉายชัดอยู่เต็มดวงตาคมคู่นั้น "น่ารักจะตาย... เหมือนลูกแมวตื่นตูมมากกว่า"
"ใครลูกแมว!" รินหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอายปนความโมโห เธอพยายามเอื้อมมือไปตีแขนเขาเบาๆ เป็นการแก้เก้อ "ปากเสียตลอด!"
อาทิตย์หัวเราะร่วนในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายอมลดกล้องลงแล้วกดเปิดหน้าจอ LCD ให้เธอดูภาพเมื่อครู่ ภาพถ่ายโคลสอัพใบหน้าของเธอที่กำลังหลับตาพริ้มรับลม ริมฝีปากเผยอเล็กน้อย ท่ามกลางฉากหลังที่เป็นทะเลหมอกและแสงแดดอ่อนๆ มันไม่ได้ดูตลกอย่างที่เธอกลัวเลยสักนิด... กลับกัน มันเป็นภาพถ่ายที่สวยงามราวกับภาพวาด และเต็มไปด้วยชีวิตชีวาจนคนมองต้องเผลอยิ้มตาม
รินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "เอ่อ... ฝีมือคุณนี่มัน..."
"ฝีมือดีใช่ไหมล่ะครับ" อาทิตย์ต่อประโยคให้โดยไม่ต้องรอฟังจนจบ เขาขยับเข้ามาใกล้เธอก้าวหนึ่ง ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนรินได้กลิ่นหอมจางๆ จากตัวเขา "แต่ความจริงแล้ว... นางแบบต่างหากที่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ภาพนี้มันสมบูรณ์"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่งลงชั่วขณะ ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันนิ่งงัน รินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงน้ำอุ่นที่ไร้ก้นบึง ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มทั้งสองข้างจนเธอต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาก่อน ความกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับสายลม เหลือเพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด
"หิว... หิวข้าวแล้ว" รินหาทางออกด้วยการพูดเปลี่ยนเรื่องเสียงตะกุกตะกัก เธอก้าวถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง "ไหนว่าจะพาไปร้านอร่อยไง ขับรถต่อเลยนะ!"
อาทิตย์มองท่าทางลนลานของเธอแล้วยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ เขารู้ดีว่าเวลาไหนควรหยอกล้อ และเวลาไหนควรผ่อนปรน "ครับผม ตามบัญชาครับคุณบล็อกเกอร์"
หลังจากขับรถต่อมาอีกราวๆ ยี่สิบนาที อาทิตย์ก็พาเธอมาถึงร้านอาหารพื้นเมืองขนาดเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางสวนสน ร้านนี้ตกแต่งด้วยไม้เก่าๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนมาทานข้าวบ้านเพื่อน กลิ่นหอมของเครื่องเทศและอาหารปิ้งย่างโชยเตะจมูกทันทีที่ก้าวเข้าร้าน ทำให้ท้องของรินที่สงบไปเมื่อครู่ส่งเสียงร้องโครกคราออกมาอย่างน่าอาย
รินแกล้งทำเป็นมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความอาย แต่อาทิตย์กลับหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างไม่คิดจะรักษาภาพพจน์ให้เธอเลยสักนิด "เสียงท้องคุณเมื่อกี้... เหมือนสัญญาณเตือนภัยภัยพิบัติเลยนะครับ"
"ถ้าคุณยังไม่หยุดแซق ฉันจะสั่งอาหารแพงที่สุดในร้านให้คุณเป็นคนจ่ายหมดเลยคอยดู!" รินคาดโทษด้วยการชี้นิ้วขู่ แต่อาทิตย์กลับยักไหล่อย่างไม่ยี่หรา
"เชิญตามสบายเลยครับ กระเป๋าตังค์ผู้ชายคนนี้ยินดีต้อนรับคุณเสมอ" เขาตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะกวักมือเรียกพนักงานมารับออเดอร์
อาหารทยอยเสิร์ฟลงบนโต๊ะไม้จนเต็มพื้นที่ รินลืมความเขินอายเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้นเมื่อเจอกับอาหารหน้าตาน่าทานตรงหน้า ทั้งไก่ย่างสมุนไพรหนังกรอบ แกงท้องถิ่นรสชาติจัดจ้าน และผัดผักสดกรอบจากแปลง ทั้งคู่ทานไปคุยกันไป ผลัดกันตักโน่นตักนี่ให้กันอย่างเป็นธรรมชาติ บรรยากาศความสนิทสนมก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบแต่หนักแน่นในความรู้สึกของคนทั้งคู่ จนกระทั่งมื้ออาหารสิ้นสุดลงด้วยของหวานล้างปากเป็นไอศกรีมกะทิสด
อาทิตย์อาสาเป็นคนเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ รินจึงนั่งรออยู่ที่โต๊ะพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็กข้อความโซเชียลมีเดีย ทันใดนั้นหน้าจอก็สว่างวาบด้วยการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทสีเขียว เป็นข้อความจากเพื่อนสนิทสายเผือกที่ส่งรูปถ่ายฟีลแอบถ่ายของเธอกับอาทิตย์เมื่อวานมาให้ พร้อมกับข้อความแซวว่า *'อุ๊ย ยัยริน! นี่ไปเที่ยวกับตากล้องหรือไปฮันนีมูนยะ? ยิ้มจนแก้มจะปริแล้วนั่น!'*
รินรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับไปด้วยความหมั่นไส้เพื่อนรัก *'ฮันนีมูนอะไรเล่า บ้าบอ! เขาแค่รับจ้างเป็นสารถีขับรถให้เฉยๆ ย่ะ!'*
ระหว่างที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์ข้อความโต้ตอบอยู่นั้น อาทิตย์ก็เดินกลับมาหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ดวงตาคมกริบมองสำรวจท่าทางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ของเธอด้วยความสงสัยเล็กน้อย "คุยกับใครอยู่เหรอครับ? ยิ้มซะแก้มแทบแตก"
"เรื่องของฉันน่า" รินเงยหน้าขึ้นตอบยิ้มๆ พลางล็อกหน้าจอโทรศัพท์มือถือแล้ววางคว่ำลงบนโต๊ะ "ความลับของผู้หญิง ห้ามยุ่ง!"
อาทิตย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาดูลึกล้ำขึ้นมาวูบหนึ่ง เขายื่นมือหนามาวางท้าวคางบนโต๊ะโน้มตัวเข้ามาใกล้รินอีกนิด จนเธอต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้โดยอัตโนมัติ
"ความลับเหรอครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่ยแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานอยู่ในความรู้สึก "แต่สำหรับผมแล้ว... ความรู้สึกของผมที่มีต่อคุณตอนนี้ มันไม่ใช่ความลับอีกต่อไปแล้วนะ"
รินชะงักกึก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่จริงจังคู่นั้น มันไม่ใช่แววตากวนประสาทแบบที่เธอคุ้นเคย แต่มมันคือความจริงใจที่เอ่อล้นจนน่ากลัว
"คุณ... พูดอะไรเนี่ย" รินพยายามหัวเราะกลบเกลื่อนความประหม่า หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก "มุกแป้กอีกแล้วนะตากล้อง"
"ผมไม่ได้เล่นมุกครับ ริน" อาทิตย์เรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและจริงจังเป็นครั้งแรก จนรินเผลอกลั้นหายใจ "ตลอดเวลาที่เราเดินทางร่วมกันมา... คุณไม่ได้เป็นแค่เพื่อนร่วมทาง หรือบล็อกเกอร์ที่ผมต้องถ่ายรูปให้อีกต่อไปแล้วล่ะ"
เขายื่นมือมาวางทับหลังมือของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือหนานั้น รินสมองขาวโพลน คิดอะไรไม่ออกแม้แต่จะดึงมือกลับ
"ถ้าผมจะบอกว่า... ผมไม่ได้อยากเป็นแค่สารถีส่วนตัว หรือแค่ตากล้องจำเป็นของคุณ..."
อาทิตย์เว้นจังหวะไปชั่วอึดใจ สายตาคมกริบทอดมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ ราวกับกำลังรอคอยคำตอบที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะขยับเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำเอาโลกทั้งใบของรินหยุดหมุนไปชั่วขณะ
---
*ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น และคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "แบกเป้ท่องโลก" คนนี้ด้วยนะครับ!*
เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง•ตอนที่ 14
เมื่อตากล้องกลายเป็นสารถีส่วนตัว
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!